ตำนานแห่งผืนป่าคริสตัล และเงาอรุณบนลำธารแก้ว
แสงแรกของวันลอดผ่านยอดใบแก้วผลึก คลี่ตัวเป็นริ้วระยับบนผิวน้ำของลำธารแก้ว มวลไอน้ำแขวนตัวกลางอากาศแปรเป็นละอองประกายเซาะไปตามใบสนคริสตัลจนเมือง ‘ดานีร่า’ จมอยู่ในเวทมนตร์แห่งรุ่งอรุณ ทั้งป่าคริสตัลคล้ายเพิ่งตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงกระซิบลำน้ำดังพลิ้วแผ่วไปทั่ว เจ้าชายน้อยเซคัน มิใช่ผู้สูงศักดิ์แต่เป็นเพียงบุตรชายช่างตีผลึก ขยับปลายนิ้วลูบหลังทากคริสตัลซึ่งเกาะอยู่บนบ่า ทากนั้นชื่อซิลวา มีตาแวววาวเหมือนดอกแก้ว เขารู้ดีว่าทากไม่ได้พูดได้ แต่มันเข้าใจความรู้สึกของเขาทั้งหมด
“วันนี้จะไปลึกกว่าทุกวันไหม?” เสียงของคุณปู่มาเรย่ายังลอยวนจากความทรงจำ เซคันไม่ตอบ เขาหลบตา ก้มมองเงาตัวเองบนสายน้ำที่สั่นคลอนและคิดถึงตำนานเล่าเก่า ที่ว่ากันว่าเมื่อใดที่เสียงสะท้อนสุดท้ายแห่งดวงแก้วฟ้ามรกตดับลง ป่าแห่งนี้จะสิ้นประกายและคลื่นคริสตัลทั้งหลายจะกลายเป็นหินขุ่นมัว
ความกลัวของเซคัน หาใช่ความมืดหรือสิ่งลี้ลับ แต่เป็นจุดเริ่มต้นใหม่และการผุดขึ้นสู่เส้นทางที่เขาไม่เคยเลือกเดิน
เช้านั้นเอง เสียงดังก้องกลางผืนป่าแตกต่างไปจากทุกวัน คล้ายกระจกแตกร้าว วินาทีนั้นเซคันพลิกกายลุกขึ้น วิ่งตามสายน้ำลึกเข้าไปในราวแก้วผลึกโดยไม่รู้ตัว ทากซิลวาไต่ตามติดไม่ปล่อย
เขาฝ่าแนวเฟิร์นคริสตัล ใบคมใสราวมีดปักอยู่เต็มตามพื้น เพียงแตะเบา ๆ ก็ทำให้ผิวมือด้านนอกเป็นรอย ทว่ามันมิได้ทำร้ายแต่เหน็บหนาวจนเจ็บถึงหัวใจแต่แรกสัมผัส เขาฝืนใจเดินต่อ แม้ใจจะกังวลถึงคำเตือนของปู่: “เฟิร์นคริสตัลไม่ยอมให้ใครผ่านถ้าหัวใจลังเล”
ทันใดนั้น ใต้แสงอาทิตย์ที่สาดหักเหผ่านกิ่งแก้ว บางสิ่งปรากฏ วนว่ายอยู่กลางอากาศ สัตว์รูปร่างคล้ายกระรอกแต่ลำตัวยืดยาว ร่างกายแต้มลายสะท้อนแสงคริสตัลตัดกับสีเขียวอบอุ่นของเฟิร์น มันกางปีกใบไม้แวววาวและส่งเสียงร้องคล้ายระฆังแก้วเม็ดเล็ก ๆ
ทากซิลวาเกาะบ่าเซคันแน่นขึ้น กระรอกปีกแก้วเหลียวตาใสราวหยดน้ำมา สะท้อนภาพเซคันกลับไปเหมือนมองในกระจก สัตว์วิเศษนี้คือ ‘ซิวริน’ — เฝ้าประตูแห่งป่าลึก ดูแลเสียงแห่งเฟิร์นดึกดำบรรพ์
“เจ้ามาทำไม?” ซิวรินพูดออกเสียง ทว่าเสียงของมันเป็นจังหวะ ขาดห้วงเหมือนเสียงกระดิ่งในสายลม
เซคันอ้ำอึ้งในใจ “ข้า…ข้าได้ยินเสียงของบางสิ่งแตกสลาย”
“เจ้าปรารถนาอะไร ในหัวใจของเด็กแห่งแก้วผลึก?”
เด็กหนุ่มแทบไม่กล้าตอบ เขาสูดลมหายใจ “ข้ากลัว…ข้าไม่อยากให้ป่าคริสตัลแตกดับ แต่ข้ากลัวออกจากขอบเขตของตัวเอง กลัวจะหลงทาง และ—ข้ากลัวเจ็บอีก”
ซิวรินมองเขาเนิ่นนาน ลมหายใจของมันปล่อยละอองแสงออกมาแล้วไหลเวียนรอบร่างเซคัน เสียงความเย็นของป่าเร่งขึ้น “เจ้าจะถูกเลือก หากเจ้ากล้าแม้จะกลัว”
จังหวะนั้นเอง เงาดำวูบหนึ่งร่วงลงใส่ผิวลำธาร น้ำซัดกระเซ็นราวกระจกที่แตก ซิวรินสะดุ้งและส่งเสียงร้อง “เบยาน! เงาอรุณ!”
ริ้วเงาของ ‘เบยาน’ — สัตว์วิเศษอีกตัวหนึ่ง ผู้เป็นคู่ตรงข้ามของซิวริน ร่างสูงเพรียว พีคบาง แต่ปกคลุมด้วยไอหมอกสีมืด หัวมีครีบยาวโค้งเหมือนปีกดวงจันทร์ ตาเบยานฉายประกายซ่อนเร้น
“เสียงของบางสิ่งใกล้ดับจริง ๆ” เบยานพูดยานคางแผ่ว “หากเจ้าไม่ยอมพลิกหัวใจตน โลกนี้ก็จะขุ่นมัวไปตลอด”
ซิวรินหันขวับมองเซคัน “เจ้าได้ยินหรือยัง? ดวงแก้วฟ้ามรกตกำลังสิ้นเสียงสะท้อนสุดท้าย ใต้โขดหินลำธารแก้ว”
เซคันกลืนน้ำลาย ทากซิลวาปล่อยไอละอองรอบนิ้วเขาอย่างให้กำลังใจ เขาก้าวขาออกไปสั่น ๆ มุ่งหน้าสู่โขดหินใหญ่ที่น้ำไหลวนอยู่
ระหว่างทาง ละอองฟ้าที่สะท้อนแสงกลายเป็นม่านสีเข้ม สายตาของเด็กหนุ่มเริ่มพร่าเลือน เสียงกระซิบของป่าดูลึกลับขึ้น ฝูงผีเสื้อแก้วบินวนรอบหัว ต่างเคาะปีกกับอากาศ เกิดเสียงกังวานเบา ๆ อย่างไม่มีใครเคยได้ยิน
เซคันเดินฝ่าฝูงผีเสื้อ เสียงหัวใจเต้นแรงจนนิ้วปลายมือชาวูบ เขาเผชิญกับความหวาดกลัวซึ่งกัดกินมานาน ความคิดติดลบมักหลอกหลอนให้เดินถอยหลัง ปู่สอนว่า “เมื่อเจอกระจกมัวในใจ อย่าหันหลังให้ ให้มองจนเห็นเงาของตัวเองเปลี่ยนเป็นแสง”
มือของเซคันแตะโขดแก้ว ผิวเย็นชื้น ส่งริ้วไอหนาวจนขนลุก ทันใดนั้น โลหิตในกายหยุดนิ่ง หัวใจเหมือนหยุดในวินาทีเดียว เขาก้มลงสัมผัสดวงแก้วมรกตที่ฝังอยู่ในหิน น้ำตาไหลออกมาโดยไม่เข้าใจว่าทำไม
เสียงสะท้อนในหัวเขาดังขึ้น “กลัว…แล้วอย่างไร?”
เซคันพูดเสียงแผ่ว “กลัวแต่ไม่ถอย”
ทันใดนั้น ดวงแก้วมรกตส่องแสงเฉี่ยวฟ้า เปล่งเสียงประหลาดเหมือนโน้ตหายาก ค่อย ๆ ดังแผ่วแต่นุ่มนวล แม้เสียงจะสั่นคลอนเหมือนจะดับลง แต่ด้วยมือและหัวใจของเด็กหนุ่ม ดวงแก้วเริ่มค่อย ๆ ส่องประกายใหม่จนสายลำธารทั้งสายกลับสะท้อนแสงรุ่งอรุณอีกครั้ง
เบยานลอยผ่านสายหมอกเข้าใกล้ “เจ้ามิใช่นักรบ หรือผู้ถูกลิขิต” เสียงของมันมีเมตตา “แต่เจ้าคือเงาอรุณใหม่ ที่กล้าส่องผ่านความหวาดกลัวของตนเอง นำกลับมาเสียงแห่งผืนป่านี้”
ซิวรินกระโดดประทับบนไหล่เซคัน ทากซิลวาชูร่าง เต้นเป็นวงกลมด้วยความดีใจ ทั้งสามล้อมเด็กหนุ่ม ผู้ไม่ได้กำจัดความกลัว หากแต่เรียนรู้ที่จะโอบรับมัน
เมื่อทุกอย่างสงบนิ่ง เปิดโอกาสให้แสงอ่อนของเช้าวันใหม่วาดเส้นแสงบนใบไม้แก้วทั่วเมืองดานีร่า ตำนานแห่งผืนป่าหวนคืน ประกายเสียงสะท้อนสุดท้ายไม่เคยดับ ตราบใดที่ยังมีใครบางคนกล้าที่จะเปิดใจ ผลึกแห่งป่าคริสตัลจึงเปล่งระยับเป็นนิรันดร์
นิทานนี้ยังเล่าขานว่าทุกเช้า หากเงาเด็กหนุ่มปรากฏบนลำธารแก้ว จะมีเสียงสะท้อนใหม่เกิดขึ้นเสมอ