ดอกไม้ริมทางสายหมอก
เสียงวิวาทะในห้องชมรมวรรณกรรมยังคงคุกรุ่น นักศึกษากลุ่มหนึ่งกำลังถกเถียงกันเรื่องกลอน แต่คนหนึ่งกลับเงียบกว่าทุกคน ปาล์ม หนุ่มผิวเข้ม ผมหยิกยุ่ง ดูเก็บตัวนั่งจ้องหน้ากระดาษเปล่า ด้านข้างเป็นขวัญ หญิงสาวผิวขาว แววตาสดใสพูดจาฉะฉานกว่าทุกคน แต่วันนี้เธอดูแปลกกว่าปกติ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ขวัญ เธอคิดว่าคำว่า ‘รัก’ ในกลอนต้องพูดยังไงให้คนอ่านเชื่อ?” เสียงของพี่จิม หัวหน้าชมรมเอ่ยขึ้น
ขวัญนิ่งไปครู่หนึ่ง เธอหันไปสบตากับปาล์ม แล้วตอบเบาๆ “มันอยู่ที่ทำไมถึงรัก ไม่ใช่จะบอกว่ารักยังไง”
เสียงเพื่อนๆ เงียบลง ทุกสายตาจับจ้องมาที่เธอ ขวัญหลบสายตาทุกคนก้มหน้าก่อนจะหันไปเขียนกลอนต่อ ปาล์มสบตาเธอแวบหนึ่ง แววตาคล้ายอยากพูดอะไรบางอย่างแต่ก็อดกลั้นไว้
เสียงนกกระจาบร้องแว่วมาเมื่อทั้งสองเดินออกจากห้องชมรม ปาล์มเดินเงียบๆ ขวัญเดินจ้ำไปข้างหน้า
“วันนี้เธอดูเครียดนะ” ปาล์มหยอดคำถาม ขวัญหยุด ก้มหน้ากอดแฟ้มแน่น
“แค่…ไม่แน่ใจเรื่องงานกลอน จะพาเข้าประกวดดีมั้ย ก็กลัวผิดหวัง”
ปาล์มยิ้มบาง “ดีกว่าไม่ลองนะ” เงียบไปชั่วขณะ ก่อนปาล์มพูดต่อ “ขวัญเคยเสียดายอะไรไหม ที่ไม่ได้ลอง”
ขวัญชะงัก มองเขาในสายตาที่ยังมีบางอย่างค้างคา “แน่ใจแค่ไหนล่ะ ว่าได้ลองจริงๆ”
คำพูดของเธอจางหายไปในสายลม ปาล์มกับขวัญเดินต่อไปโดยไม่มีใครพูดอะไรอีก
คืนวันนั้น ขวัญกลับบ้านแวะอ่านกลอนที่เขียนไว้ เธอลูบเส้นหมึกดำพลางถอนหายใจ ภาพพ่อที่จากไปตั้งแต่เด็กปรากฏในความคิด ความกลัวความผิดหวังฝังแน่น เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูแชทกลุ่มชมรม ลังเลจะทักปาล์มเรื่องต้นฉบับแต่สุดท้ายก็วางมือถือไว้ข้างเตียง…
ในอีกฟากของมหาวิทยาลัย ปาล์มนั่งซ้อมกีตาร์บนดาดฟ้าหอพัก เสียงสายลมพัดใส่เส้นผม หัวใจเขาอัดแน่นด้วยถ้อยคำที่พูดไม่ออก ปาล์มคิดถึงแม่ที่นอนป่วยอยู่บ้าน กับความฝันอยากเป็นนักเขียนแต่ต้องพับเก็บเพราะจำเป็นต้องช่วยที่บ้าน
วันรุ่งขึ้น ขวัญนั่งเหม่ออยู่ในห้องเรียนสายวิชาเขียนสร้างสรรค์ เมย์ เพื่อนสนิทสาวเจ้าของเสียงหัวเราะบิดๆ ถามขึ้น
“จะไปประกวดกลอนจริงเหรอ? เห็นแกหน้าเป็นหมาอดข้าวทุกวัน”
ขวัญยิ้มแห้งๆ “ก็กลัวน่ะสิ ไม่รู้ทำเพื่อใคร ถ้าพลาดก็แย่”
“ถ้าทำเพื่อตัวเองจะกลัวอะไรล่ะ?” เมย์สวนทันควัน ขวัญชะงักคิดตาม เงียบอยู่นานก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
ช่วงเย็น ขวัญชวนปาล์มไปเดินตลาดนัด ซื้อข้าวโพดปิ้ง ปาล์มหยิบข้าวโพดส่งให้ ขวัญอมยิ้ม
“เราชอบกลิ่นข้าวโพด เธอล่ะ?”
ปาล์มจับปลายข้าวโพดแน่นขึ้นนิดหนึ่ง “ชอบของอุ่นๆ มันทำให้นึกถึงบ้าน” เขานิ่งก่อนถาม “ขวัญคิดถึงบ้านบ้างไหม?”
ขวัญกลืนน้ำลาย “คิด…แต่บางทีก็กลัวจะกลับไปเจอความว่างเปล่า”
เสียงสายลมและผู้คนในตลาดแทรกมาแทนบทสนทนา
หลังเรียนวันถัดมา ปาล์มเอาต้นฉบับกลอนรุ่นพี่มาให้ขวัญดูในห้องชมรมทั้งสองนั่งอ่านกันเงียบๆ อยู่พักใหญ่
“กลอนเธอ เหมือนบรรยายตัวเองหรือเปล่า?” ปาล์มถามขึ้น
ขวัญสบตาเขาแล้วหลบ “อาจจะ…เธอกลัวเล่าความในใจบ้างไหม?”
ปาล์มยิ้มเจื่อน “กลัว ไม่บอกง่ายกว่า เจ็บตอนรู้ว่าถูกปฏิเสธ”
ขวัญนิ่ง “เจ็บตอนปิดมันไว้มากกว่า”
ความเงียบชั่วขณะทำให้ทั้งสองต่างไม่กล้าสบตา
วันประกวดกลอน ขวัญตื่นแต่เช้า หัวใจเต้นแรง ปาล์มไปเชียร์เธอที่หอประชุมโดยถือช่อดอกไม้เล็กๆ แต่ไม่เอ่ยปากจะให้ ใบหน้านางแบบผู้เข้าแข่งขันคนอื่นดูมั่นใจ ขวัญยืนข้างเวที มือเย็น เธอเหลียวไปมองปาล์ม เขายิ้มให้กำลังใจเธอเงียบๆ
หลังขวัญอ่านกลอนจบ เสียงปรบมือดัง ปาล์มลุกตามทุกคนขึ้นมา เธอยิ้มตอบแต่อดไม่ได้ที่จะสังเกตสายตาเขา—สายตาที่เหมือนอยากพูดบางอย่างแต่กลั้นไว้
การประกาศรางวัล ขวัญได้รองชนะเลิศ เธอเก็บรอยยิ้มขมไว้ในใจ ปาล์มยื่นช่อดอกไม้ให้ช้าๆ “เก่งแล้ว ถ้ากลัว…ก็ยังสู้ไง”
ขวัญรับดอกไม้ เงียบอยู่นาน แล้วถามเสียงแผ่ว “เธอมีอะไรอยากบอกขวัญมั้ย?”
ปาล์มกลืนคำ คำตอบค้างอยู่ตรงริมฝีปาก “เอาไว้วันดีๆ อีกวัน…นะ”
ฤดูฝนมา สายหมอกปกคลุมสนามฟุตบอล ปาล์มหายหน้าไปหลายวัน เขาต้องกลับบ้านไปดูแลแม่ที่ป่วย ขวัญแวะไปเยี่ยมหอพักก็พบเพียงความว่างเปล่า
เธอเดินสวนกับเมย์
“งานมากมาย จะไหวเหรอ?” เมย์ถาม ขวัญแค่พยักหน้า
“แต่เขาก็ห่วงเธอนะ” เมย์เสริม ขวัญเงียบ ไม่ตอบ
คืนหนึ่ง ขวัญนั่งมองสายฝนจากหน้าต่าง ห้องโทรศัพท์ดังขึ้น ปาล์มโทรมา
“เป็นยังไงบ้าง ขวัญ?”
“ก็…เรื่อยๆ ไม่มีเราน่ะ เงียบดี” ขวัญตอบกลั้วเสียงหัวเราะเล็กๆ
ปลายสายเงียบปนแว่วเสียงรถไฟ “คิดถึงชมรมบ้างไหม?”
“คิดถึงสิ…โดยเฉพาะบางคน” เสียงขวัญหยอกแต่เหมือนมีอะไรบางอย่างมากกว่านั้น
สองสามเดือนต่อมา ขวัญกับปาล์มคุยกันน้อยลง ต่างยุ่งกับชีวิตของอีกฝ่าย ขวัญทุ่มเทกับการเรียน ปาล์มรับจ้างพิเศษช่วยที่บ้านจนโทรศัพท์พังไม่ได้ติดต่อกันช่วงหนึ่ง
ความห่างค่อยๆ แผ่วลง ขวัญได้ยินข่าวจากเมย์ว่าปาล์มอาจต้องย้ายไปทำงานที่ต่างจังหวัดเมื่อจบ ปาล์มเองก็คิดหนัก เขาขอทุนจึงต้องทำสัญญา หากไม่ไป อนาคตที่บ้านจะลำบาก
วันสิ้นสอบ ขวัญไปรอตรงสนามหญ้ากลางมอ ปาล์มเดินผ่านมา ท่าทางอิดโรยแต่ยิ้มกว้าง
“สอบเสร็จแล้วเหรอ?”
“อื้ม เหนื่อยแต่ก็จบสักที” ปาล์มทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เสียงลมหวิว
“จะได้เจอกันบ่อยไหม ถ้าเธอต้องย้าย?”
ปาล์มเว้นจังหวะ “ไม่รู้…มันน่ากลัวนะ” เขายิ้มเจื่อน
ขวัญกลืนน้ำลาย “เราก็กลัว…”
ปาล์มหันมาจ้องหน้า “กลัวอะไร?”
“กลัวจะเสียคนใกล้ใจไปโดยไม่ทันได้บอกความรู้สึก”
ทั้งสองเงียบอยู่นาน ไม่มีใครพูดอะไรต่อ เวลาคล้ายหยุดนิ่งในช่วงหัวใจแปร่งปร่า
เทศกาลรับปริญญามาถึงเร็วเกินไป ขวัญในชุดครุยสวยแต่แววตาหม่น เพื่อนๆ ถ่ายรูปรัวๆ แต่ใจเธออยู่อีกฟากของสนาม ปาล์มเดินมาพร้อมซองของขวัญเล็กๆ
“ขวัญ…ขอให้เธอได้ตามฝันนะ” ปาล์มยื่นซองให้
ในนั้นคือหนังสือทำมือรวมกลอนที่ขวัญเขียนไว้ ปาล์มรวบรวมมาแม้จากแผ่นเศษกระดาษที่หอพัก
ขวัญน้ำตาคลอ เธอถามเสียงสั่น “เธอจะไปไหม”
ปาล์มนิ่ง “ถ้าไม่ไป…บ้านก็ลำบาก แต่ถ้าไป…ก็กลัวจะไม่ได้กลับมาอีกเลย”
ขวัญตัดสินใจถามสิ่งที่เธอเก็บไว้มานาน “ถ้าเธอไป…จะลืมเราไหม?”
ปาล์มลังเล “อาจลืมหลายอย่าง…แต่คงไม่ลืมที่ใจมันพูดไม่ได้”
เสียงผู้คนรอบข้างจางหาย โลกเหลือเพียงสองคนในมวลหมอก
วันปาล์มจะเดินทาง ขวัญมาตั้งแต่เช้าที่สถานีรถไฟ เมย์ยืนส่งขวัญในเงียบๆ
ขวัญมองผู้คนขวักไขว่ หัวใจเธอล่องลอย เมื่อปาล์มเดินลากกระเป๋ามา ทั้งสองสบตากัน เงียบ
“ขอโทษ…ที่ไม่กล้าบอกอะไรเร็วกว่านี้”
ขวัญยิ้มเศร้า “เราเองก็ก้มหน้าหนีมานาน”
“ไว้…ถ้าถึงวันดีๆ วันนั้นจะบอกทุกอย่าง” ปาล์มเอ่ยเสียงแผ่ว
ขวัญพยักหน้า น้ำตาหยดบนฝ่ามือ เธอยื่นมือไปจับมือเขาแน่นเหมือนกลัวจะปล่อยไปตลอดกาล
“อย่าเปลี่ยนไปนะ” ขวัญบอก ปาล์มพยักหน้า คำสัญญาไม่มีเสียงแต่หนักอึ้ง
รถไฟเคลื่อน ปาล์มมองออกจากหน้าต่าง เห็นขวัญยืนร้องไห้ในม่านหมอกและสายฝนโปรย
คืนแรกที่ขวัญกลับบ้าน เธอเปิดดูสมุดกลอน อ่านวนซ้ำบรรทัดเดิม หัวใจร้าวแต่มุมปากกลับยิ้มกับประโยคที่ปาล์มแอบเขียนไว้
“เธอคือดอกไม้ริมทางสายหมอก หากไม่เด็ดไป ก็อย่าปล่อยให้เหี่ยวเฉา”
เวลาผ่านไปหลายปี ขวัญทำงานเป็นนักเขียนประจำเว็บไซต์ ใช้ชีวิตวุ่นวายอยู่ในเมือง ปาล์มเงียบหายไป ไม่มีข่าวคราว มีแต่กลอนสั้นที่ส่งมาทางอีเมลเดือนละครั้ง
วันฝนตกวันหนึ่ง ขวัญบังเอิญเห็นข่าวชมรมวรรณกรรมในมหาวิทยาลัยจัดงานครบรอบสิบปี เธอลังเลก่อนจะตัดสินใจกลับไปที่นั่นอีกครั้ง
บรรยากาศเหมือนเดิม ห้องชมรม ยังมีโต๊ะเก่าเสียงแผ่นกระดานเอี๊ยดอ๊าด วิทยากรอ่านกลอนของขวัญในงาน สายตาขวัญซอกซอนไปทั่ว ท่ามกลางสายหมอกยามเย็น ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาช้าๆ—เป็นปาล์ม
ทั้งสองสบตากัน ต่างใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะเอ่ยทักทาย
“ขวัญ…ไปถึงฝันของตัวเองแล้วหรือยัง” ปาล์มถามเสียงสั่นเล็กน้อย
ขวัญยิ้มบาง “ก็ยังไม่หมดหรอก…แต่โชคดีที่ยังมีแรงเดิน”
“เราเคยบอก…ถ้าถึงวันดีๆ จะพูดทุกอย่าง” ปาล์มหยุด เงียบไปประโยคหนึ่ง “วันนี้…น่าจะใช่”
ขวัญหัวเราะ น้ำตาซึม เธอกระซิบเบาๆ “งั้นขอฟัง”
ปาล์มเดินเข้าใกล้ ดึงสมุดกลอนเก่าที่เธอถือไว้ เปิดหน้าสุดท้ายอ่านข้อความหนึ่งเอาไว้…
“ดอกไม้ริมทาง ยังมีคนรอเก็บ…รอเพียงว่าวันหนึ่ง เราจะกล้าพอ”
ขวัญยิ้ม น้ำตาไหล ฝนเริ่มโปรยอีกครั้ง ทั้งสองยืนใต้ชายคาสนามให้ฝนซัดใบหน้า
“ขออยู่ตรงนี้…อีกนานๆ ได้ไหม?” ปาล์มถาม
ขวัญไม่ตอบ แค่พยักหน้าแล้วกุมมือเขาไว้แน่นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
เวลาผ่านหัวใจแปร่งปร่าจนเป็นหวานใส รอยร้าวที่เคยว่างเปล่าเติมเต็มด้วยถ้อยคำที่ไม่จำเป็นต้องพูดออกมาอีกต่อไป