คืนสาปแห่งอุโมงค์ดิน
เสียงหัวเราะของวัยรุ่นห้าคนสะท้อนก้องในโถงร้างใต้ดิน พวกเขามายืนหน้าแผงเหล็กสีสนิมที่ฝังอยู่กับปูนอย่างท้าทาย ไฟฉายวาบไปมากระทบใบหน้าของทุกคน: ฝัน แกนนำกลุ่มที่มั่นใจเกินวัย, ปาล์ม เพื่อนสนิทผู้ดูเงียบขรึม, ดิว หนุ่มอารมณ์ดีเจ้าของตลกซ่อนน้ำตา, พลอย เด็กสาวต่างจังหวัดที่ไม่ไว้ใจใครง่าย ๆ, และน้ำชา ผู้มากับเป้าหมายลึกลับไม่เคยเข้าใจง่าย ๆ เลย
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ฝันหัวเราะเยาะเสียงเขย่าลูกกุญแจ “แค่เข้าไปดูข้างในเอง ใครกลัวก็รอกันตรงนี้สิ!” เธอโยนแววตาท้าทาย ส่วนปาล์มยืนหลบแสงไฟมีความกังวลซ่อนอยู่ แม้เขาจะไม่พูดอะไรแต่จ้อง “อุโมงค์” ราวกับคุ้นเคยอย่างแปลกประหลาด
พลอยขมวดคิ้ว “ถ้ามันอันตรายจริง เลิกเล่นได้ไหมฝัน เราติดอยู่ข้างในจะทำยังไง” ดิวหรี่ตา “อะไรกัน กลัวผีหรือกลัวกลิ่นขี้หนู” น้ำชาลูบเหรียญโบราณในมือตัวเองเงียบ ๆ เหมือนหาความมั่นใจ ฝันขวับมอง “ใครอยากกลับ ก็กลับเองเลย” แล้วเปิดแผงเหล็ก เสียงเอี๊ยดสนั่นร้าวสะท้อนในอุโมงค์มืด
ทุกคนลังเล ก่อนฝันจะเดินนำ ทุกคนจึงจำใจตาม รอยเท้า หัวใจเต้นแรงเหมือนกันไปหมด ฝันพูดเสียงเบา ๆ ทวนเป้าหมายครั้งสุดท้าย “จำไว้ ถ้าเจออะไรที่เป็นเขต ‘ปิดตาย’ ห้ามข้ามเด็ดขาด”
อุโมงค์เย็นชื้น พื้นกรวดกระทบรองเท้าดังกรอบแกรบพลอยแอบกอดตัวเอง หนูตัวหนึ่งตะปบผ่าน ดิวสาปส่งเสียงเบา ๆ “สาธุ อย่ามีอะไรโผล่มาสักที” ขณะที่ทุกคนฝืนหัวเราะ น้ำชามองไปรอบ ๆ รอยแผลที่กำแพงเก่ากระตุกความสนใจแว่บหนึ่ง
พวกเขาหยุดตรงสามแยกอุโมงค์ ฝันชี้มือ “ไปขวา เจอห้องใหญ่แน่” น้ำชากระซิบถามเบา ๆ “ที่นี่ใช้ทำอะไรสมัยก่อน” ปาล์มหันขวับ “ศูนย์พักพิงใต้ดิน สงครามเก่า…ไม่ได้ใช้เป็นสิบปีแล้ว” ฝันพูดปนรำคาญ “ก็โอกาสชะโงกหัวมาดูกันไง เผื่อจะขุดอะไรเจอ” พลอยถอนหายใจลึก ๆ แสงไฟสาดไปเห็นบางอย่างคล้ายเงาคนที่มุมพอดี
พลอยจับแขนฝันแน่น “มีคนอยู่ข้างนั้น” น้ำชาจ้องตาม ฝันยักไหล่ “อาจเป็นคนเดินตามมา พวกสำรวจเมืองเก่าอะไรก็แล้วแต่” แต่ไม่มีใครเดินเข้าใกล้นอกจากปาล์มที่ค่อย ๆ ลองเอียงไฟฉายตาม มุมอุโมงค์ว่างเปล่า พลอยหน้าเครียด “ฉันเห็นแน่ ๆ หรือมัน…”
เสียงปึกจากทางซ้าย ดิวสะดุ้งโยนคำ “ลมตีหรือเปล่า” น้ำชามองสบตาพลอยเจือแววหวาดกลัว เหงื่อเริ่มปุดบนหน้าผากฝัน เธอฝืนดันทุกคนเดินต่อ
ห้องโถงใหญ่กว่าที่คิด โคมไฟเก่ากระพริบแผ่ว ทั้งหมดค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจ น้ำชาลูบผนังพบลายยุคเก่าสลักไว้ “คล้ายอักษรของเมืองใต้ดินโบราณ”
ฝันหัวเราะ “ใครมันจะจริงจังขนาดนั่งจดไดอารี่ในอุโมงค์ร้าง” พลอยตอบตอก “บางทีมันอาจไม่ใช่แค่ที่ซ่อน…” เงียบกะทันหัน ใครคนหนึ่งหายไป ดิวหันเรียก “ปาล์ม?” แสงไฟหมุนติ้ว ทุกสายตามองหา
ปาล์มหายตัวไป เงียบ ไม่มีเสียง ไม่มีร่องรอย ฝันขบฟัน น้ำชาก้าวช้า ๆ ไปยังที่ว่างตรงกำแพง “ไม่มีเลือด ไม่มีรอยขูด” พลอยสั่น “พวกเราต้องออกไปเดี๋ยวนี้” ดิวกลืนน้ำลาย “หรือเขาล้อเล่น จะไปซ่อนแน่ ๆ”
ฝันดูสีหน้าแต่ละคน เธอกลัวความผิด “อย่าเพิ่งสติแตก ไปหาปาล์มก่อน” ทุกคนต่างเดินสวนกัน หัวใจร้อนรน เสียงฝีเท้าคนเดียวหวาดผวาในอุโมงค์”
พลอยร้องไห้เสียงเบา “ฉันบอกแล้ว…” ฝันวางมือบนไหล่พยายามกลั้นน้ำตา “จะแยกกันเป็นวงกลมหรือเดินไปด้วยกันดี” น้ำชาตอบเสียงสั่น “อยู่ด้วยกัน อย่าแตกกลุ่ม” ดิวพยักหน้า ฝันกัดฟัน “งั้นไปทางห้องขวา ห้ามตามใจตัวเอง”
เสียงขูดบางอย่างลากตามผนังข้างหลัง พวกเขาหยุด ฝันตะโกน “ปาล์ม! ถ้าแกล้งพอเถอะ!” พลอยเขยิบชิดน้ำชา นัยน์ตาแดง น้ำชาบีบเหรียญแน่น
ทั้งหมดประคองกันเดินอ้อมซอกเลี้ยว เสียงหายใจตื้น ๆ สลับความเงียบ น้ำชาทัก “ได้ยินไหม เหมือนมีเสียงพึมพำต่ำ ๆ?” ดิวกอดอกหลบตา ไม่กล้าตอบ เสียงขูดจางหายไป ทิ้งไว้แต่ความเย็นยะเยือก
ฝันมองจ้องเข้าไปยังอุโมงค์อีกฟากราวกับได้รับคำท้า บนกำแพง มีรอยเลือดเก่าซึม “ใครเป็นคนเขียน…” ดิวรีบเดินไปข้างหน้า “อย่าเอาไฟส่องมาก เดี๋ยวมันรู้ว่าเรามีไฟ” พลอยสังเกตว่าน้ำชาดูเกร็งผิดปกติ “เธอรู้อะไรใช่ไหม” น้ำชาลังเลแต่ไม่ตอบ ฝันขมวดคิ้วแต่ไม่ซัก
จู่ ๆ สายไฟระเบิดเสียงดัง เปลวไฟลุกพรึบ เงาดำกระโจนผ่านสายตาทุกคน ดิวหมดความกล้าตั้งแต่ต้น ล้มตัวร้องไห้เสียงสั่น “อยากกลับบ้าน…ฉันขอโทษ ฉันโกหกเรื่อง…” เงียบไป ไม่พูดจนจบ ทุกคนรู้ดีว่าต่างคนต่างซ่อนความผิด
ไฟฉายก้อนสุดท้ายใกล้ดับ ฝันตัดสินใจมั่น “ไม่ว่าเกิดอะไร เราทิ้งอีกคนไม่ได้” เธอมองน้ำชา “บอกพวกเรามาสักที ว่าเธอถือเหรียญนั่นไว้ทำไม” น้ำชานิ่ง เงาในห้องเหมือนขยับ พลอยเบิกตา น้ำชาเผยเสียงเบาว่า “มันติดตัวฉันมานาน ตั้งแต่แม่ฉันตาย…”
ทันใดนั้น มีเสียงหายใจแรงด้านข้าง พลอยถลาไปดึงฝัน “มีอะไรอยู่ตรงนั้น!” ฝันคว้าก้อนหินปากสั่น “ใครจะอยู่…อ้อ ปาล์มใช่มั้ย!” เงานั้นขยับผิดรูป ร่างโปร่งทะลุอุโมงค์เผยสัญลักษณ์เหมือนบนเหรียญ น้ำชาตะลึง “นั่น…วิญญาณคำสาป เมืองนี้เคยถูกปิดตายเพราะ…มีคนทรยศ”
น้ำตาของน้ำชาร่วง หยุดอธิบาย ฝันถาม “เกี่ยวอะไรกับพวกเรา?” น้ำชากำเหรียญจนมือสั่น