ความมืดใต้แสงสี: คืนสุดท้ายที่สตูดิโอศิลปะ
เสียงสะบัดแปรงสีขูดกับผ้าใบดังเบา ๆ ในสตูดิโอศิลปะ ณ กลางเมืองใหญ่ ยามค่ำคืนที่แสงนีออนนอกร้านสะท้อนสีรุ้งลงบนพื้นไม้ขัด กวิน นักศึกษาหนุ่มวัย 20 ใบหน้าเครียดเงียบ ๆ ขณะที่เขาวาดเส้นสุดท้ายบนผลงานแข่งวาดภาพประจำปี น้ำเสียงพลอย แฟนสาวในกลุ่ม ดังขึ้นอย่างลังเล “กวิน นายอยากแข่งนี้จริง ๆ หรือเปล่า…”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!กวินไม่ตอบ สายตาเขาหนักแน่นแต่หมอง ๆ เขาซ่อนมือซ้ายไว้ใต้แผ่นกระดานวาดภาพ หวังไม่มีใครสังเกตว่ามือเขาสั่นเล็กน้อย น้ำเสียงริว เพื่อนสนิทที่นั่งติดหน้าต่าง ถอนใจแรง “ถ้าได้รางวัลนี้ ฉันจะลาออกจากบ้านซะที”“ล้อเล่นหรือเปล่า นี่มันรางวัลเงินหมื่นเดียวเองนะ” ฟาง นักศึกษาหญิงร่างเล็กแว้ดเบา ๆ ราวกับอยากกลบความเงียบฉับพลัน
สตูดิโอมีเพียงแสงไฟสองดวง ฝุ่นบางลอยวนกับกลิ่นสีสด ทุกคนกำลังจดจ่อกับผลงานของตัวเอง ยกเว้นตรี เพื่อนหญิงอีกคนในกลุ่มที่ถอยออกมายืนมองผลงานใกล้ประตู ดวงตาของตรีจ้องด้านหลังอับแสงที่ประตูโรงเก็บอุปกรณ์อย่างไม่กระพริบ “สัญญานะคืนนี้จะไม่มีใครทิ้งใครอีก” ตรีเอ่ยเสียงค่อย กวินสบตาเธอแต่ไม่ได้ตอบ ตรีมักหวาดกลัวการถูกทิ้งนับแต่พ่อแม่หย่า ไถ่ถอนตัวเองด้วยผลงานศิลปะอย่างเงียบ ๆ
ขณะเสียงมอเตอร์ไซค์แล่นผ่านนอกร้าน ความตึงเครียดในสตูดิโอสะท้อนผ่านสายตาทุกคน เสียงนาฬิกาตุ๊กตาตีบอกเวลาสามทุ่มครึ่ง “ใกล้หมดเวลาแล้ว เร็วเข้าสิ!” พลอยเร่งเสียงสั่น ดวงตาคล้ายซ่อนอะไรสักอย่าง กวินขบกรามแน่น “แล้วถ้า…ถ้าใครยังไม่เสร็จนะ?” ฟางถามขึ้นทั้งที่มือยังลากเส้นสุดท้าย “ก็ถือว่าแพ้ ไม่มีข้อยกเว้น” ริวตอบนิ่งเรียบเหมือนตัดใจแล้ว
เสียงฝีเท้าเพื่อนอีกคน วิทย์ ชายหนุ่มรูปร่างสมส่วนที่ชอบเก็บตัว เดินหายไปทางห้องน้ำ สายตาเขาดูอิดโรย “ไหวมั้ย?” พลอยตะโกนถาม วิทย์หันมาฝืนยิ้มก่อนเงียบหายไปในความมืดของโถงหลังสตูดิโอ
เวลาผ่านไปอีกสิบนาที ห้องกลับเงียบกว่าเดิม วิทย์ยังไม่กลับ ฟางชะโงกดู “วิทย์ นานไปแล้วนะ…” ริวกับฟางจึงลุกเดินไปตาม วิทย์ พลอยเริ่มมีสีหน้ากังวล ตรีกอดตัวเองไว้แน่น
ในห้องน้ำแสงไฟสลัว ๆ พวกเขาไม่เจอใคร ทุกบานประตูเปิดค้างไว้ ทิ้งความว่างเปล่าเต็มห้อง ริวลองเขย่าประตูห้องเก็บของข้าง ๆ “อาจจะอยู่ข้างในก็ได้…” ทันใด มือหนึ่งแตะไหล่ฟางจากด้านหลัง ฟางสะดุ้งหันขวับ ปรากฏเพียงกวินยืนหน้าเครียดตามมาด้วย
“เขาหายไปไหน…” พลอยถามเสียงพร่า ขณะที่ตรีขยับเข้ามาใกล้ “ต้องหาให้เจอ”
ทุกคนรีบช่วยกันค้นทั่วสตูดิโอ ห้องเก็บของ และทางเดิน ทว่าทุกที่ว่างเปล่า วิทย์ไม่เหลือร่องรอยแม้แต่กระเป๋า สายตากวินเหลียวมองกระจกบานหนึ่ง พบรอยมือแตะเป็นคราบสีซีดจางอยู่ริมขอบล่าง “รอยอะไรกัน…”
ความตื่นกลัวคืบคลาน พวกเขาเริ่มถามไถ่กันไปมา เสียงตอบแว่ว ๆ แทรกสลับความเงียบ “นายเคยเห็นอะไรประหลาดที่นี่ไหม?” ตรีถามเสียงเบา กวินลังเล “ที่นี่เก่า มีเรื่องเล่ากันว่าช่างวาดคนหนึ่ง….” เขาหยุด ไม่กล้าพูดต่อ
ริวหยิบมือถือมาใช้ไฟฉาย ส่องไปยังมุมห้อง ทันใด พบผลงานเก่า ๆ วางซ้อนกันสูงผิดปกติ ใต้จำพวกขอบสีและแผ่นไม้ พื้นรอบนั้นมีลายเท้าสีหม่น ๆ เหมือนเพิ่งเหยียบลงสีแล้วเดินเลอะ
“อย่าเพิ่งคิดมาก วิทย์อาจออกไปข้างนอกเองก็ได้” พลอยพึมพำเหมือนปลอบทั้งตัวเองและทุกคน “แต่โทรศัพท์เขายังอยู่ที่นี่” ฟางชูกล่องขนาดเล็กที่วางข้างรูปวาดของวิทย์
ความเงียบพุ่งแหลม ทุกสายตาต่างจับจ้องเครื่องมือสื่อสารตรงหน้า พลอยกอดแขนตัวเองแน่น กวินมองรอยมือใต้กระจกอึ้ง ๆ เขาก้มลงเอานิ้วสัมผัส คราบนั้นเย็นเสียดผิว “ฉันว่า…ไม่ได้เกิดจากมือคน” ริวถอนหายใจ มองฟางอย่างใช้ความคิด “มันอาจเป็นพวกเด็กแกล้ง แล้ว…นายจำได้มั้ย มุมทางเดินมีแอร์เสีย เสียงเหมือนคนเดิน”
แต่ทุกคนรู้ดีว่าในคืนนี้ มีบางอย่างผิดปกติขึ้นจริง ๆ
แสงไฟในสตูดิโอกะพริบวูบหนึ่ง ใครบางคนเผลอสะดุดข้าวของบนพื้น ล้มโครม กวินชะงัก สายตาเขาชะโงกมองไปด้านในสุดซอกหนึ่ง เห็นเงาดำเคลื่อนไหววูบ เบาหวิวเหมือนละอองสีฟุ้งกระจาย