คำสาปแห่งหอคอยกระจก
ประกายฟ้าเหนือผืนน้ำสะท้อนยามรุ่งอรุณ เมืองท่าซีราซ่อนตัวอยู่กลางหุบผาสายหมอก บ้านเรือนปลูกลดหลั่นเป็นชั้น เหนือสุดตั้งตระหง่านคือหอคอยกระจกแหลมสูงทอดเงายาวให้ใครหลายคนสะท้อนชีวิตตัวเองในนั้น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!นักเดินเรือและชาวบ้านเชื่อว่าเมื่อท้องฟ้าครึ้มเสียงหวีดแหลมจะดังออกจากหอคอย ไม่เคยรอดชีวิตใครที่บังอาจขึ้นไปใกล้มันหลังยามพลบค่ำ
ฟ้าใส สาววัยสิบแปดในชุดเสื้อหนาวขาดๆ เจ้าของตาลึกใต้หน้ากากนิ่ง เธอถือสมุดบันทึกเก่าขาดหน้า หายใจช้าๆ ก่อนจะเดินออกจากเพิงไม้ลงเนินไปยังตลาดเช้า ดวงตาเธอจดจ้องเงาหอคอยที่สะท้อนบนผิวน้ำ—ไม่ได้เกลียด แต่บางอย่างในนั้นเหมือนเรียกหา
เสียงเรียกมาจากเบื้องหลัง “ฟ้าใส! ลืมซื้อขนมปังเข้าบ้าน!” หญิงสูงวัยท่าทางดื้อดึงคือแม่แท้ๆ ของเธอ ฟ้าใสชะงักเล็กน้อย ถอนหายใจก่อนตอบเสียงเบา “หนูจำแล้วจ้ะ” ไม่สบตา มือขวากำสมุดแน่น
ตลาดวุ่นวายแต่ฟ้าใสเลี่ยงผู้คน เก็บข้อมูลจากคำพูดแว่วๆ “เมื่อคืน…เสียงนั้นอีกแล้ว” “เขาบอกมีคนหายขึ้นหอคอยตั้งแต่ปีก่อนนะ” เธอแอบเขียนลงสมุด—อดีตที่ฝังใจ เธอเคยเห็นพ่อเธอเองเดินเข้าหอคอยแล้วไม่เคยกลับมาอีกเลย
ตลอดทางไม่มีใครกล้าหยิบยกชื่อหอคอยมาพูดเต็มปาก มีเพียงคำหน้าเบ้ หวาดกลัว หรือแววตาประหลาดใจปนแค้น
บนบันไดหินสู่หอคอย โชติ หนุ่มผิวเข้มร่างสูงในชุดเสื้อคลุมเปื้อนสี ยืนพิงกำแพงทำหน้าลังเล เขามองขึ้นไปบนยอดด้วยแววตาแปลกประหลาด ลมหายใจร้อน ริมฝีปากสั่น “ถ้าเข้าไปจริงจะเจออะไร…” มือของเขาบีบทับภาพเก่า หญิงสาวผมยาวกำลังยิ้ม แต่ครึ่งใบหน้าบิดเบี้ยวไม่คุ้นตา
“มายืนจ้องอะไรน่ะ?” เสียงฟ้าใสแผ่วโชติตกใจ รีบเก็บภาพใส่กระเป๋า หน้าแดง บิดตัวไปมา “ถามเพราะกลัวเหรอ? หรือกล้า?”
ฟ้าใสเหลือบตา “เธอเองก็ขึ้นไปไม่ได้สินะ?” โชติกัดฟัน เงียบงันก่อนตอบ “เคยคิดจะลอง…แต่เหมือนมีบางอย่างขวางไว้ทุกที”
“เสียงนั้น…นายเคยได้ยินมั้ย”
โชติพยักหน้า “ได้ยิน…แล้วเห็นบางอย่างด้วย เงาในกระจก คล้ายๆ นายเห็นตัวเองแต่อีกคน…มันโกรธนายมาก” เขาหยุดพูด เงียบกริบ ฟ้าใสแค่มองนิ่งๆ
สายลมพัดเอากลิ่นทะเลเข้ามา กล่อมให้ทั้งสองอยู่ในความเงียบอีกครู่ “คนหายหลังยามค่ำ…เมื่อคืนก็มีอีก เธออยากรู้ไหมเกิดอะไรขึ้นจริงๆ” โชติถามเสียงเบา ฟ้าใสกัดริมฝีปาก เปลือกตากระตุก “อยากรู้ และอยากเจอพ่ออีกครั้ง”
โชติยื่นมือ “ไปด้วยกันไหมคืนนี้” ฟ้าใสดูชั่งใจนาน สุดท้ายพยักหน้า “ถ้างั้น นายอย่าหนีก่อนก็พอ” สองคนเดินเคียงกันไปทางตลาด ทิ้งหอคอยใหญ่ไว้เบื้องหลังที่ทาบเงายาวข้ามท่าเรือ
เย็นวันเดียวกัน ฟ้าใสนั่งเคาะดินสอในห้องเล็กชั้นสองหน้าต่างกรอบเก่า แม่เดินเข้ามาเงียบๆ กระซิบ “เห็นไหม อย่ายุ่งกับพวกตัวประหลาดพวกนั้น”
ฟ้าใสไม่เงยหน้า “เขาไม่ใช่ตัวประหลาด เขาก็เหมือนหนู”
แม่ก้าวเข้ามาใกล้ ประชิด “อย่าเอาตัวเองไปยุ่งกับเงา…ไม่มีใครรอด” ฟ้าใสลูบแผลเป็นบางๆ ที่ต้นแขน อดีตฝังใจราวกับกลิ่นเหม็นอับในหอคอย
โชติเดินวนในห้องเช่าเล็ก ร่างเกร็ง เขาภาวนาเงียบ ๆ ในใจ “ครั้งนี้ต้องทำสำเร็จ” รูปถ่ายในมือถูกเก็บไว้อีกครั้ง เงาในมุมห้องเริ่มขยับ เหมือนจะพูดด้วยแต่ไร้เสียง
เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบ โชติเก็บไฟฉายกับสมุด ฟ้าใสสวมเสื้อกันหนาวเก่า สองคนเดินขึ้นบันไดตรงหน้าหอคอย คืนนี้เงียบผิดปกติ จนได้ยินเสียงคลื่นและลมหายใจ
“พร้อมไหม” ฟ้าใสถาม โชติหลบตา “ถ้าไม่พร้อมก็ไม่มีวันพร้อม” ประตูหอคอยเปิดอ้าเข้าไปด้วยเสียงครืดหนัก เหมือนมีบางสิ่งรออยู่ภายใน
แสงไฟฉายจับตรงผนังกระจกทุกด้าน เงาของทั้งสองสะท้อนวนว่ายเคลื่อนไหล เสียงฝีเท้าของเขาหักเลี้ยวเป็นจังหวะแปลก ฟ้าใสเดินหน้า สังเกตช่องเล็กๆ ตามผนัง มีคราบเลือดเก่า เจือจางแต่ไม่จางจากความทรงจำ
“ใครอยู่ตรงนั้น?” เสียงแหบๆ ดังใกล้ลำคอ โชติหันขวับ “เฮ้…!” ไม่มีใครตอบ นอกจากเงา
ทั้งสองขยับลึกไปเรื่อย ๆ ได้กลิ่นเหล็กกล้าผสมกับฝุ่น โชติเริ่มหายใจขัด ๆ ท่ามกลางเสียงหวีดที่ก้องขึ้นช้า ๆ ในกระจก
ฟ้าใสกอดสมุดแน่น “ทางซ้าย…ฉันจำได้จากแผนที่เก่า” สองคนเดินฝ่าความมืดไปยังบันไดวนที่ทอดขึ้นสู่หอคอยชั้นบนสุด
เสียงซู่ของสายฝนเริ่มดังขึ้นด้านนอก แต่ภายในหอคอยเย็นจัด ชายเสื้อขาดในเงามุมหนึ่งเงยขึ้นสบตาพวกเขา ก่อนหายวับเหมือนไร้ตัวตน
ฟ้าใสกระซิบ “นายเห็นใช่ไหม” โชติเม้มปาก เสียงกระซิบก้องอยู่ในหู “กลับไป…ไม่ก็จะได้อยู่กับเงาตลอดไป!”
ทันใดนั้นโชติก็ทรุดตามแรงกระตุก เงาสองสามเงาปรากฏล้อมรอบ สองคนหมุนไฟฉายในมือ เงาในกระจกล้วนกลายเป็นคนหน้าแปลกตา เต็มไปด้วยความเคียดแค้น เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นลอยมาพร้อม ลมหนาววูบหนึ่งทำมือของฟ้าใสหลุดจากสมุด เสียงปึกตกพื้น
เธอตะโกน “พ่อ!” ภาพเงาเก่าในกระจกสะท้อนภาพชายคนหนึ่งยืนยิ้มแบบเดิมที่ตราตรึง “กลับบ้านได้แล้วลูก…”
โชติร้องไห้ น้ำตาไหลขณะพยายามจับมือใครบางคนในเงา ราวกับเป็นรูปถ่ายเดิมแต่เปลี่ยนไป เสียงหวีดยังคงรุนแรงขึ้นทุกขณะ กระจกทุกบานเริ่มกะพริบแสงวงวนเหมือนจะดูดกลืนพวกเขา
ฟ้าใสคว้าโชติไว้ “อย่าปล่อย! นายอยากออกไปไหม?”
“อยาก…อยากจบมันสักที!”