คำสาปหอพักเทียนดำ
เสียงประตูไม้เก่าเปิดดังเอี๊ยดเมื่อปริญญาที่เพิ่งย้ายมาเป็นนักศึกษาใหม่มั่นใจว่าตัวเองเดินมาถูกที่ หอพักเทียนดำอยู่ริมถนนสายเงียบในเขตเมืองเก่า อิฐสีเข้มผุกร่อนกับรอยดำคล้ำบนขอบหน้าต่างชวนนึกเหมือนตึกนี้จะหายใจได้ เสียงลมต้นฤดูฝนกรีดกรายเฉียดผ่านหน้าต่างบานเก่า ปริญญายืนอึ้ง ดูร่องรอยการแกะสลักแปลกตาบนกรอบประตูราวกับเป็นอักขระผีมือเด็กกระดานดำ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เธอลากกระเป๋าเข้าไปในล็อบบี้ขนาดเล็ก ภายในมืดสลัวอย่างคาดไม่ถึง หลายคนเดินขวักไขว่ เจ้าหน้าที่หอ—หญิงวัยกลางคนชื่อป้าติ๋ม–พรางรอยยิ้มอ่อน ๆ มองตาเธอเหมือนสำรวจบางสิ่ง ปริญญารู้สึกเหมือนเธอเป็นของแปลกด้วยความเงียบของป้าติ๋ม
“ห้อง 307 ของใหม่ของรอบนี้ อยู่มุมทางเดินนั่นนะ” เสียงป้าติ๋มมีแหบแห้งน้ำเสียงล่องลอย
ปริญญารู้สึกว่าแค่เอาตัวเข้าห้องไปก่อนคงดีที่สุด เธอเดินตามทางเดินไม้ตีเกร็งเป็นจังหวะ ทุกย่างก้าวเหมือนมีเสียงตอบรับลึก ๆ ใต้พื้น ไฟหลอดนีออนในทางเดินวูบ ๆ วาบ ๆ ราวกับถูกใครดึงไฟฟ้าออกชั่วคราวใต้เงามืด หน้าห้อง 307 มีกระดาษแผ่นหนึ่งติดไว้ด้วยเทปเก่า–ขีดเขียนว่า ‘ห้ามเข้าเวลาเที่ยงคืน’ ด้วยลายมือหวัดใหญ่
จบวันแรกด้วยความเหนื่อยล้า ปริญญาทรุดตัวลงบนเตียง เสียงลมวูบแรกดังเหนือเพดานห้อง ฝ้าเพดานมีรอยแตกลายงาเป็นรูปวงกลม หล่อนเกือบหลับเมื่อได้ยินเสียงกรอบแกรบเบา ๆ เหมือนอะไรบางอย่างเลื้อยอยู่ใต้เตียง
รุ่งเช้า ปริญญาตื่นขึ้นพร้อมเสียงเคาะประตู เธอพบ ‘พลอย’ เพื่อนร่วมห้องคนใหม่ หญิงร่างเล็กผมซอยสั้นดวงตากลมโต พลอยดูกังวลบางสิ่ง พูดน้อยแต่ชวนคุยไปแบบกล้า ๆ กลัว ๆ “เมื่อคืนได้ยินเหมือนเสียงคนลากของไหม…ใต้ห้องเรา?”
ปริญญาไม่ตอบแน่ชัด “คงเป็นหนู…หรืออะไรสักอย่าง”
พลอยเงียบ จับแขนเสื้อตัวเองแน่น ตาลอกแลก “พี่เรเตอร์เค้าย้ำว่าถ้าได้ยินเสียงแปลก ๆ อย่าเปิดประตูกลางดึกเด็ดขาด”
เสียงอะไรบางอย่างเคาะเบา ๆ ที่ผนังหลังตู้เสื้อผ้า ทำให้ทั้งสองเงียบไปชั่วครู่ พลอยกับปริญญานั่งฟังเฉพาะเสียงหายใจของกันและกัน
เวลาผ่านไปช่วงบ่าย มาจนกระทั่ง ‘ศรันย์’ –มืดหม่น หน้าเข้มรูปร่างสูงเพื่อนเด็กห้องข้าง ๆ ถือถุงขนมมาเยี่ยม ศรันย์ดูไม่เป็นมิตรกับใครนัก เอ่ยว่า “เมื่อคืนเห็นเงาเดินผ่านช่องหน้าต่างห้องเธอกับพลอย เพื่อนตึกเก่าฝั่งตรงข้ามว่าเคยมีคนอยู่ห้องนี้แล้ว…พอเที่ยงคืนก็ย้ายออกหมด ไม่มีใครอยู่ได้นาน”
ทั้งสามหยุดพูด พลอยเปลี่ยนสีหน้าเป็นตึงเครียด “ทำไมทุกคนชอบพูดถึงเที่ยงคืน…เกิดอะไรขึ้นกับห้องนี้เหรอ”
ศรันย์หลบตา “เปล่า…เปล่าหรอก แค่เขาว่ากันไว้อย่างนั้น… เดี๋ยวก็ชิน”
คืนนั้น ปริญญานอนไม่หลับ ได้ยินเสียงราวกับอะไรหนัก ๆ เลื่อนบนพื้นทางเดินหน้าห้องกับเสียงกระซิบปลายประโยคนึงลอดใต้ประตู “…กลับ…ไม่ได้…” เสียงเบาหวิวดังอยู่แค่ชั่ววูบ
รุ่งเช้า พลอยดูโทรมตาแดง บอกว่าเธอฝันเห็นตัวเองเดินไปในทางเดินมืด แต่ไม่สามารถเปิดประตูห้องไหนได้เลย “ตอนที่ฉันหันไปดูประตูหลัง…เห็นเหมือนมีเงาดำยืนหันหลังให้ใต้หลอดไฟ”
ปริญญาไม่กล้าถามต่อ กลิ่นไม้เก่าผสมกลิ่นเทียนดำตลบไปทั่วทางเดิน เธอสังเกตใต้บันไดชั้นสามมีรอยขีดเส้นยาวสีดำพลิกแนวไปมาเหมือนมีใครขีดด้วยเทียนไข
เย็นวันหนึ่ง ศรันย์หายตัวไปโดยไม่มีใครเห็น ไลน์กรุ๊ปของเพื่อนในหอแตกตื่น หอพักเริ่มปิดประตูเร็วกว่าปกติ ในบรรยากาศสลัว ๆ ป้าติ๋มยังคงเดินตบหัวไม้กวาดไปทั่วไม่พูดอะไรกับใคร
คืนหนึ่ง ฝนตกเสียงดัง พวกปริญญานั่งรวมกัน สามสาวจากอีกห้องที่ชื่อฟ้า เมย์ และแตง บอกเสียงสั่น ๆ “เมื่อคืนฟ้าเห็นเหมือนศรันย์อยู่หน้าประตูห้องเรา เขายืนอยู่ในเงาไฟ…แต่เรียกแล้วยืนเฉย ไม่ขานรับ” เมย์เสริม “หน้าตาเขาเหมือนกำลังกลัวอะไรสักอย่าง”
ห้องทั้งหอเงียบลงทันที ทุกคนเหมือนคิดถึงเสียงผิดปกติในแต่ละคืน ปริญญาเริ่มฝันถึงรอยเทียนดำใต้บันไดกับเงาคนที่ไม่มีใบหน้าเดินวนเวียนอยู่ทางเดิน
คืนต่อมา ปริญญาตื่นมากลางดึกด้วยเสียงลมหายใจหนัก ๆ ด้านหัวเตียง พลอยหลับอยู่แต่หน้าซีดขาว เธอเงี่ยหูฟัง ได้ยินเสียงเท้ากระทบพื้นทางเดินในจังหวะช้า ๆ ประสานกับเสียงขีดข่วนช้า ๆ เหนือฝ้าเพดาน มีเงาหนึ่งวูบผ่านใต้ประตูพร้อมกลิ่นเทียนไขไหม้แรงจาง ๆ
ศรันย์ยังไม่กลับมา ประกาศในไลน์กรุ๊ปคนหายถูกลบอย่างไม่มีใครรู้ตัว เพื่อนทุกคนกลายเป็นคนระแวง ปริญญาถามพลอยว่าระแวงใครบ้าง พลอยใจสั่น “อะไรบางอย่าง…มันวนเวียนอยู่กับที่ มันไม่จากไป…บางทีเราไม่เคยอยู่คนเดียวเลยใช่ไหม?”
วันต่อมา ระหว่างที่ทุกคนหลบอยู่ในห้องตัวเอง กลิ่นเทียนไขแรงขึ้นผิดปกติ ป้าติ๋มห้ามไม่ให้ใครออกจากห้องหลังสี่ทุ่ม “อย่าเปิดประตูเด็ดขาด…อย่าคิดจะถามอะไรคืนนี้”
ในความเงียบ ปริญญาเปิดหน้าต่างออกไปดู เห็นเงาดำรูปร่างคล้ายคนยืนแนบผนังตึกตรงข้าม มันเคลื่อนไหวในจังหวะที่ผิดธรรมชาติ ขาแต่ละข้างลากเส้นเงาดำยืดยาวติดลานแสงไฟหน้าตึก
กลางดึกคืนนั้น พลอยสั่นกลัว ผละจากเตียงกระซิบ “ฉันได้ยินเสียงเหมือนเรียกชื่อเรา…เธอได้ยินไหม” ปริญญาเงี่ยหู แต่มีแค่เสียงหายใจและเสียงลมหวิวผ่านช่องหน้าต่าง ม่านไหวเบาวูบเงียบลง เธอกุมมือพลอยแน่น พยายามกลั้นลมหายใจ ทุกอย่างนิ่งสนิทราวกับเวลาหยุดเดิน
ฟ้าผ่ากะทันหันทำไฟดับ หอทั้งหลังตกอยู่ในความมืดสนิท เวลาค่อย ๆ เลื่อนไปถึงเที่ยงคืน มีเสียงเคาะสามครั้งอย่างช้า ๆ ดังจากผนังห้อง 307 ประตูห้องขยับเหมือนมีแรงผลักจากข้างนอก ไม่มีใครกล้าขยับนิ้วเดียว
พลอยสะอื้นเงียบ ปริญญาได้ยินเสียงกระซิบเบา ๆ วนซ้ำ “…อยู่…ไม่ได้…ต้องออกไป…”
คืนวันนั้น ทุกคนต่างไม่ได้นอน แต่ถึงเช้าไม่มีใครเห็นอะไรอีก รอยขีดเทียนดำใต้บันไดกลับหนาขึ้น ลากยาวเข้ามาถึงหน้าห้อง 307 มีเศษเทียนเล็ก ๆ สีดำตกบนทางเดิน
พลอยตัดสินใจเดินไปถามป้าติ๋ม “ที่นี่…เมื่อก่อนเคยมีคนหายตัวไปใช่ไหมคะ?”
ป้าติ๋มหลบสายตา สีหน้าอึดอัด “ในหอเรา…มีบางอย่างที่ต้องรักษากติกา ห้อง 307 ไม่ควรอยู่นาน…เท่านั้นเอง” พลอยจ้อง ป้าติ๋มค่อย ๆ ผละไป เอ่ยเบา ๆ “พวกเธอควรออกจากห้องนั้นซะ…”
ปริญญาตัดสินใจคืนนั้นจะลองสังเกตทุกอย่างเองจึงนอนไม่หลับ กระทั่งได้ยินเสียงขีดข่วนแผ่ว ๆ เบื้องหลังฝ้าเพดาน เสียงเหมือนเทียนไขละลายหยดลงบนไม้แห้ง เสียงฝีเท้าเคลื่อนใกล้ประตูแล้วทุกอย่างเงียบลงทันที
พลอยลุกพรวด “ฉันทนไม่ไหวแล้ว—” เธอเดินไปหมุนลูกบิดประตูทันที ปริญญาตะโกนห้ามแต่สายไปแล้ว พลอยเปิดประตูช้า ๆ เสี้ยววินาทีต่อมา ลมเย็นกรูเข้ามาอย่างฉับพลัน เงาดำมหึมาตั้งหลักอยู่ในมุมทางเดิน ร่างเงาเคลื่อนตัวแทรกเข้าห้อง ลากเงายาวบนพื้น เสียงเทียนขูดกับไม้เป็นจังหวะเข้ากับเสียงหายใจถี่พลอย ดวงตาเงาสีดำวังเวง
พลอยชะงักแข็งทื่อ ร่างสั่นรุนแรง ปริญญาดึงพลอยแต่ขาเหมือนยึดติดกับพื้น เงาดำเคลื่อนเข้าหาใกล้ขึ้นทุกที เสียงกระซิบย้ำซ้ำ “…ห้ามเข้าเวลาเที่ยงคืน…”
ปริญญาเบี่ยงตัวคว้าเทียนดำเศษหนึ่งที่พื้น จุดไฟด้วยความกลัวจนมือสั่น ไฟเทียนสว่างวูบ เงาดำชะงักแล้วแตกสลายเป็นควันจาง ๆ ก่อนจะหายไปราวกับไม่มีใครเคยอยู่ตรงนั้น
พลอยล้มลงร้องไห้เสียขวัญ ปริญญากอดเพื่อนไว้แน่น กลิ่นไม้ไหม้ลอยฟุ้ง เสี้ยววินาทีนั้น ทั้งสองรู้โดยไม่ต้องพูดว่า…บางสิ่งในหอเทียนดำไม่ต้องการให้ใครเข้าห้องนี้ยามเที่ยงคืน
รุ่งเช้า ทั้งสองเก็บของออกจากห้อง 307 พบเศษกระดาษเก่าใต้เตียง เขียนด้วยลายมือหวัดว่า “ไม่มีใครออกจากห้องนี้ หลังเที่ยงคืน ได้หรอก…ฉันขอโทษ” ลงท้ายด้วยชื่อของศรันย์ที่หายไป
เวลาผ่านไปไม่นาน ห้อง 307 ถูกปิดตาย ทางเดินหน้าห้องถูกทาด้วยขี้ผึ้งสีดำกลิ่นฉุน ไม่มีใครกล้าเล่าเรื่องคืนนั้นอีก แต่บางคืน…เสียงขีดข่วนเบา ๆ กับกลิ่นเทียนไขไหม้ก็ยังคงวนเวียนอยู่หน้าห้อง 307 ราวกับเตือนทุกคนว่า…ความลับในรอยเทียนดำไม่มีวันมอดดับ