คืนแห่งสายหมอกสีชาด
เสียงวัวร้องแว่วอยู่ปลายทุ่ง อขิฏฐ์ยืนนิ่งตรงริมชานบ้านไม้ ไฟแขวนสลัวส่องใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบเหงื่อดวงใหญ่ ริมเบื้องล่างคือหมู่บ้านกลางหุบเขา ซ่อนตัวอยู่หลังผืนหมอกสลับขาวเทา จู่ ๆ ก้อนหมอกหนึ่งแต้มสีแดงคล้ายเลือดค่อย ๆ หลั่งรินเข้ามากลืนหายทุกอย่าง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“อคิ มายืนอยู่ตรงนี้ทำไม กลับเข้าบ้าน” เสียงห้วนสั้นของภากร พ่อผู้ดูเหมือนศิลาทึบ เอ่ยจากบันไดไม้ เขายังสวมเสื้อเชิ้ตตอกกระดุมแน่นเพราะกลัวความหนาว ทั้งที่มันฤดูร้อน
อขิฏฐ์สะดุ้งเล็กน้อย หันกลับแต่ไม่ยิ้ม “เมื่อกี้เห็นครามหรือน้องไปตรงนาไหม” เธอถามเสียงเบา
ภากรนิ่ง มุมปากกระตุกนิดหนึ่ง “ไม่เห็น ครามจะไปทำอะไรดึกดื่น”
ทั้งสองชะงักเมื่อเสียงครามลอยมา “พี่อคิ! ดูนี่!” เด็กชายวัย 9 ปีวิ่งกลับจากเงาหมอกในสนามพร้อมลูกปรงสีดำในมือ สายหมอกสีแดงลอยตามหลังเขามาอย่างน่ากังวล
“มาเร็ว!” อขิฏฐ์วิ่งเข้าสวมกอดน้องโดยไม่กล้าละสายตาจากหมอก ภากรจับแขนน้องชายไว้แน่น
“เข้าบ้าน เดี๋ยวนี้” น้ำเสียงเขาเข้มขึ้น เมื่อทั้งสามรีบพากันเข้าประตู หมอกแดงคลานขึ้นบันไดไม้ ราวกับมีชีวิต
ลัดดาวัลย์ คุณยายขี้โมโห นั่งเขย่าตะกร้าใบจิ๋วในครัว “เหตุการณ์แบบนี้ข้ายังไม่เคยเห็น แต่แม่เอ็งเคยเตือน…ถ้าเห็นหมอกสีแปลก ห้ามออกจากบ้านเด็ดขาด!” ลมหายใจเธอเหมือนกลิ่นน้ำมันเครื่องเก่า อขิฏฐ์เบียดเข้าหาเจ้าแมวหน้าตายของแม่ที่นั่งเงียบบนเก้าอี้
ภายในบ้าน เสียงมะลิลูกชาวสวนข้างเคียงเคาะหน้าต่าง “ขอเข้าไปด้วย ฉันกลัว!” เสียงเธอสั่น อขิฏฐ์รีบเปิดหน้าต่าง มะลิปีนเข้ามา เปียกปอนควันหมอกแดงที่เขม่าติดใส่ขาเธอ เมื่อเข้ามาในแสงไฟ สีผิวเธอคล้ายเนื้อไม้ที่มีอะไรซ่อนอยู่ข้างใน
“หมู่บ้านเราไม่เคยมีหมอกสีนี้เลย” มะลิพูดเร็ว ปากสั่น “ข้างนอก…เหมือนมีเสียงคนร้อง”
ยายลัดดาวัลย์จ้องตาอขิฏฐ์ มือสั่นน้อย ๆ “วันนั้นแม่เอ็งก็เห็นหมอกแบบนี้ ก่อนจะ…” เธอหยุดหายใจ นํ้าตาเส้นเล็กสะท้อนแสงไฟสลัว อขิฏฐ์เบือนหน้า
เสียงร้องแปลบปลาบแล่นมาตามกระแสลมหวน ครามเอาหัวซบพี่ “เราอยากตามหาแม่” เด็กชายเอ่ยเบา ๆ
ภากรเดินเข้ามา นั่งลงกับพื้น ดูอ่อนแรงอย่างที่อขิฏฐ์ไม่เคยเห็น “ทุกคนใจเย็น เดี๋ยวรอให้เช้า ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง” เขาพูดอย่างฝืนใจ
“ถ้ารอ…เราจะปลอดภัยเหรอคะ?” อขิฏฐ์ถาม น้ำเสียงมีประกายกร้าว
ความเงียบแตกระหว่างพ่อกับลูก หัวใจของอขิฏฐ์ตีงงพร้อมกับความโกรธและความกลัวที่แว่วอยู่ในลมหายใจ
เสียงดังโครมครามจากหลังบ้านทำให้ทุกคนสะดุ้ง ภากรลุกขึ้นคว้าไฟฉายแล้วเดินนำออกไป มะลิและอขิฏฐ์ลอบสบตากัน พยายามซ่อนความกลัวไว้ ร่างของทั้งบ้านแน่นขนัดด้วยเงามืด ทั้งที่มีไฟ
“ถ้าเกิดอะไร…เธอต้องคอยดูคราม ฉันจะออกไปกับพ่อ” อขิฏฐ์กระซิบกับมะลิ เจ้าหล่อนกลืนน้ำลายแล้วพยักหน้า แมวของแม่กระโดดขึ้นหน้าต่างเฉย ๆ มองหมอกด้วยสายตาว่างเปล่า
ที่โรงเก็บของ ภากรยกตะเกียงขึ้นส่องพบเพื่อนบ้านสองคนยืนเงียบอยู่หน้าประตู นายอมรมีดขอเดิมก้าวช้า ๆ “ลูกสาวฉันหายไป…ขอเข้ามาหลบ” เสียงเขาแหบพร่าผิดปกติ
สายหมอกแดงคลี่คลายรอบขาอย่างเร็ว ทุกคนรีบผลักกันเข้าไปในโรงเก็บของแต่ละคนเอาหลังชิดรั้วไม้ กลิ่นละอองเหล็กฉุนลอยเข้าจมูก อขิฏฐ์เห็นพ่อยืนนิ่ง ดวงตาเหมือนลังเลอะไรบางอย่าง
ระหว่างที่นิ่งเงียบฟังเสียงหมอก ภากรพูด “เอ็งกลัวใช่ไหมอขิฏฐ์” เสียงจริงจัง “ตอนแม่จากไป ข้าทำผิดกับเอ็ง…ตอนนั้นข้า…” เสียงหยุดกลางคัน เหมือนผีในห้อง
“พ่อไม่ได้ทำอะไร พ่อไม่เคยอยู่ด้วยซ้ำ!” อขิฏฐ์เสียงดัง กลั้นนํ้าตาไม่ไหว
มะลิกุมมือน้องชายแน่น ลมหายใจอุ่น กระซิบ “เราต้องผ่านคืนนี้ให้ได้ เดี๋ยวอะไรดี ๆ จะมา…” แต่เสียงเธอก็สั่นสะท้านเกินจะเชื่อในคำตัวเอง
จู่ ๆ ประตูโรงเก็บของเปิดเอง กระแสหมอกแดงทะลักเข้ามา มีบางอย่างคล้ายภาพเงาจากอดีตโผล่ในไอหมอก—ภาพแม่ของอขิฏฐ์ยืนอยู่พร้อมรอยยิ้มเศร้าๆ สบตาลูกสาว
ครามผวาเข้าไปหา มะลิร้องห้ามแต่ไม่ทัน เด็กชายวิ่งเข้าหาเงาแม่ อขิฏฐ์กลั้นใจผลักตัวเองเข้าไปกลางหมอก หัวใจเต้นแรงจนอาจแตกสลาย
ในหมอก ทุกอย่างสว่างแบบแปลกตา เสียงผู้ใหญ่พูดอะไรคล้ายบทสนทนาเก่า ๆ ลอยวนอยู่ อขิฏฐ์คว้าน้องไว้แน่น เงาแม่ยื่นมือออกมา สายตาอบอุ่นปนเศร้า “ให้อภัย…ตัวเองเถอะลูก” เสียงนั้นเหมือนลมหายใจของภูเขา
น้ำตาของอขิฏฐ์ไหลออกมาไม่หยุด ทั้งความโกรธ ความสูญเสีย ความค้างคา ค่อย ๆ ละลายลงในหมอก
“ขอโทษ…แม่” อขิฏฐ์พูดเสียงแตก เพียงเท่านั้น ภาพของแม่ค่อย ๆ จางหาย พร้อมสายหมอกที่คลายตัว
ภากรยืนอยู่นอกหมอก สีหน้าเปลี่ยนไป เขาตะโกนเรียกลูก “อขิ!” เสียงแทบขาดใจ
มือของพ่อโอบกอดอขิฏฐ์กับครามไว้แน่น น้ำตาไหลจากตาแข็งกระด้าง “พ่อขอโทษที่ไม่เคยเข้าใจลูก…ขอโทษจริง ๆ”
เมื่อสายหมอกหายไป แสงแดดยามรุ่งสางสาดเข้าที่ชายคาบ้าน เด็ก ๆ กับพ่อเดินออกมาเงียบ ๆ ชาวบ้านค่อย ๆ โผล่หน้าออกจากบ้านแต่ละหลัง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อขิฏฐ์จับมือน้องไว้แน่น สายตาเต็มไปด้วยสิ่งที่เติบโตขึ้นมาในหนึ่งคืน เธอก้มหน้าหลับตา ลมหายใจลึก เงียบสงบเป็นครั้งแรกนับแต่วันที่แม่จากไป
เสียงแมวร้องครางเบา ๆ ยายลัดดาวัลย์เหนื่อยหอบแต่ยิ้มเศร้าเงียบ ๆ ต่างคนต่างมีแผลในใจติดตัว แต่อย่างน้อย ในเช้านี้ ไม่มีใครซ่อนมันจากตัวเองแล้ว