ขอคืนได้ไหม
บ้านไม้ที่ทาสีเขียวอ่อนตั้งอยู่ด้านหลังของหมู่บ้านเล็ก ๆ มีสวนสวยเต็มไปด้วยดอกไม้ที่แม่ของเธอปลูก อากาศยามเช้าหอมกลิ่นดอกมะลิ รังสั่นแผ่ว ๆ ของนกในต้นไม้รอบบ้านดังขึ้นประสานไปกับเสียงลมที่พัดผ่าน ขณะที่สายน้ำในคลองข้างใต้บ้านไหลเอื่อย ๆ ขับกล่อมบรรยากาศให้น่าอภิรมย์
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เมย์ นางเอกของเรา แกว่งขาไปมาจากระเบียงบ้าน ขนมปังปิ้งร้อน ๆ ในมือ มันเป็นสิ่งสุดท้ายที่แม่เคยทำให้เธอเมื่อเช้านั้นก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไป ช่วงเวลานั้นมันเหมือนจะเกิดขึ้นเมื่อวาน พ่อของเธอออกจากบ้านไปเดินเล่นที่ไหนสักแห่ง และไม่กลับมาอีกเลย ก่อนที่แม่จะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เพราะอาการป่วยที่วันหนึ่งก็เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน
“เมย์… ทานอะไรหน่อยไหม?” เสียงพ่อดังมาจากห้องครัว ทำให้เธอสะดุ้ง เธอปรายตามองเห็นเขาอยู่ที่ตรงนั้น สภาพแบบนี้มันชวนให้เธอนึกถึงอดีตที่เคยมีความสุข ทั้งสองเคยเป็นครอบครัวที่อบอุ่น แต่ตอนนี้มันเหมือนมีรอยร้าวที่ยากจะหายไป
“ไม่ค่ะ…” เธอพูดเสียงเบา แล้วก็ลุกขึ้นไปที่โต๊ะเรียนแทน ความรู้สึกขุ่นเคืองภายในใจที่วนเวียนมาตลอดก็เริ่มปะทุอีกครั้ง ทุกครั้งที่พ่อพยายามเข้าใกล้ เธอก็ตั้งการ์ดไว้ก่อนเสมอ
ชั่วโมงต่อมา เมย์นั่งอยู่ที่โต๊ะเรียน เปิดสมุดบันทึกเล่มเก่าออกมา ภาพระบายสีน้ำที่เธอวาดร่วมกับแม่ยังคงอยู่ในนั้น ความรู้สึกเศร้าสร้อยเข้ามากอดรัดหัวใจเธอ เธอหยิบปากกาขึ้นมาเริ่มเขียนจดหมายถึงแม่
“ทำไมแม่ไม่อยู่กับเมย์อีกแล้ว… เมย์ยังมีเรื่องที่อยากเล่าให้แม่ฟัง…” น้ำตาเริ่มค่อย ๆ ไหลออกมาที่มุมตา คำพูดสะท้อนถึงความจริงที่เธอไม่สามารถบอกแม่ได้เมื่อครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่
ขณะที่เธอเขียน จู่ ๆ รู้สึกมีบางอย่างบุกรุกเข้ามาในความคิดของเธอ มันคือเสียงสะอื้นของพ่อ ขณะที่เดินผ่านห้องนั่งเล่น เมย์ลังเล เอื้อมมือไปที่ประตู เพื่อที่จะออกไปหาเขา แต่ความโกรธในใจเธอก็ขัดขวางการเคลื่อนไหวของเธอ
หลายคืนที่ผ่านไป การเขียนจดหมายถึงแม่ของเธอเป็นทางเดียวที่จะช่วยให้เธอรู้สึกใกล้ชิดกับแม่ แม้ว่าเธอจะไม่ส่งมัน แต่ความรู้สึกนั้นเต็มเปี่ยม ทุกครั้งที่จบจดหมาย เธอจะวางไว้ใต้หมอน และในคืนที่เธอหลับ จะฝันถึงแต่รอยยิ้มของแม่
จนกระทั่งวันหนึ่ง เมย์ได้รับจดหมายกลับ มันเป็นจดหมายที่ทำให้เธอช็อก ทุกคำที่ถ่ายทอดมาจากพ่อของเธอ เขาเปิดใจกับเธอเกี่ยวกับความรู้สึกที่เห็นใจตัวเองที่ไม่สามารถอยู่เคียงข้างแม่ได้ ในขณะที่เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์เข็ญภายในใจ
จดหมายทำให้เธอเห็นว่าพ่อคือมนุษย์ที่มีความเจ็บปวดเช่นกัน มีบาดแผลในอดีตที่เธอไม่รู้ ดังนั้น เมย์จึงตัดสินใจเข้าหาพ่อ เธอนัดให้พ่อมาที่สวนดอกไม้ที่เคยไปด้วยกันบ่อย ๆ
อย่างไรก็ตาม มันเป็นการเจอกันที่เต็มไปด้วยความกล้าเกินไป ความเงียบเกิดขึ้นขณะทั้งสองมองหน้ากัน พ่อเป็นคนแรกที่พูด
“เมย์… พ่อก็คิดถึงแม่มากเหมือนกัน” เขาพูดช้า ๆ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความทุกข์
“พ่อ… ทำไมพ่อไม่เคยบอกเมย์เลย” เมย์เสียงสั่น สะอื้นระหว่างประโยค เสียงดอกมะลิในสวนส่งกลิ่นหอมลอยมา
“เพราะพ่อคิดว่า… คำตอบของความเจ็บปวด คือการทำใจให้ลืมมัน”
การเปิดใจในครั้งนี้ ผลักดันให้น้ำตาของทั้งคู่ไหลออกมาแบบไม่ต้องตั้งใจ จากนั้นเมย์ก็ตัดสินใจจะส่งจดหมายล่าสุดให้แก่แม่ เธอเขียนอย่างเต็มอกเต็มใจ และรอคอยการตอบกลับอย่างใจจดใจจ่อ
คืนแล้วคืนเล่า เมย์รออย่างมีหวัง การส่งจดหมายเป็นการให้ความหมายให้กับสัญญาณที่เหลืออยู่
ในที่สุดจดหมายจากแม่ก็มาหาเธอ ในความฝัน มันเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวอาจจะกลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง
“แม่จะคอยอยู่กับเมย์เสมอ… แม้ว่าแม่จะไม่ได้อยู่ในร่าง แต่ความรักของแม่จะยังอยู่ในใจเมย์ตลอดไป”
ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่เข้ามากอดเมย์ไว้อย่างอบอุ่น และพ่อยืนอยู่ข้าง ๆ เธอ ทั้งคู่ยิ้มให้กันเป็นครั้งแรกหลังจากเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างในชีวิต
ความสัมพันธ์เริ่มกลับมาดีขึ้น พวกเขาเรียนรู้ที่จะเปิดใจและแบ่งปันความรักให้กันอีกครั้ง แม้ว่าแม่จะไม่ได้อยู่ แต่ความรักและความทรงจำเหล่านั้นรังสรรค์ทุกอย่างให้กลายเป็นชีวิตใหม่