ป่วนฮา…ประชุมใหญ่หอพักมหาเฮง
เสียงบิดลูกบิดประตูหอพักชายมหาเฮงดังขึ้นคล้ายจะหลุดจากบาน ฮุย—เด็กปีสอง กลุ่มวิศวะโยธา ที่อวดอ้างว่าเป็นหัวหน้ากลุ่มรู้มาก ตะโกนข้ามทางเดิน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“พวก—ห้องพักใครเอาข้าวผัดใส่เขียงผมไว้ในตู้เย็นวะ? ใครทำครับ? ระเบียบห้องมันต้องมี!”
เสก เพื่อนร่วมห้องที่เก็บตัวนั่งแกะถั่วลิสง ทอดสายตามองข้าวผัดแล้ว ซึ่งข้าวผัดนั่นสีเขียวคล้ำผิดธรรมชาติ “มึงแน่ใจว่าข้าวมันไม่เดินมาก่อนมั้ย” เสกพูดพลางหัวเราะกลั้ว ๆ
“เอ้อ ก็…อาจจะเดินได้จริง เพราะกลิ่นโคตรแรง” ฮุยถือจานข้าวผัดไปเคาะห้องข้าง ๆ ปัง ๆ
ประตูเปิดด้วยใบหน้าอิดโรยของ ตีน้อย รุ่นน้องปีหนึ่งที่พูดช้าราวกับต้องเรียบเรียงในหัวก่อนทุกประโยค “ผมว่าของพี่อ๋องนะ ข้าวผัดเน่า ๆ นี่มันสูตรไร้ชื่อของเขาแน่นอน”
อ๋อง—เด็กวิดวะที่อินดี้สุดในหอ เขียนบทกวีให้ตุ๊กตากิ๊บก๊าบบนหัวเตียง ไม่สนใจขวดยาดองหรือขวดโหลที่เต็มอยู่ที่มุมห้อง ออกเสียงว่า “สูตรซอสเทศบาล อร่อยจากอ้อมแขนประชาชน!”
“เออ มึงต้องจัดการแก้ไข ถ้าไม่งั้นตูจะรายงานประชุมหอพัก!” ฮุยบอกเสียงเครียด ทั้งที่เพิ่งดัดแปลงกฎหอขึ้นมาเองในวินาทีนั้น
แต่ปรากฏเสียงปริศนาดังมาอีกห้อง “ประชุมหอพัก? มีเรื่องอะไรอ่ะ นี่มันจะกลางภาคอยู่แล้ว”—น้ำหวาน หญิงเดียวในกลุ่ม นิสิตสื่อสารมวลชนที่อาศัยในหอชายด้วยความปรารถนา ‘จะพิสูจน์ความเท่าเทียม’ แว่วออกมาพร้อมเสียงโทรศัพท์ที่ต่อสายเข้า “เอาไง นัดมั้ย?”
“นัดดิ เรื่องใหญ่…” ฮุยพูดพลางมองหน้าเสกกับตีน้อย ทุกคนก็รับลูกตามวาระ พร้อมเสียงอ๋องงึมงำเบา ๆ “แต่ ยังไม่มีใครรู้ปัญหาจริงคืออะไร…”
ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ข่าวลือ ‘ประชุมหอพัก’ แพร่ไปทั้งตึก ทุกคนเพิ่มรายละเอียดปัญหาในแบบฉบับใครฉบับมัน สุดท้ายชั้นล่างสุดเต็มไปด้วยคนจนแทบไม่มีที่นั่ง บางคนคิดว่าเรื่องไฟไหม้ บางคนคิดว่าจะจับขโมย บางคนคิดว่าทุกคนจะถูกย้าย
ฮุยกวาดสายตามองฝูงชนที่คาดหวัง คิ้วขมวดแน่น หัวใจเต้นรัวก่อนขึ้นเวที — เขาตั้งใจจะพูดเรื่องจานข้าวผัด แต่ตอนนี้เหมือนทุกอย่างเป็นเรื่องซับซ้อนระหว่างประเทศ
เสกกระซิบ “เอ็งพูดซะสิ เดี๋ยวมันก็จบ” ฮุยมองอ๋องที่ตอนนี้หวีผมด้วยช้อนชา แล้วหันไปสบตาน้ำหวานที่กำลังไลฟ์สดออกเฟซบุ๊ก
“คือ…เรื่องวันนี้ มันคือ…” ฮุยลังเล ก่อนตีน้อย ยกมือช้า ๆ “ผมว่าเราควรมีชื่อประชุมฮะ เผื่อจะกลายเป็นประเพณีได้”
เสกสวน “ชื่อ ‘ประชุมแก๊งหอพักมหาเฮง’ ดีป่ะ?” ทุกคนหันมามองพร้อมกัน ฮุยเกทับ “ประชุมแก้ปัญหาสังคม เอาแบบนี้ มีใครเสนอให้เลิกข้าวผัดบูดบ้าง?”
อ๋องยกมือ “เลิกไม่ได้ ขาดข้าวผัดสูตรนี้ หอจะเศร้ามาก”
เสียงฮาและเสียงคุยสวนกันมั่วซั่วเหมือนตลาดนัด เสียงน้ำหวานโพล่ง “สรุปประชุมเรื่องอะไรเนี่ย?” เงียบวูบ 3 วิ “….ก็…ข้าวผัด….”
ทุกคนเริ่มถกเถียงว่าข้าวผัดคนนี้ต้องแก้อย่างไรมากขึ้น ความเข้าใจผิดกลายเป็นการถกเรื่องระเบียบวินัย ความสะอาดหอ ความรักเพื่อน ไปยันค่านิยมร่วมสมัย ทุกคนงัดปัญหาส่วนตัวใส่เบ็ดเสร็จในวงประชุม
เสกเสนอไอเดียชงกาแฟคลุมกลิ่นข้าวผัด แต่กลับหกใส่เสื้อฟ้าของตีน้อยจนเกิดประเด็นใหม่ “ใครจะซักเสื้อให้?” ตีน้อยพูดเสียงเศร้า ๆ แต่ใจจริงขำ
น้ำหวานเสนอให้ตั้งกฎใหม่ว่าของกินขึ้นห้องต้องติดป้ายชื่อ อ๋องแย้ง “ถ้างั้นข้าวผัดราชธานี กับข้าวผัดซอสเทศบาลจะแยกยังไงล่ะ?”
ฮุยเริ่มมึน “กูว่า เอาอย่างนี้—ใครมาเอาข้าวผัดไปกินได้เลย”
ทุกคนพร้อมใจโวยวาย “แล้วใครจะกล้ากินวะ!”
ประเด็นเริ่มตีกันไปมา จนเสกเสนอให้จับสลากดูว่าใครกล้าชิมข้าวผัดนี้ เป็นฉากที่คนทั้งหอเหมือนเล่นกลกึ่งฮา ทุกคนยืนล้อมจานข้าวผัดและจับไม้สั้นไม้ยาวกันอย่างตึงเครียด แต่ผลคืออ๋องคว้าหวยได้ เขาหยิบข้าวผัดเข้าปากแล้วทำเสียงกวีว่า “นี่คือรสชาติแห่งชีวิต” ทันใดนั้น เขาสะอึก…แต่ไม่เป็นอะไร ทุกคนดีใจยกมือเฮกัน หัวเราะไปพร้อม ๆ กับอ๋องที่ยังพูดในฟีลปรัชญาตลก
แต่ยังไม่จบ พี่สมปอง—ผู้ดูแลหอที่พูดเหมือนเครื่องอัดเสียงช้า ๆ เดินมาตรวจ “นี่ จัดประชุมไม่ขออนุญาต ระเบียบข้อ 14 ต้องถูพื้นห้องประชุมทั้งตึก!”
เสียงเงียบไปชั่วครู่ ก่อนน้ำหวานจะหัวเราะก๊าก “งั้นเอาข้าวผัดโปะพื้นไปเลยสิ จะได้กลิ่นใหม่!” ทุกคนเริ่มหัวเราะแบบกลั้นไม่อยู่ เสกพูดสวน “เดี๋ยวคืนนี้ผีข้าวผัดมาเฝ้ากะดึกแน่”
ท้ายที่สุด ทุกคนถูกจับมาถูพื้นห้องประชุมจนดึกดื่น แต่หัวเราะ ขำ และแบ่งหน้าที่กันตามสไตล์ใครสไตล์มัน ตีน้อยถูพื้นช้า ๆ ตามจังหวะชีวิต เสกเปิดเพลงคลอ อ๋องอ่านกลอนขณะถูพื้น ฮุยเดินตรวจแถวราวกับเป็นทหาร น้ำหวานไลฟ์เฟซบุ๊กบอกว่า “ดูพวกเราต้องถูพื้นด้วยข้าวผัดเน่า! สู้ไม่สู้!”
เมื่อเสร็จสิ้น ทุกคนเหนื่อยหอบแต่นั่งรอบวงแสงไฟลา ๆ ฮุยค่อย ๆ พูดเบา ๆ “ปีหน้า…เรานัดประชุมใหญ่กันมั้ย เรื่องใหม่ ๆ จะได้ไม่เบื่อ” ทุกคนขำ
เสียงอ๋องกล่าวอย่างกับปรัชญา “ไม่มีปัญหาข้าวผัด…ก็ไม่มีเรื่องราวเหล่านี้”
เสกเสริม “งั้นเก็บสูตรข้าวผัดไว้เลย เดี๋ยวปีหน้าต้องมี” น้ำหวานตบท้าย “แต่ปีหน้ารบกวนติดป้ายบอกด้วย ว่ามีประชุมเรื่องอะไร!”
เสียงหัวเราะก้องทั่วหอ ทุกคนเหนื่อยแต่มีรอยยิ้ม อ๋องเขียนกลอนไว้ที่ผนังว่า ‘เมื่อข้าวผัดสร้างรอยยิ้ม…มิตรภาพก็สร้างหมอนข้าง’
ฟ้ารุ่ง ทุกคนหลับสนิทในหอพักที่เชื่อมกันด้วยข้าวผัด ความซุ่มซ่าม และมิตรภาพ
เช้าวันใหม่…ตีน้อยเปิดตู้เย็น อุทาน “อ้าว…ใครเอาต้มยำปลากระป๋องมาวางบนเขียงผมแล้วไม่ติดชื่ออีกล่ะ?” เสียงหัวเราะกราวดังขึ้นอีกครั้ง…พร้อมความวุ่นวายรอบใหม่ที่กำลังมาเยือน