ดอกไม้กลางสายฝน
เสียงฝนโปรยกระทบหลังคาเหล็กอย่างต่อเนื่อง เสียงน้ำไหลรวมตัวอยู่ข้างกระจกหน้าต่างในห้องเช่าริมคลอง พีทนั่งบนโซฟาผ้าเก่า มือขยุ้มแก้วกาแฟทอดสายตาไปยังหน้าจอแล็ปท็อปที่เปิดค้างตรงบรรทัดสุดท้าย หยดน้ำไหลช้า ๆ ไปตามกระถางดอกไม้ริมขอบหน้าต่าง เงาสีเทาของเช้าวันพฤหัสบดีปกคลุมทั่วห้อง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!บัวยืนชะเง้อมองเข้ามาจากระเบียง นาฬิกาบอกเวลาเก้าโมงตรง เธอใส่เสื้อยืดลายดอกไม้ สะพายกล้องตัวเก่งไว้ที่คอ วางถุงขนมปังไว้ข้างประตู เธอเคาะเบา ๆ “อยู่มั้ย?” พีทตอบช้ากว่าที่ควร “เปิดอยู่ เข้ามาเลย” น้ำเสียงเรียบ ๆ บัวยิ้มจาง ๆ เดินเข้ามาพร้อมกับกลิ่นฝนและความสดชื่นที่ห้องนี้ไม่เคยมี
เธอวางของเหล่านั้นลง ตรงมาหยิบเจลล้างมือขึ้นใช้ พีทเหลือบมองอย่างอดไม่ได้ “กลัวติดโรคอะไรเหรอ?” บัวหัวเราะเบา ๆ “กลัวสกปรกมากกว่า ห้องนายเหมือนสนามรบ” เสียงฝนหยุดนิ่งชั่วครู่ ทิ้งไว้เพียงเสียงคนทั้งสอง
“เมื่อคืนเขียนถึงไหนแล้ว?” บัวถาม พลางนั่งลงที่พื้นข้างโซฟา พีทหมุนหน้าจอไปให้เธอเห็น “ยังไม่ได้อะไรเลย เหมือนสมองโดนฝนสาดจนเปียกหมด” บัวนิ่งไปครู่หนึ่ง “งั้นออกไปเดินเล่นด้วยกันไหม ฝนหยุดแล้ว”
พีทลังเลแล้วส่ายหน้า “ยังไม่เสร็จงาน ส่งวันนี้ เธอไปเถอะ” บัวมีสีหน้าผิดหวังจาง ๆ กลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้ม “โอเค งั้นเดี๋ยวกลับมาเอาภาพที่ล้างไว้” เธอหยิบถุงขึ้น มือแตะขอบประตู เสี้ยววินาทีนั้นสายฝนเริ่มตกใหม่ เสียงประตูปิดค่อย ๆ กลืนบัวออกจากห้องไป
พีทเหลือบมองกล่องขนมปังบนโต๊ะ คำถามที่เขาอยากพูดวนอยู่ในหัว กาแฟจืดชืดในปาก เพียงแค่ยกแก้วเขากลับนึกถึงใบหน้าของบัวในวันเรียนมัธยม—รอยยิ้มสดใส เสื้อวอร์มเก่า ๆ และเสียงหัวเราะตอนร้านขายน้ำปั่นปิดไม่ทันฝน หน้าต่างเปิดรับกลิ่นฝนเหมือนในอดีต หัวใจเขารู้สึกถึงบางสิ่งที่เคยปล่อยให้หลุดมือ
วันต่อมา บัวเข้ามาพร้อมแฟ้มรูปภาพใหม่หลายใบ เธอกระวีกระวาดวางรูปบนโต๊ะเล็ก ๆ “ช่วยเลือกหน่อยสิ ส่งประกวดอาทิตย์นี้” ใบหน้าของเธอตั้งใจแต่แฝงกังวล พีทหยิบรูปขึ้นมาดูทีละใบ สายตานิ่งแต่ลึกๆ มีประกายอบอุ่น “รูปนี้สวยดี แสงลงกลางใบไม้ มันดูสงบ…แต่อีกใบเธอยิ้ม เห็นชีวิต เห็นความกล้าของเธอเอง” เงียบไปนานก่อนบัวพูด “แล้วถ้ามันไม่สวยพอ…?”
พีทวางรูปลง เหลือบมองหน้าเธอ “สวยไม่สวย คนอื่นตัดสินไม่ได้หมดหรอก ลองส่งดูเถอะ อย่างน้อยจะได้รู้ว่าเธอเหมาะกับสิ่งนี้หรือเปล่า” บัวพยักหน้าช้า ๆ แววตาลังเลมีประกายอุ่นขึ้นเมื่อเขาเผลอสบตานานเกินไป
เสียงโทรศัพท์บัวดังขัดจังหวะ เธอลุกขึ้นรับสาย เสียงปลายสายเหมือนลุงเธอที่บ้านสวนต่างจังหวัด “อาทิตย์หน้า กลับงานบุญไหมลูก? บ้านจะซ่อมห้องเก็บของ จะพาเพื่อนมาด้วยไหม?” บัวเหลือบมามองพีท นิ่ง รอยยิ้มฝืน ๆ “หนูยังไม่แน่ใจค่ะลุง เดี๋ยวคิดก่อน”
หลังจากบัวกลับไป พีทยืนมองหลังประตูอย่างสับสน รู้สึกเหมือนบางอย่างกำลังจะเปลี่ยน วันถัดมาเขาเปิดโทรศัพท์ดูภาพเก่า ๆ ที่ถ่ายร่วมกับบัว ภาพเพื่อนสนิทยืนเปียกฝนในวันรับน้อง ภาพจับกลุ่มหัวเราะใต้ฟ้าเทา เขาแตะหน้าจอนานเกินไป
บัวนั่งแก้ไขภาพด้วยตัวเองในห้องเล็กสีขาว โทรศัพท์มีข้อความจากแฟนเก่าเข้ามา “มีเวลาคุยกันไหม คิดถึง บินท์” เธอไม่ตอบ แต่มือสั่นเล็กน้อย เธอมองภาพตัวเองกับพีทในกล้องดิจิทัล ความเงียบระหว่างเพื่อนกับคนเคยรักคั่นกลางเหตุผลในใจเธอ
เสาร์หนึ่ง พีทไปยืนรอที่โถงนิทรรศการภาพถ่าย เลือกเสื้อใหม่แต่ไม่เข้ากับรองเท้าเก่า เสียงคนเดินผ่านกระทบความเงียบ เขาชะเง้อหาเธอ ยามบัวเดินเข้ามามีแต่เสียงหัวใจดังแทนดนตรีพื้นหลัง “ขอโทษนะ มาช้าไปหน่อย รถติด แล้ว…เราดูผลงานกันไหม?” เธอยิ้มเจือน ๆ ชำเลืองไปข้างหลังเหมือนมีใครตามมา
เดินดูภาพทั้งสองเงียบไปนาน ต่างหลบสายตากันเมื่อภาพของบัวถูกติดไว้ในมุมหนึ่ง แสงไฟฟลูออเรสเซนต์ส่องกรอบภาพ “นายคิดว่าฉันพอจะเป็นช่างภาพได้จริง ๆ เหรอ?” เสียงถามเบาราวกลัวจะทำให้ภาพตกลงมา “ฉันไม่รู้เรื่องกล้องเท่าไหร่ แต่รู้ว่าเธอขยันกว่าใครๆ” บัวนิ่งราวกับจะร้องไห้แต่ห้ามไว้ เธอเงยหน้า “แต่นายไม่เคยทำตามฝันตัวเองเลย…” พีทสะอึก เหลือบมองภาพตัวเองในกระจกเงาข้างผนัง
หลังงานจบ บัวต้องกลับบ้านสวนเพราะลุงป่วย เธอชวนพีทด้วยเสียงเบาหวิว “อยากหนีกรุงเทพสักพักไหม?” เขาปฏิเสธในวินาทีสุดท้าย เธอหยิบกระเป๋าเป้ ใบหน้าเจือความเศร้า “นายไม่ต้องห่วง ฉันโตพอจะทำเองได้แล้ว” ประตูรถเมล์ปิดลง บัวลับสายตาพีท ทิ้งเขาปล่อยมือราวกลัวจะผูกพันเกินไป
หลายวันปลายเดือน พีทเงียบขรึม รีบปั่นงานทุกคืน ห้องยิ่งรก เขาปิดโทรศัพท์ ไม่ตอบไลน์บัว เหมือนตั้งใจลืมความรู้สึกบางอย่าง เสียงฝนในคืนหนึ่งทำให้เขาเปิดหน้าต่าง สายฝนสาดเข้ามา มือหยิบรูปที่บัวถ่ายให้ขึ้นมากระชับแน่น ลมหายใจสั่นไหว
เช้าวันนั้นมีข้อความเพียง “เราส่งรูปรอบสุดท้ายแล้ว” พีทอ่านทวนหลายรอบ พยายามพิมพ์แต่ลบทิ้งทุกครั้ง บัวนั่งบนรถทัวร์มองวิวสองข้างทางผ่านม่านฝน ตาแดงจากการร้องไห้เมื่อคืน เธอกำมือแน่น ไม่รู้ว่ากำลังจะได้กลับบ้านหรือจากบางอย่างไปตลอดกาล
งานศพลุงบัวจัดเงียบ ๆ ในวัดชนบท ผู้คนมุงดูรูปถ่ายของบัวที่โชว์ไว้ในห้องโถง อาม่าบัวชมเปาะ “หลานเก่งมาก รูปนี้เหมือนบรรยากาศฝนวันที่ลุงพาไปดูสวน” บัวยิ้มจาง ๆ ไม่เหลือแววสว่างในตา เธอเดินไปล้างหน้าที่บ่อน้ำข้างโบสถ์ ฟังเสียงสายฝนเปาะแปะราวกับปลอบใจ
พีทนั่งอยู่คนเดียวในห้อง เหม่อมองฝน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นสายจากแม่ แม่ถามว่าทำไมงานไม่เสร็จ ทำไมไม่กลับบ้านเลย พีทตอบอย่างอึดอัด “ผมกลัว…กลัวกลับไปเหมือนเดิม กลัวเสียใจอีก” แม่เงียบ ไม่พูดต่อ
คืนหนึ่ง โทรศัพท์พีทมีสายจากเบอร์บ้านสวน “ฉันคิดถึงนาย…นายโอเคไหม?” เสียงบัวมาในความเงียบ พีทนิ่งนาน “ฉันไม่ค่อยโอเค…แต่ฉันคิดถึงเธอเหมือนกัน” ความเงียบยาว เหลือเพียงเสียงฝนตกเบา ๆ “ขอบคุณที่ยังรับสาย” เธอกลั้นน้ำตาไว้ ใจเต้นแรงแต่ไม่แสดงออก
เดือนผ่านไป บัวกลับกรุงเทพ หัวใจหนักอึ้ง เธอมาห้องพีท ซุกมือในกระเป๋าเสื้อตัวบาง “นายพันงานเยอะไหม?” พีทพยักหน้า นิ้วมือขยับไปตามขอบโต๊ะ เงียบไปครู่ใหญ่ “จะเอารูปสุดท้ายจากทริปบ้านสวนมาให้ดู ฉันไม่กล้าส่งประกวด เพราะมัน…เหมือนถ่ายไว้ให้แค่ใครบางคน” เธอมองหน้าเขานานกว่าทุกครั้ง พีทยิ้มจาง ๆ “ขอดูหน่อยได้ไหม?”
รูปถ่ายในมือบัว ภาพฝนโปรยลงในสวน เงาคนสองคนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ พีทเงยหน้ามองผ่านกระจก หน้าต่างยังมีรอยฝนค้าง “นายเสียใจอะไรในอดีต ตอนเรียนอยู่ม.ปลาย…ตอนนั้นฉันเป็นคนสารภาพรักนายเองก็จริง แต่ฉันกลัวจะเปลี่ยนทุกอย่างเลยทำเป็นพูดเล่น ฉันกลัวเสียเพื่อนไป…” เธอพูดเสียงสั่น พีทนิ่ง เงียบจนได้ยินแต่ฝน
“ฉันเองก็กลัวเหมือนกัน” พีทพูดช้า ๆ “กลัวกลายเป็นคนพิเศษ แล้วกลายเป็นคนแปลกหน้า…ฉันเลยเลือกเงียบเมื่อเธอพูดคำนั้น” บัวยิ้มเจื่อน ๆ เสียงหัวเราะกับน้ำตา “เราโง่มานานแค่ไหน”
อาทิตย์ต่อมา บัวถูกเรียกสัมภาษณ์ที่สำนักพิมพ์ภาพถ่ายชื่อดัง แต่เธอเกือบพลาดรถไฟ เพราะหลังสัมภาษณ์ เธอแวะมาหาพีท ก่อนจะกลับไปต่างจังหวัด บัวผ่านเข้าไปนั่งในร้านกาแฟ “นายจะไปไหม?” เธอถามโดยไม่สบตา “ไปไหน?” พีทกระซิบ “ไปยัง—พื้นที่ที่เราจะไม่กลัวสิ่งเดิมอีกต่อไป” พีทสบตาเธอครั้งแรกอย่างกล้าหาญจริง ๆ
สองคนเดินใต้ฝนพรำบนฟุตบาทสายเก่า แบ่งร่มกันคนละครึ่ง ไหล่ชนกันเป็นครั้งแรก รอยยิ้มเกิดขึ้นเองโดยไม่ฝืน เสียงรถเมล์ผ่าน เสียงฝนยังคงอยู่ พีทเอ่ยขึ้นเบา ๆ “ขอโทษนะ ที่ปล่อยเวลาหลุดมือไปนาน” บัวแตะไหล่เขาเบา ๆ “เราเหลือเวลาพอให้เริ่มใหม่ไหม?”
ความเงียบโรยตัวระหว่างสายฝนครั้งสุดท้าย ราวกับทุกอย่างกำลังเบ่งบานพร้อม ๆ กัน สองมือที่เคยลังเลบดบังความรู้สึกกำลังไขว้หาเส้นทางใหม่ บัวกับพีทยังไม่เอ่ยคำนั้น แต่หัวใจเริ่มเดินทางคู่กันบนเส้นทางที่ไม่ลื่นไถลง่าย ๆ อีกต่อไป