ปรารถนาในม่านหมอก
เสียงหมอกที่เคลื่อนไหวดูเหมือนคลื่นกระซิบไหลเรื่อยบนไหล่เขายามเช้า ความเงียบในหมู่บ้าน ‘ดอยสวรรค์’ ไม่ใช่ความเงียบสงบ แต่เต็มไปด้วยบางอย่างที่แผ่ซ่านรอบตัวทุกคน ลิซ่า แสงจันทร์ นักฉายหนังเร่หญิงวัยยี่สิบห้าเดินลากกล่องฟิล์มใบเก่าแก่ขึ้นทางดินที่เปียกลื่น ก่อนพักให้หายใจติดขัด กระจกตาคือฟองน้ำซับหมอกและสงสัย
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ช่วยด้วย…ขนของหน่อยสิ” เธอตะโกนเบาเกินกว่าหมากฝรั่งจะได้ยิน เด็กชายในหมู่บ้านสองคนถือโคมวิ่งมาก่อนหยุดลังเลข้างรถเข็นหนัง
“ปีนี้เงียบผิดปกติเนอะ” หนึ่งเด็กชายพูดพลางเหล่มองลิซ่า “ตั้งแต่ป้าฟองหายไป ไม่มีใครกล้าออกไปนอกหมู่บ้านหลังตะวันตกดิน”
ลิซ่าสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นไอหมอกเจือความแปลกแฝงของกาลเวลา เธอใช้เสียงหัวเราะกลบความรู้สึกไม่มั่นใจ “งั้นคืนนี้มาดูหนังกันเถอะ คืนนี้ฉาย ‘มนต์ขลุงหมอก’ เรื่องโปรดของแม่ฉันเอง”
เมื่อหนังเริ่ม บรรดาชาวบ้านทยอยมาจับจองเสื่อไม้ไผ่ใต้ร่มต้นมะแขว่น ลิซ่าชำเลืองตาหาผู้สูงวัยที่เธอคาดหวังจะเห็น ‘ยายทองเหนียว’ ผู้เดียวที่อาจมีคำตอบเรื่องแม่หายตัวไป ชายวัยกลางคนชื่อ ‘เปี๊ยก’ ผู้นำหมู่บ้าน แวะเข้ามาข้างกายเธอ เสียงทุ้มต่ำแต่แฝงความอ่อนล้า “ลิซ่า ไม่ต้องถามอะไรยายทองเหนียวคืนนี้นะ แกไม่ค่อยสบาย”
ลิซ่าเม้มปาก กลืนความรู้สึกผิดหวังไว้เงียบ ๆ หนังดำเนินไปแต่ในใจเธอครุ่นคิดหลายเรื่อง
กลางคืนหลังหนังจบ หมอกลงจัดกว่าทุกวัน ลิซ่าถือไฟฉายกลับบ้านพักทรุดโทรม ก่อนพบรอยเท้าโคลนขนาดเล็กตรงทางเดิน หน้าต่างบ้านแง้มอยู่
“ใคร?” น้ำเสียงเธอแข็ง คาดเดาไม่ได้ว่ากลัวหรือกล้าสู้ มือกำไฟฉายแน่น เสียงข้าวของกระทบดังแกร่งในครัว
เงาร่างหนึ่งเล็กผอม หลบอยู่หลังประตู เธอค่อย ๆ เปิด – กลายเป็น ‘หนูแจม’ เด็กผู้หญิงที่ข้างบ้าน
“แม่ขา แม่ฟองจะกลับมาไหม?” หนูแจมเสียงสั่น ลิซ่าชะงัก หัวใจเต้นแรง หายใจลึก “แม่เธอแค่ไปในหมอกนานไป…ฉันเองก็ยังรอแม่อยู่ แจมต้องอดทนนะ”
คืนนั้นลิซ่าฝันประหลาด เห็นตัวเองเดินในทุ่งหมอกสีขาวข้น เห็นร่างผู้หญิงผมหยักยาวเดินหันหลังให้เธอไปเรื่อย ๆ เรียกเท่าไรก็ไม่หยุด ฝันสะดุดลงเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องจากที่ไกล ๆ
เช้าวันต่อมา หมอกยังคงหนา ลิซ่าไปเยี่ยมยายทองเหนียว ที่นอนบนเตียงไม้ไผ่ ยายลืมตาขุ่นมัวขึ้นช้า ๆ
“หลานมาเฝ้าเรา…กลัวจะเจอยังงั้นรึ?” เสียงแก่ชราฟังคล้ายขำคล้ายเศร้า
“ยาย หนูแค่อยากรู้เรื่องแม่ หนูไม่กลัวอะไรถ้าได้รู้ความจริง”
ยายถอนหายใจยาว “ในหมอกนั้น…ทุกคนซ่อนบางสิ่งไว้หมดนั่นแหล่ะ เราเองยังไม่กล้าจ้องตาอดีต”
จังหวะหยุดสนทนา คือที่เสียงออดโรงเรียนลั่น ลิซ่าหันไปพบเปี๊ยกยืนพิงต้นไม้สายตามองขึ้นฟ้า คำถามในใจมากกว่าคำตอบถาโถมเข้ามา
กลางวัน ลิซ่าเดินผ่านตลาดหมู่บ้าน คนขายหมูหยองกระซิบกับลูกค้าว่าคืนก่อนเห็นผู้หญิงเดินในหมอก หัวเราะเหมือนเปรต
ตะวันบ่ายกระทบให้เงาเธอยาวผิดปกติ ใจเธอสั่นระรัว เดินตรงไปหา ‘หมอนวล’ แม่ชีซึ่งอยู่หัวหมู่บ้าน
“ช่วยเล่าให้ฟังเถอะ หมอนวล ทุกปีตอนหมอกลง หมู่บ้านถึงต้องทำพิธีอะไร?”
หมอนวลมองเงียบ ๆ เป็นเวลานานก่อนตอบ “ความกลัวคือพันธนาการที่พวกเราเลือกเอง ลิซ่า”
เสียงฟ้าร้องแรกของฤดูดังมาจากยอดเขา ฝนสายโตเริ่มโปรย หมอกผสมฝนปกคลุมไปทั่วทั้งดอย
คืนนั้นลมแรง ลิซ่าสะดุ้งตื่นกลางดึกเมื่อมีเสียงทุบประตู หล่อนรีบไขไฟฉายกวาดไปทั่ว เจอเปี๊ยกยืนอยู่ ตาแดงกล่ำ เสื้อเปียกโชกด้วยฝน
“ออกไปดูที่ตูบข้างไร่หน่อย มีรอยเท้าแล้วก็เสื้อผู้หญิงสีขาวเปื้อนเลือด”
ลิซ่าพยักหน้ารับ แล้วคว้าผ้าคลุมไหล่ เดินตามเปี๊ยกฝ่าหมอกและฝนจนถึงกระท่อม ปากเปี๊ยกเงียบกริบไม่พูดสิ่งใด
ในกระท่อม พบเสื้อสีขาวที่เปี๊ยกว่าจริง รอยเลือดจาง ๆ บนชายผ้าเมื่อเห็นแล้วใจลิซ่าแทบหล่น เธอเอื้อมมือแตะ แล้วเหลือบตาอ่านข้อความจาง ๆ ที่เขียนด้วยปากกาแดงบนผ้าบางส่วน “ขอช่วยลูกของฉัน”
เปี๊ยกมองต่ำเสียงแห้ง “แม่ฟองกับแม่ลิซ่าเคยเป็นเพื่อนรักกัน หมอกนี้มันน่ากลัว แต่ความลับน่ากลัวกว่าเยอะ…” เขาเงียบไป ทิ้งคำพูดลอยอยู่ในสายหมอกหนา
เช้านั้นลิซ่านั่งหน้าต่างบ้าน ทอดสายตาออกเลยลานว่าง ยายทองเหนียวเดินช้า ๆ มาหา ลิซ่าพยักหน้าให้
“ยายรู้มากกว่าที่พูดใช่ไหม?”
สายตายายฉายแววลังเล ก่อนพูดเสียงเบา “หมอกนี้ ไม่ใช่ของธรรมดา หมอกมันเอาสิ่งที่คนซ่อนไว้ในใจออกมาเสมอ”
บ่ายวันเดียวกันนั้น เสียงหวีดลึกลับดังจากป่าข้างหมู่บ้าน เด็กหลายคนแตกตื่น ส่งเสียงร้องวิ่งกลับบ้าน เปี๊ยกเรียกประชุมฉุกเฉินกลางลาน
“ใครได้ยินเสียงนั้นเมื่อคืน กับเมื่อตอนบ่ายบ้าง?” หลายคนยกมือ ลิซ่าเองใจเต้นรัว
“ต้องไปดู กลุ่มละสามคน แยกย้ายตามหาตั้งแต่สายหมอกถึงชายป่า” เปี๊ยกสั่ง ก่อนเจาะจงมองลิซ่า “ไปกับฉัน กับหมอนวล”
ขณะเดินเข้าแนวป่า เสียงหมอกเบียดตัวล้อมรอบ ผีเสื้อสีหม่นบินผ่านตรงหน้า ลิซ่าจับมือหมอนวลแน่น คนหลังหายใจสั้น ๆ เหมือนเก็บบางอย่างไว้ในอก
“กลัวงั้นเหรอ?” ลิซ่ากระซิบ
หมอนวลหลบตา “สมัยฉันยังเด็ก…แม่ฉันก็หายไปในหมอกเหมือนกัน ไม่มีใครหาเจอศพ”
เปี๊ยกแทรกแซมขึ้น “ทุกปีต้องมีสักคนที่หายไป เด็กเป็นคนแรก แล้วผู้ใหญ่ ทีละคนละคน”
พวกเขาเดินไปถึงโคนต้นไม้กลางป่า เห็นซองจดหมายเปื้อนโคลนตกอยู่ ลิซ่าหยิบขึ้นมา เปิดดู เห็นเป็นลายมือแม่ตัวเอง ภายในมีข้อความ “เห็นเขาอยู่ในหมอก ลูกอย่าตามมา”
เสียงหมอกพลิ้วผ่าน หวีดร้องบาดลึกใจทุกคน ลิซ่าตาแดงกำจดหมายแน่น ใจสั่นไหว
ค่ำวันนั้น แสงโคมไฟละลายหมอกหน้าบ้าน หมอนวล ป้าสำราญ และหนูแจม มานั่งด้วยกัน ลิซ่าเอาจดหมายกับเสื้อมาวางบนโต๊ะ
“ต้องมีใครรู้มากกว่านี้ สิบห้าปีผ่านมาแล้ว…” เธอพูดแผ่ว ๆ
ป้าสำราญพูดเสียงแหบ “แม่เธอเคยมาขอให้ช่วยพาหนี แต่เราไม่กล้า…ทุกคนกลัวอะไรบางอย่าง กลัวหมอก กลัวตัวเอง”
ไฟดับวูบ หมอกขาวคืบคลานเข้ามาตามช่องหน้าต่าง ทุกคนนั่งเงียบ เด็กน้อยสะอื้น บรรยากาศตึงเครียดจนไม่มีใครกล้าพูด
รุ่งเช้า หมอกยังคงหนาแน่น หมอนวลชวนลิซ่าไปที่ศาลเจ้า ลิซ่าเดินผ่านศาลเจ้าราวกับแรงดึงดูดใจเธอ ฝาไม้ของศาลเก่าๆ มีรอยขูดเป็นชื่อแม่ลิซ่าซ้ำ ๆ มากมาย รายชื่อละลายกับหยดหมอก
เสียงแว่วหวีดในใจใกล้เข้ามา ลิซ่าเอื้อมมือแตะป้ายไม้สลักชื่อ ‘นวลจันทร์’ แม่ของเธอ ภาพอดีตพร่าเลือนไหลในหัว คนถือไฟฉายคนนั้นในคืนที่แม่หายไป กำลังสั่นร่างในไอหมอก
“ยายทองเหนียวรู้ความจริงทุกอย่างใช่ไหม?” ลิซ่าตวัดสายตาไปหายาย
ยายถอนหายใจ “แม่เธอไม่ได้หายไปเพราะหมอก แต่เพราะ…พวกเราคนที่นี่เลือกจะปล่อยให้เธอหายไป” น้ำเสียงสั่นสะท้าน
ลิซ่าตกใจ ไม่ทันได้พูดอะไร ยายทองเหนียวยัดซองจดหมายอีกฉบับให้ มือสั่นเทา ลิซ่าฉีกเปิด — ในจดหมายเป็นลายมือแม่ “ลูกต้องเดินต่อเอง แม่ขอโทษ”
ขณะนั้นเอง หมอกขาวในศาลเคลื่อนตัวผิดปกติ ก่อเป็นรูปคนผมยาวกำลังร้องไห้ ลิซ่ายืนตัวแข็ง น้ำตาร่วงกลางเสียงร้องลึกลับ เงาค่อย ๆ จางและสลายไป
ตกเย็น ลิซ่าเดินกอดตัวเองอยู่ริมระเบียง เปี๊ยกมายื่นกาแฟร้อนให้ “เธอจะออกจากหมู่บ้านไหม?”
ลิซ่าสูดลมหายใจ “ฉันยังมีอะไรต้องทำ อยากทำความเข้าใจแม่ อยากรู้จักตัวเองมากขึ้น”
เปี๊ยกถอนใจ “ที่เธอกล้าสู้กับอดีต มันให้โอกาสกับเด็ก ๆ รุ่นต่อไป”
คืนนั้น ลิซ่าฉายหนังกลางหมอกเป็นครั้งสุดท้าย ใต้จอขาว ภาพของแม่แล่นผ่านทุกเฟรม ทุกคนในหมู่บ้านนั่งเงียบ ต่างคิดถึงใครบางคนที่หายไป
หลังหนังจบ ลิซ่าลุกขึ้นยืน สบตากับหนูแจม เด็กน้อยยิ้มละไมเป็นครั้งแรกหลังแม่หายตัวไป “ขอบคุณนะพี่ลิซ่า”
ลิซ่ากำลังจะพูดต่อแต่ชายแก่คนหนึ่งเอื้อมมือจับไหล่เธอ “ถ้าแม่เธอยังมีชีวิต เธอจะให้อภัยไหม?”
ลิซ่าชะงัก หยุดนิ่งไปนานก่อนตอบ “ฉันอยากเจอ อยากได้ยินว่าทำไม…แต่อดีตใครก็ลบไม่ได้ ฉันแค่เลือกจะเดินหน้าต่อ”
หมอกเริ่มเบาบางลงในยามเช้าวันถัดมา แสงแดดลอดผ่านไม้ใบ ลิซ่าเก็บของหนังเร่ เตรียมไปเมืองอื่น เปี๊ยกมายืนข้าง ๆ จิบกาแฟ เอ่ยแซว “จะกลับมาไหม?”
ลิซ่าหัวเราะ “หมู่บ้านนี้ลดหมอกลงเมื่อไหร่ ฉันก็จะกลับมา…ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
ลิซ่าขึ้นรถไป ทิ้งภาพเธอในกระจกสะท้อนรอยยิ้มน้อย ๆ หมอกค่อย ๆ เปิดทางให้ถนนสายใหม่ ทุกคนเฝ้ามองเธอขับจากไป หัวใจต่างเปลี่ยนไปทีละน้อยต่อหน้าหมอกที่พร่าเลือนไม่สุดสิ้น