คำสาปของตำนานรัก
ในคืนที่พระจันทร์เต็มดวง สาวน้อยจากตระกูลขุนนาง ชื่อ อมราภา กำลังยืนอยู่บนระเบียงของปราสาท บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยเสียงหิ่งห้อยกระพริบแสง มันเป็นค่ำคืนที่เธอไม่อาจลืมได้ เมื่อเสียงกระซิบของตำนานรักดั่งคลื่นมากระทบใจ ฟ้าผ่าผ่านท้องฟ้าอันมืดมิดทำให้เธอตัดสินใจลุกขึ้นเดินออกไปจากความสบาย ในขณะที่เธอเดินลงมาจากปราสาท เสียงของหมู่บ้านที่อยู่ห่างออกไปค่อย ๆ ดังขึ้น เป็นเสียงคุยกันเสียงหัวเราะ แต่ในใจเธอไม่เคยมีความสุขเพราะรู้ว่าตนเองถูกผูกพันด้วยคำสาปที่ต้องแยกจากความรัก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ในตอนนี้ อมราภาเริ่มเดินไปตามเส้นทางเดินที่ตัดผ่านป่าลึก มืดมิดทำให้ต้องยกไฟฉายขึ้นส่องไปข้างหน้า เธอได้ยินเสียงลมพัดผ่านต้นไม้เสียงใบไม้กระซิบ เธอสูดลมหายในความชื้น โลหะของความกลัวพาดผ่านหัวใจ แต่เธอก็ได้ยินเสียงที่รอคอยจากอดีต ตัวตนของเขา ชายหนุ่มที่ชื่อ นิรัช ที่หายจากไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เหตุการณ์นั้นทำให้เมืองชนบทนี้ต้องอยู่ภายใต้คำสาปแห่งความรักแสนเศร้า
เมื่อเข้าไปในป่า อมราภาเจอบ้านหลังหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยความทรงจำเก่า ๆ ภายในบ้านมีภาพความรักในอดีตระหว่างนิรัชและเพื่อนที่เรียกทั้งคู่ว่าดั่งคำสาปแห่งความรัก แต่ทันใดนั้น กลิ่นเหม็นของการตายเกิดขึ้น เสียงสะอื้นกลายเป็นเสียงกรีดร้องที่ติดตามเธอ ทำให้เธอใจไม่ดี เธอรู้ว่าเธอต้องค้นหา ความจริงที่ถูกปกปิดไว้เกี่ยวกับคำสาปนั้น
การค้นหาความจริงนำเธอไปพบกับคนแก่ในหมู่บ้านที่ทำให้เธอรู้ว่า เดิมทีนิรัชได้ยินคำสาปในคืนพระจันทร์เต็มดวง และมันถูกปิดเป็นวีรกรรมที่ไม่มีใครเคยบอก อมราภาตัดสินใจว่าเธอจะต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม จเอาไปสืบทอดเรื่องราวรักของทั้งสองกลับมาหายใจในหัวใจของตัวเอง แม้จะเต็มไปด้วยอันตรายจากคำสาปแห่งความรัก
ในอีกฟากหนึ่งของเมือง นิรัช ฟื้นขึ้นมาในค่ำคืนหนึ่งที่เต็มไปด้วยแสงสว่าง แต่ความทรงจำของเขายังคงมึนงงอยู่ เขาตระหนักได้ว่าต้องกลับไปหาความรักที่เขาสูญเสียไป เขาออกเดินทางเข้าสู่ประวัติศาสตร์ของเมือง กลับไปที่บ้านเก่าของอมรา และทุกครั้งที่เขาไปถึงแม้สถานที่จะแตกต่าง กลับพบว่าเขาประสบกับความกลัวและทุกข์ใจจากการถูกเสกแช่ในอดีต เขาเห็นภาพการตายของคนรักเพราะคำสาป และเริ่มเข้าใจความจริง
ระหว่างการเดินทางทั้งสองคนได้มีปฏิสัมพันธ์กันในการเข้าถึงคำสาป คำพูดพวกเขาหลายครั้งมีการขัดแย้ง แต่เตือนสติกันให้มีชีวิตอยู่ได้ จนกระทั่งมาถึงจุดหนึ่งที่เงาของการทรยศในอดีตปรากฏขึ้นมา ในขณะที่พวกเขาซักถามกันและกันถึงทิศทางของความรักที่ถูกพรากไป
จากที่สองคนต้องต่อสู้กับความทุกข์ของตัวเอง ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายกลับเริ่มส่งสัญญาณว่าใกล้ถึงจุดจบของทั้งสอง คนแก่ในหมู่บ้านเริ่มส่งเสียงต่อสู้บางอย่าง อาจจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่ต้องการให้ทั้งคู่ก้าวผ่านมา เพื่อเอาชนะความรักที่ถูกส่งผ่านอดีตที่ควบคุมดูแล
เมื่อพบกันที่ระเบียงของปราสาทในค่ำคืนนี้ อมราภาตัดสินใจพูดความรู้สึกของตนออกไปแทนการสามารถเอาชนะเสียงของคำสาป นิรัช รู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังจะแย่ไปกว่าอดีต เมื่อได้รับความรู้สึกเข้ามาทางหัวใจของทั้งคู่ กลิ่นของความรักและทุกข์ในรายล้อมทำให้การพูดคุยกลายเป็นความรักที่เบ่งบาน نอจะต่อสู้ต่อไป สำหรับพันธ์มนุษย์ที่มีจุดหมายคือการอยู่ร่วมกัน
เสียงกรีดร้องกลับมาอีกครั้งทำให้ทั้งสองย้อนกลับไปในอดีตพบความทรงจำที่ทำให้ทำขนหัวลุก ความฝันที่ถูกสะท้อนในชีวิตของทั้งคู่ ตอบโต้ต่อลมหายใจของพวกเขาที่ยังตัดขาดไม่จบ มีการพยายามก้าวกลับจากอดีตให้มีชีวิตอยู่ แต่ต้องเผชิญกับทางเลือกที่ทำให้สิ่งต่างๆไม่แน่นอน บรรยากาศเริ่มเกับกั้นล้อมรอบขณะที่ิมราภาและนิรัชดึงดูดต่อมากจนในที่สุดจุดสิ้นสุดที่รอคอยเกิดขึ้น
ยิ่งรถส่งของน่ากลัวด้วยการเคลื่อนไหวที่ตีความว่าแทบไม่ได้อยู่ในรีวิวแห่งเวลา ในเมื่อตอนนั้นในยามรอของพวกเขาถูกริดรอนแห่งมหานครที่พวกเขาไม่เคยคิดถึง องค์ประกอบสุดท้ายของภัยแทบจะไม่ทำให้พวกเขาใกล้กัน ต้องให้การกระทำของทั้งคู่ผ่อนคลายกัน เตรียมต้องพยายามผ่านคืนที่เหลืออยู่
ในที่สุด ความรักได้กลับมารวมตัวกัน แสงสว่างความสดใสกลายเป็นความเป็นอยู่ของพวกเขาและคำสาปถูกทำลายลง แม้จะไม่สามารถซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นแต่ความรักช่วยพวกเขาหาจุดเริ่มต้นใหม่ ชายหนุ่มและหญิงสาวที่สามารถก้าวผ่านคำสาปแห่งความรักกลับไปยังมิติแห่งอิสระ อมราภายิ้มอย่างหวังผลกับรักที่สามารถปราบมารแห่งการบังคับได้