ภารกิจเปลี่ยนชีวิตหอพักหมายเลข 8
เสียงดังโครมครามกลางดึกในหอพักชายหมายเลข 8 เป็นประเภทเสียงที่ไม่มีใครอยากได้ยินแม้แต่ยามซุปเปอร์มาร์เก็ตหน้าร้อน กอล์ฟ ลุกขึ้นนั่งบนเตียง ผ้าห่มพันตัวแน่นเหมือนกะลังกลายร่างเป็นซูชิไส้มะเขือยาว เขาเหลียวมองนาฬิกา 02:43 น. ทุกอย่างเงียบไปสักพัก ก่อนเสียงดัง “แกร่ก–แกร่ก–โป๊ก!” จะกลับมา กอล์ฟหันไปมองต่อที่หลับสนิท พลางสงสัย ต่อทำอะไรไว้แน่ ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ต่อ!” กอล์ฟกระซิบแบบหวาด ๆ “เดี๋ยวหอพักเราจะกลายเป็นข่าว ผีสิงเดี๋ยวนี้…”
ต่อกระดิกนิ้วนิด ๆ ด้วยความขี้เกียจ “เลิกคิดมากได้ยัง ผีอะไรมันเล่นเปียโนกี๊งก๊างขนาดนี้ เดี๋ยวบอกให้วาร์ปไปผีอีกห้องแทน”
“แล้วเสียงนั่น…ไม่ใช่นายเหรอ?” กอล์ฟงง
“ฉันหลับ เป็นนักศึกษา ไม่ใช่นักล่าท้าผี” ต่อพลิกตัวกลับยังน้ำเสียงเย็นเฉียบ
ทันใดประตูห้องก็ปริ๊ดเปิด เสียงกี๊งก๊างดังลั่นออกมา ทั้งคู่ขวัญผวา ก่อนจะเห็นเบน เพื่อนร่วมหอที่ทั้งชีวิตเชื่อว่าตัวเองกำลังจะเป็นนักดนตรีระดับโลก วิ่งเช็ดเหงื่อกับเปียโนขาไม้สั้นหนึ่งข้าง สายตาลอย ๆ เหมือนผ่านการต่อกรกับผีจริงมา
“ขอโทษครับ ๆ เปียโนมันล้อหลุด” เบนหอบ “พยายามแกะเพลงฝรั่งมาเซอร์ไพรส์เด็กใหม่ มันดันเล่นเองตอนมือฉันหักเก!”
หลังเหตุอลหม่าน กอล์ฟถอนใจยาว ขณะที่ต่อหัวเราะ คิดว่าคืนนี้คงไม่มีผีมาเพิ่มแล้ว แต่กอล์ฟยังไม่วางใจ หอพักหมายเลข 8 ที่ใครก็เรียกว่าซากยุคไดโนเสาร์กลับเป็นสนามซ้อมความฝันของนักศึกษาทุกคนในนี้ ทุกคนล้วนเชื่อว่าตัวเองแน่–ถ้าไม่ติดโคมไฟผี ๆ ที่หมุนติ้วหาต้นเหตุไม่เจอ
“นาย วางแผนอะไรไว้ให้ฉันโดนไล่ออกอีกรึเปล่า?” กอล์ฟเริ่ม, ยังกังวลแบบเดิม
“เลิกกลัวอนาคตได้มั้ย ชีวิตมีไว้ลอง!” ต่อตอบหน้าตาเฉย
“นี่คือเหตุผลที่ปีที่แล้วนายบอกให้ฉันปีนหลังคาไปซ่อมเสาอากาศใช่มั้ย?” กอล์ฟประชด
ต่อขำหึ “ซ่อมไม่สำเร็จจริง แต่ก็ได้เห็นรุ้งกินน้ำจากปล่องไฟนะ ไม่ทุกคนจะได้ประสบการณ์นั้นหรอก!”
“บอกเลย คราวนี้นายทำอะไรอีกฉันจะเผ่นก่อน” กอล์ฟพูดขู่ แต่รู้ดีว่าหนีไม่พ้น
รุ่งเช้า หัวข้อใหญ่ของหอพักคือ “จะอยู่รอดงบซ่อมหอที่ถูกตัดอีกปีอย่างไร” ทุกคนถูกเรียกมาประชุมฉุกเฉินหน้าห้องครัว พี่หมึก หัวหน้าหอหน้าทะมึน ท่าทางเหมือนรักสันโดษแต่จริงๆ กลัวแมลงสาบ พูดขึ้น “ใครมีไอเดียช่วยชีวิตหอบ้าง?”
กอล์ฟเริ่ม “ผมว่าเราควรทำความสะอาดใหญ่ หอจะได้ดูดี เผื่อเขาจะใจอ่อนคืนงบซ่อม”
ต่อยิ้มกว้าง “ไอเดียดี แต่ฉันอยากเสนอว่าต้องจัดงานปาร์ตี้! เรียกดารานักร้องเก่าแก่ที่ไหนก็ได้ เด็กใหม่ชอบแน่”
เบนยกมือ “แล้วเปียโนผมละ? ถ้าเด็กใหม่ตกใจเสียงมันอีก หอจะโดนปิดไหม?”
พี่หมึกกลอกตา “ถ้ามีปาร์ตี้เสียงเปียโนก็แค่ background horror เอง ชิน ๆ ไปเถอะ”
ทั้งหมดมองหน้ากัน คนละโลกคนละดาว แต่ต่างก็หวังให้องค์กรใหญ่เห็นความพยายามของตัวเอง พี่หมึกแจกจ่ายงาน ต่อเป็นหัวหน้าจัดกิจกรรม กอล์ฟเป็นผู้ประสาน เบนรับหน้าที่แต่งเพลงเปิดตัวหอพัก ส่วนคนอื่น ๆ ต้องทาสี เก็บขยะ แต่ขยะบางอย่างไม่อยากถูกเก็บเสียด้วยซ้ำ
บ่ายวันแรกของ “โครงการพลิกชะตาหมายเลข 8” เริ่มจากการเรียกประชุมเล็ก ต่อถือระฆังพลาสติกประกาศ “แผนวันนี้คือสร้างภาพหอพักอบอุ่น ใครเจอห้องที่มีอะไรผิดปกติให้แจ้งทันที!”
จังหวะนี้ นัท นิสิตวิศวะฯ ขี้บ่นประจำหอ แหวกเสียง “แล้วสายไฟที่ช็อตเสียงดังเมื่อคืน นายไม่แก้เหรอ?”
“มันมวลรวมบรรยากาศคลาสสิกของหอเก่าไง!” ต่อลอยหน้าตอบ
กอล์ฟเดินดูทั่วหอพัก มองซอกหลืบบนฝาผนังที่มีรอยรั่วน้ำหยด เขาจินตนาการภาพสวยหรูแบบหอพักญี่ปุ่นที่มีสวนหิน ขณะเดียวกันต่อกลับนับจำนวนไฟที่เสียแบบมั่นใจว่าทุกอย่างควบคุมได้หมด “ก็แค่เปลี่ยนหลอด ทำเองได้!”
เสียงหลอดไฟเป๊าะ! ตามมาด้วยควันลอยจาง ๆ กอล์ฟเบิกตาโพลง “บอกแล้วต้องเรียกช่าง มือสมัครเล่นอย่าเสี่ยงเลย!”
ต่อไอกระแอม “โอเค…คราวหน้าจะเอาเทปกาวแปะไว้ก่อน”
มันไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่พยายาม จริง ๆ แล้วต่างก็โหยหาสิ่งดี ๆ ไม่ต่างกัน กอล์ฟอยากเปลี่ยนชีวิตล้มเหลวที่คิดมากของตัวเอง ขณะที่ต่อก็อยากพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นผู้นำได้โดยไม่ต้องมีใครบอกต่อหน้า เงื่อนไขเหล่านี้ทำให้ทุกการตัดสินใจมีคำว่า “ถ้า…” ตามมาตลอด
เย็นวันนั้น เสียงคุยโวยวายโต้กันของกลุ่มคณะ “ปฏิบัติการทาสี” ดังลั่นจนแมวหอหลบเข้าตู้เสื้อผ้า เบนแยกตัวซ้อมเปียโนในครัว ร้องเพลงเสียงหลง เสียงแปร่ง ๆ นั้นเหมือนเชิญผีสิงมาดูงาน กอล์ฟเดินเข้ามาปราม “เบน ลดเสียงหน่อย เดี๋ยวพี่หมึกจะคิดว่าหอเรากลายเป็นรายการประกวดผี ต่อแก้ปัญหาอะไรยัง?”
ต่อยักไหล่ “ฉันเปลี่ยนหลอดไฟได้สามดวงและกลายเป็นอุบัติเหตุไฟไหม้ขนาดย่อม ถือว่าคืบหน้า”
ทุกอย่างเหมือนเดินวนในลูปหายนะ นัทกับฉัตร คู่กัดประจำหอต่างคนต่างแข่งทาสีขอบหน้าต่าง คนหนึ่งเน้นเป๊ะจัด อีกคนเน้นไวแต่เปื้อนเต็มกระจก กอล์ฟเดินไปช่วย โดนพ่นสีใส่แขนแบบไม่ตั้งใจ ต่อเปล่งเสียง “ทีมเวิร์ค! ความสวยเกิดจากความผิดพลาดรวมหมู่!” แต่เสียงใส่กันนัวเนีย เสมือนหญิงแย่งผู้ชายมากกว่าปรับปรุงหอพัก
ตกเย็น ต่อกุมขมับ เดินไปขอคำปรึกษาจากหมู, รุ่นพี่หอที่ไม่มีใครกล้าขัดใจ เพราะรอยสักเต็มแขน หมูพูดโพล่ง “แค่ปาร์ตี้มีของกิน มันจะผ่านไปเอง เชื่อพี่!”
“แต่พวกเราอยากให้โดนใจกรรมการนิสิต–” ต่อยังยึดมั่นแผนยิ่งใหญ่
“คนไม่ได้มองความเรียบร้อย คนดูว่าใครกล้าทำอะไรบ้า ๆ!” หมูจิบชาเย็น
แต่ต่อไม่ยอมแพ้ พยายามพิสูจน์ความเป็นหัวหน้าหอพัก คืนนั้นเขาแอบโทรชวนช่างไฟ แต่พอช่างไฟรับสาย กลับบรรยายอาการผิดหมด จนอีกฝ่ายนึกว่าหอพักเกิดระเบิดวิศวกรรม!
“สรุป ดับทั้งชั้น หรือนายเตะตู้ไฟ?” เสียงช่างถาม
“คือ…มันแค่ควันลอยเฉย ๆ ยังไม่ถึงดับ เบอร์นี้ปกติใช่ไหม?” ต่ออึกอัก
“ถ้าไฟดับ ห้ามเช็คเอง โทรหาผมใหม่!”
“แต่ผมเปลี่ยนหลอด…คือ คนในหอต้องเห็นว่าผมเก่ง…”
ช่างวางหูทันที
รุ่งเช้า ทุกคนเตรียมรับกรรมการนิสิต ต่อแต่งตัวเนี้ยบ กอล์ฟใส่เสื้อแบบไม่รีด เบนลากเปียโน รอยเท้าสีเปรอะพื้น กระจกเลอะสีงานศิลป์ ฉัตรกับนัทกำลังเถียงเรื่องชั้นวางรองเท้า พี่หมึกทำเหมือนทุกอย่างเข้าทางตัวเอง ทั้ง ๆ ที่แค่แอบท่องคาถากำจัดร้องเท้าขยะในใจ
“พวกเราพร้อมหรือยัง?” กอล์ฟกระซิบ เหงื่อไหลฝุด ๆ
“พร้อม! แค่ไม่มีผีมาเล่นเปียโนกลางวันก็ถือว่าดี!” ต่อโยนคำ
คณะกรรมการเดินเข้าหอพัก หนึ่งในนั้นบังเอิญกลัวแมว ตอนไกด์นำชมเปิดตู้เสื้อผ้า แมวกระโดดออกมา ฝ่ายกรรมการกรี๊ดลั่น “มีสัตว์เลี้ยงต้องห้าม!” ขณะที่เสียงเปียโนของเบนดังพรืดเหมือนเพลงประกอบหนังระทึก
กอล์ฟรีบอธิบาย “ไม่ใช่ครับ แมวเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน!”
นัทกับฉัตร ออกตัว “อันนั้นสีที่อยู่บนแขนนาย ไม่ใช่รอยแมว!”
ต่อขำ “เห็นมั้ย ทุกคนซัพพอร์ตกันดีจนไม่มีที่ติ!”
ระหว่างที่กรรมการเดินตรวจหอ เบนซ้อมเพลงใหม่ สร้างบรรยากาศ “ขนหัวลุก meets วาไรตี้โชว์” พอดีไปสะดุดสายไฟ เสียงเปียโนครางตกหลุมรักเสียงเครื่องยนต์ ปลั๊กหลุด ไฟดับทั้งหอ!
ทุกคนอึ้ง แต่ต่อรีบตีหน้าเข้ม “นี่คือเซอร์ไพรส์! กิจกรรม blackout teamwork! ใครช่วยกันไขไฟได้จะได้รับของรางวัล!”
กรรมการงุนงง ก่อนจะกลายเป็นจุดรวมกลุ่มหัวเราะกันเอง
ไฟกลับมา โคมไฟกลายเป็นแสงสีรุ้งไร้ที่มา ทุกอย่างเละตุ้มเป๊ะ แต่เสียงหัวเราะลั่นหอแทนบทวิเคราะห์
เมื่อกรรมการลาจาก ต่อกับกอล์ฟมองหน้ากัน กอล์ฟถอนใจหัวเราะ “อย่างน้อยเราก็ไม่ได้โดนไล่ออก…ใช่ไหม?”
ต่อยิ้ม “ถ้าโดน นายได้เป็นเงาเสียงเปียโนกับแมวตลอดชีพละกัน”
วันต่อมา ผลประกาศ—หอพักหมายเลข 8 ได้รางวัลพิเศษ “จิตวิญญาณทีมเวิร์คเผชิญหายนะ” กับคำชมว่า “ไม่มีใครเหมือนและไม่มีใครอยากเหมือน”
ค่ำวันนั้น ต่อกับกอล์ฟนั่งดูรุ้งกินน้ำจากปล่องไฟเก่าด้วยกัน กอล์ฟพูดเบา ๆ “บางทีชีวิตก็โกลาหลดี ถ้ามีเพื่อนประสาท ๆ อยู่ด้วย”
ต่อหัวเราะ “ผิดก็แค่จุดเริ่ม เรื่องสนุกมักมาจากคนคิดมากกับคนมั่นใจผิดเนี่ยแหละ”
แมวเดินผ่าน ฉัตรกับนัทยังหาเรื่องทะเลาะกันเรื่องตู้รองเท้า เบนดีดเปียโนขาโยกเป็นจังหวะของหอพัก แต่ทุกคนกลับหัวเราะพร้อมกัน เสียงโวยวายผสานกลายเป็นเพลงประหลาดเหมาะกับหอที่ไม่มีใครเหมือนอย่างสมบูรณ์