โปรเจกต์สุดวุ่น ที่หอพักประสานซน
เสียงก๊อกแก๊กจากโต๊ะกลางหอพักทำให้ทุกสายตาหันมอง ‘เต้ย’ ชายหนุ่มผมตั้งเจลจนแทบจะจิ้มตาใครได้ กำลังโบกมือด้วยความมั่นใจพลางส่งเสียงเรียกประชุมใหญ่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ปั๊บ! ตื่น! ประชุมโปรเจกต์ได้ละ” เต้ยวางปึกกระดาษสีสดไว้ตรงหน้าเพื่อนร่วมห้อง ‘ปั๊บ’ เด็กหนุ่มวางแว่นตาดูง่วงๆ แต่ในสมองกำลังประเมินความเสี่ยงของทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลก
“พรุ่งนี้ยังไม่ส่ง แค่เค้าโครง จะรีบอะไร…หรือว่าแกมี ‘แผน’ อีกแล้ว?” ปั๊บหรี่ตาถาม เต้ยยิ้มกว้างทันที “อย่าเพิ่งไว้ใจแผนใครนอกจากแผนเรานะเพื่อน!” ท่ามกลางเสียงถอนหายใจของปั๊บ ทุกคนเริ่มตึงเครียดเมื่อหัวข้อโปรเจกต์ที่อาจารย์เพิ่งประกาศว่ายากราวปีนเขาเอเวอเรสต์ถูกเปิดอ่าน
เต้ยเสนอไอเดียบรรเจิด “เราจะสร้างเครื่องต้มน้ำที่มี AI เตือนว่าหมดแก้ว!” ปั๊บอ้ำอึ้ง “เอ่อ…แล้วเรารู้วิธีทำ AI ไหม?” เต้ยพยักหน้า “ดูในยูทูบหมดแล้ว สบาย ๆ” ปั๊บเหลือบมองไปทาง ‘วิน’ เพื่อนร่วมหอจอมไม่อิน “แปลว่าเดี๋ยวคืนนี้ก็มีเสียงระเบิดใช่ไหม”
เต้ยยืนยันว่าทุกอย่างจะผ่านฉลุย ขณะที่ปั๊บเพิ่งสังเกตว่าอุปกรณ์ในห้องตัวเองหายไปกว่าครึ่ง เต้ยขนมาใช้ทดลองแบบไม่บอกใคร ปั๊บถอนหายใจอีกรอบ “นี่แว่นสำรองฉันด้วยเหรอ?” เต้ยรีบผลักความผิด “อ๋อ นั่น ฉันกำลังหาวิธีให้ AI ตรวจจับว่าคนง่วงหรือเปล่า…จะได้เตือนว่าควรดื่มกาแฟต่อมั้ย” ปั๊บตบหน้าผาก
เวลาผ่านปุ๊บ หอพักกลายเป็นเวทีทดลอง รูกั้นประตูเต็มไปด้วยกระดาษโน้ต ตู้เย็นมีเซ็นเซอร์ที่ไม่เคยใช้ได้ผล เสียงเต้าน้ำส่งเสียงหวีดดิ้นเหมือนพยายามสื่อสารกับมนุษย์ ในขณะที่ ‘จิน’ รุ่นน้องสายชิล หลุดขำจนต้องออกมากินมาม่าอยู่หน้าห้อง “พี่เต้ย นั่นเตาต้มข้าวของใครอะ” เต้ยเหลือบมองอย่างใจเย็น “ของใครก็ของเราแล้วตอนนี้”
กลางดึกคืนนั้น ปั๊บเหลืออดกับการที่เต้ยมั่นใจสวนทางความจริง “แก นี่ไม่ใช่ AI นะ มันคือเทปกาว ต่อสายไฟ แล้วต่อเข้าตู้เย็น!” เต้ยยังพยายามยืนยัน “เชื่อดิ แค่ขาดคอร์สออนไลน์อีกนิดก็เสร็จแล้ว” ปั๊บพยายามหยุดแผนบ้าบอสุดขีดด้วยเหตุผล “แกมั่นใจอะไรขนาดนั้น เผื่อไว้ซัก 1% ว่ามันจะพังบ้างยัง?” เต้ยตอบทื่อ ๆ “เฮ้ย ไม่พังหรอก… เอ๊ะ หรือพังแล้ววะ?”
ระหว่างที่กำลังเถียง เปลวไฟลุกวาบมาจากปลั๊กไฟข้างห้อง เสียงร้อง “เฮ้ย!” วิ่งครบทุกห้องอย่างกะซ้อมหนีไฟจริง แม้แต่ ‘เจ๊แหวว’ แม่บ้าน ก็ต้องวิ่งมาดู “ลูกอย่าเผาหอนะ เจ๊แหววยังไม่ถึงวาระ!”
รุ่งเช้า เต้ยตื่นโดยมีเซ็นเซอร์ติดบนแก้ม หน้าผาก และฝาหู ปั๊บถือผ้าขนหนูมายื่นให้อย่างเหนื่อยใจ “นี่แกลงเทปกาวเป็นงานอดิเรก หรือฝึกวิทยาศาสตร์เขมรวัฒน์?” เต้ยหัวเราะเหมือนไม่ได้ยิน “เดี๋ยวดู ตอนบอร์ดสาธิตต้องโอเคแน่ ๆ”
ทันใดนั้น อีเมลอาจารย์ส่งมาว่าให้เตรียมสาธิตสดในกลุ่มใหญ่ ปั๊บหน้าซีด เต้ยยังห้าว “ง่าย จะโชว์นวัตกรรม! ยิ่งใหญ่!” ปั๊บกระซิบ “ขอให้มันไม่แตกกลางห้องก็พอแล้ว…”
วันสาธิตมาถึง หอพักตื่นตัว เต้ยใส่สูท(มือสอง) เตรียมนำเสนอ ปั๊บเม้มปากเงียบ วินพยายามถ่ายคลิปแต่หัวเราะจนมือถือสั่น สายตาอาจารย์จ้องมาอย่างสงสัย “ขอเชิญกลุ่มเต้ยนวัตกรรมครับ” เต้ยเดินยิ้ม ปั๊บกลืนน้ำลายครั้งที่ยี่สิบ
เครื่องต้มน้ำ AI ของเต้ยประกอบจากขวดน้ำอัดลม สายไฟ และเซ็นเซอร์ตั้งโต๊ะที่ไม่ได้เสียบปลั๊กอะไรสักอย่าง เต้ยกดปุ่มใหญ่ ป… ปรากฏว่าสัญญาณแจ้งเตือนร้องเสียงมือถือของอาจารย์แทนที่จะเป็นเครื่องต้นแบบ!
เสียงมึนทั้งห้อง ปั๊บรีบกลบเกลื่อน “เอ่อ… ฟีเจอร์ ‘เตือนอาจารย์’ คือ ในอนาคต ระบบจะเตือนแม้แต่อาจารย์เวลาเราลืมเติมน้ำเหรอครับ” อาจารย์ขมวดคิ้ว “แล้วน้ำอยู่ไหน?” เต้ยเงอะงะคว้าขวดน้ำเปล่ากระซิบ “แก เติมน้ำด้วย!” ปั๊บรีบเทน้ำใส่ ขณะจังหวะเดียวกัน เครื่องต้นแบบปล่อยเสียงแปลกปนระเบิดลูกเล็ก ๆ ของขนมอบที่ติดอยู่ใต้แท่น
ผลคือทั้งห้องวิ่งหนีออกนอกพื้นที่ วินยังอัดคลิปหัวเราะแต่ก็ต้องตั้งมือถือทิ้งไว้
จังหวะเปลี่ยน ฉากต่างคนต่างนั่งเงียบ เต้ยดูเครียดเป็นครั้งแรก “เดี๋ยวอาจารย์ต้องไล่ออกแน่ ๆ” ปั๊บสูดลมหายใจ “แก แกคิดว่าอาจารย์จะจำได้ไหมว่าใครเสียงดังสุด?” เงียบ วินโพล่หน้ามา “อาจารย์ประกาศแล้วว่าให้แก้โครงใหม่ทั้งกลุ่ม พรุ่งนี้ต้องเสนอทันที”
ปั๊บชวนเต้ยนั่งปรึกษาแบบธรรมดาครั้งแรก “เอาแบบที่ใกล้ตัว ง่าย ๆ ดีกว่าไหม?” เต้ยตอบสวน “แต่เราไม่เก๋เลย มันธรรมดาไง” ปั๊บหัวเราะ “บางทีธรรมดาก็คือรอดนะเว้ยเพื่อน” เต้ยนิ่ง เงียบ
เสียงวินแอบพูดข้างหู “ถ้าสองคนนี้หยุดทะเลาะ โลกจะสงบขึ้นเยอะ” ปั๊บยิ้ม “อย่าฝันไปเลยวิน วันไหนไอ้นี่เงียบ คือวันนั้นไม่มีเต้ย”
คืนนั้น งานเดินช้ากว่าเดิม แต่วุ่นน้อยลง (แต่ก็ยังวุ่นอยู่ดี) ปั๊บพยายามอธิบายทีละขั้นตอน เต้ยเริ่มทำตามแต่ยังติดนิสัยข้ามขั้น วินพยายามบอก “เอาใจช่วยว่าคืนนี้จะไม่มีเตาห้องแตกนะพี่”
วันรุ่งขึ้น โปรเจกต์ใหม่ถูกนำเสนอ: “เครื่องแจ้งเตือนวันหมดอายุอาหาร” ซึ่งง่าย ตรงไปตรงมา อาจารย์ผงกหัว “นี่สิ…ของจริง” เต้ยถอนหายใจแรง ๆ อาจารย์ปิดท้าย “แต่ขอให้นำเสนอด้วยเสียงธรรมชาติ อย่าใส่เอฟเฟกต์แปลก ๆ”
เต้ยมองหน้าปั๊บ ส่งยิ้มแพรว “แผนครั้งหน้าขอเป็นของนายแล้วกันนะ” ปั๊บหัวเราะ “อื้ม ขอเอาตัวรอดจนจบเทอมก่อน” เต้ยว่า “ถ้าเทอมหน้ามีประกวดเครื่องกรองเสียงรบกวน นายต้องเป็นคนแรกเลยนะ” ปั๊บตอบ “แกคือตัวสร้างเสียงรบกวนที่ดีที่สุดในหอนี้อยู่แล้ว”
ทุกคนในหอพากันหัวเราะ เรื่องวุ่นวายกลายเป็นความทรงจำสนุกของหอพัก ‘ประสานซน’ ที่ไม่มีทางเงียบได้เลยตราบใดที่เต้ยและปั๊บยังเรียนไม่จบ