พรชัยในฝัน
ในช่วงต้นฤดูร้อน พรชัย เด็กหนุ่มอายุ 17 ปี ใช้เวลาหลังเลิกเรียนทำงานพิเศษที่ร้านกาแฟในหมู่บ้าน ร้านกาแฟมีบรรยากาศอบอุ่น พร้อมกลิ่นหอมของกาแฟรสแข็งบ่มไว้ออกจากเครื่องชงอัตโนมัติ สายลมบางเบาทีละน้อยพัดพาเข้ามา ทำให้วันนั้นรู้สึกพิเศษกว่าเดิม
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!พรชัยยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ ขณะที่แขกผู้มาเยือนสั่งกาแฟ หลังจากได้ยินเสียงเปิดประตูดังขึ้น เขาหันไปเห็นนักเรียนสาวชื่อว่านิตา เดินเข้ามาในร้าน เส้นผมยาวสลวยปลิวไปตามลม และรอยยิ้มที่เปล่งประกาย ส่งผลให้พรชัยรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน
ทุกครั้งที่นิตานั่งประจำที่นั่งตรงมุมโต๊ะด้านในสุด เขากลับรู้สึกถึงความตื่นเต้นที่จะได้เห็นเธอ ทุกการหยิบแก้วกาแฟ สายตาที่สะท้อนความสนใจ ช่วยให้พรชัยรู้ว่าตนเองกำลังตกหลุมรักอย่างเงียบๆ
วันที่อากาศสดใส วันนั้นนิตามานั่งที่ร้านเพียงลำพัง ต่างจากปกติที่เพื่อน ๆ มักจะตามมาด้วย ทำให้พรชัยมีโอกาสที่จะเข้าไปพูดคุย
“ฮัลโหล นิตา สั่งอะไรไหมครับ?” พรชัยเริ่มต้นเสียงสั่นน้อย ๆ
นิตาหันมามองเขา ยิ้มให้และตอบว่า “โอ๊ย ชอบสั่งลาเต้ออนท็อปค่ะ มาเถอะ เพิ่มฟองนมหน่อยนะ” รอยยิ้มของเธอนั้นบังคับให้หัวใจของพรชัยเต้นแรง
ขณะที่เขาเตรียมคลุกรสชาติของกาแฟตามที่นิตาสั่ง ความคิดของเขาวิ่งกลับมาที่ครอบครัวของเขา ภาพอดีตที่เลวร้ายของพ่อผู้ทำงานหนัก แต่กลับไม่เคยเห็นคุณค่าของพรชัยในฐานะลูกชาย มันทำให้พรชัยมีแรงผลักดันอยู่ตลอดเวลาในการพิสูจน์ตนเอง แต่จิตใจยังมีความกลัว ขาดความเชื่อมั่น เพราะว่าสิ่งที่เขาเรียนรู้มาตลอดมันเป็นความต้องการของคนอื่น
เมื่อพรชัยเสิร์ฟกาแฟให้กับนิตาและเข้ามานั่งที่โต๊ะนั่งตรงข้าม เขารู้สึกเป็นสุข แต่ก็รู้ถึงความกดดันที่แฝงอยู่ในใจ “ทำไมถึงเลือกที่จะมาที่นี่คนเดียวล่ะ” เขาถามเพื่อสร้างบรรยากาศ
“ฉันแค่มีเวลาว่างน่ะ ระหว่างรอวันสำคัญ” นิตายิ้ม สายตาของเธอสื่อความหมายอย่างชัดเจน
เวลากลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด ขณะที่ทั้งสองได้แบ่งปันความสนใจในงานศิลป์และความฝันที่จะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ จนวันหนึ่งนิตาเปิดเผยความฝันของเธอ อยากจะเป็นนักศิลปินที่มีชื่อเสียง แต่พรชัยเพิ่งรู้ว่าตนเริ่มมีความรู้สึกเข้าสู่ความรักครั้งแรกอย่างแท้จริง
ในขณะเดียวกัน เรื่องราวในครอบครัวพรชัยเริ่มกลับมา จนกระทั่งวันหนึ่ง พ่อมาหาเขาที่ร้าน ยืนยันว่าเขาจะไปทำงานต่างประเทศอย่างถาวร ทำให้พรชัยต้องจมอยู่ในความกดดัน
“เราต้องทำให้ดีที่สุดก่อนที่พ่อจะจากไป” เขาเตือนตนเอง ในเวลานั้นนิตาได้สัมผัสกับอารมณ์แบบลึกซึ้งของเขา ได้แต่นั่งและโม้น้อยเมื่อรู้ว่าพรชัยทุกข์เพียงใด ตั้งแต่นั้นมาพวกเขาค่อย ๆ สื่อสารกันอย่างจริงใจ
หลังจากเหตุการณ์ของพ่อ ความสัมพันธ์ของพรชัยและนิตาก็ดีขึ้น มิตรภาพที่แปรเปลี่ยนเป็นความรัก ทั้งสองอยู่เคียงข้างกัน ทั้งปรึกษาและสนับสนุนซึ่งกันและกัน แต่สิ่งที่พรชัยกลับไม่เปิดเผยให้เธอฟังนั่นคือเขามีฝันที่ต้องทำให้บรรลุเพื่อช่วยเหลือครอบครัว
เมื่อเวลาผ่านไป พรชัยตัดสินใจเข้าประกวดศิลปะที่นิตาอยากเข้าร่วมด้วย แต่เมื่อเขาได้รู้ข้อมูลงานของนิตาที่เป็นพัฒนาการใหม่ของหนังสือการ์ตูน มันทำให้เขาจิตตก ฤทธิ์จากความกดดันนั้นมาทำให้ทั้งสองมีทะเลาะกันอย่างรุนแรง “ทำไมไม่บอกฉันด้วย! ทำไมไม่สนับสนุนกันเอง” พรชัยตะโกนอย่างมีความเจ็บปวด
แล้วทั้งคู่ถูกบังคับให้ห่างกัน เพื่อให้แต่ละคนได้นึกถึงตัวตนของตนเอง ทำให้เกิดคำถามในใจว่า จะมีความรักไหมถ้าขาดความเข้าใจกัน
ที่สุดแล้ว เส้นทางในการค้นหาความฝันของพรชัยได้มากกว่าที่เขาคิด แสงอาทิตย์ที่ส่องแสงสว่างในใจของเขา เริ่มเห็นถึงค่าสิ่งที่เขามีในตัว ว่าไม่จำเป็นต้องยึดติดกับคำวิจารณ์จากคนอื่น
เพียงไม่นานเขาก็ได้สร้างงานที่มีคุณค่าและส่งเข้าประกวด ทำให้เขาได้รับการยอมรับจากคนในวงการ แต่สิ่งสำคัญคือ พรชัยกลับไปรับรู้ความรักจากนิตา เขาจึงตัดสินใจที่จะไปขอโทษและให้กำลังใจเธอในที่สุด
“นิตา ฉันขอโทษ ฉันไม่เคยรู้ว่าเราต้องการให้กันและกันมากแค่ไหน” เขาขอให้เธอดูผลงาน ที่ทำเสร็จแล้ว มันมีวิธีการเล่าเรื่องอยู่ตรงกลางของภาพ
นิตาพลันส่งยิ้ม พร้อมน้ำตาคลออยู่ “ดีใจจังเลย” ขณะซาบซึ้งกับผลงานของเขา
สุดท้าย ทั้งสองได้เดินหน้าไป ในจุดยุบบรรยากาศเมืองพุดซาองค์การที่ร่มรื่นแล้วเริ่มสร้างอนาคตก้าวใหม่ให้กับความสัมพันธ์ที่มั่นคงที่เต็มไปด้วยความฝันใหม่ ๆ อารมณ์ต่าง ๆ และการส่งเสริมกันและกัน ขณะที่พรชัยและนิตาพร้อมใจที่จะเดินก้าวไปสู่อนาคตใหม่ ตลอดเส้นทางที่มีความหวังให้ใจของพวกเขาได้บรรลุถึงจุดหมายปลายไขและการเล่าเรื่องในชีวิต ตัวละครทั้งคู่ได้ฟื้นฟูทางเลือกใหม่แล้ว ทั้งยังขึ้นปีกใหม่และสร้างผลงานอันแสดงให้เห็นถึงความรัก อนาคตที่สดใสอันหมายถึงการเชื่อมต่อทางอารมณ์ที่ไม่สามารถคำนวณได้ในแง่ดีระหว่างพวกเขา