ฝันที่บรรจบ
กลางกรุงเทพฯ ในฤดูร้อนที่สดใส เสียงเครื่องยนต์ของรถประจำทางผสมกับเสียงพูดคุยของผู้คนที่เดินขวักไขว่ ฝนเช้าไม่นานมานี้ทำให้ถนนเปียกชื้น แต่ตอนนี้แสงแดดอุ่น ๆ สาดส่องเข้ามา ซูซี่ สาวน้อยวัย 17 ปี ยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ มองออกไปที่ท้องฟ้า โลกภายนอกดูสดใส แต่ในใจของเธอกลับมีความตึงเครียด ณ จุดนี้ เธอมีความฝันที่ต้องการอยู่มากมาย แต่ความรับผิดชอบต่อครอบครัวกลับกดทับไว้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!หลักสูตรการศึกษาที่ซูซี่เลือกศึกษาอยู่คือละครเวที เธอหัวใจสลายเมื่อไม่สามารถเข้าร่วมการคัดตัวละครที่จะไปเล่นที่เมลเบิร์นได้ แววตาของเธอดูเศร้าและผิดหวัง เธอกลับบ้านด้วยสมองที่เต็มไปด้วยคำถาม ทำไมเธอไม่สามารถทำตามความฝันได้ในขณะที่แม่ของเธอทำงานหนักเพื่อเลี้ยงครอบครัว
เมื่อซูซี่กลับถึงบ้าน เธอพบแม่กำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะอาหาร สายตาที่เร่งรีบแต่มีเชิงลึกนั้นถูกสบตากับซูซี่ แม่พูดขึ้นว่า “ซูซี่ วันนี้มีอะไรกับการเรียนบ้าง? ทำไมมันดูตึงเครียดระหว่างนายกับฉัน” แม่รู้ดีว่าเธอมีความฝัน แต่การดูแลลูกชายที่กำลังป่วยและการเงินที่ขาดแคลนทำให้แม่ไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกของลูกสาวได้
คืนวันนั้น ซูซี่ไม่สามารถหลับตาได้ ขณะที่เสียงน้ำดื่มในครัวทำให้เธอต้องคิดถึงอนาคต เธอคิดถึงประโยคที่เพื่อนสนิทของเธอ บ๊อบ พูดว่า “ถ้าเราไม่ทำตามความฝัน เราจะไม่รู้เลยว่าเราเป็นใคร”
เช้าวันถัดไป ขณะที่เธอเดินไปโรงเรียน เสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมชั้นทำให้เธอรู้สึกเหงาและแปลกแยก นั่งเรียนในห้องเรียนที่เงียบขรึม เสียงอาจารย์เรียกคำตอบจากเพื่อน ๆ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับว่าวันเวลาผ่านไปอย่างไม่ได้อะไร
ในช่วงพักกลางวัน ซูซี่เข้าร่วมการซ้อมละครเพื่อพัฒนาทักษะการแสดงของเธอ ในขณะนั้นชี้ให้เห็นว่าเกรซ เพื่อนร่วมชั้นซึ่งเป็นนางเอกคู่แข่งของเธอต้องการบทในละครที่จะไปให้ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เกรซก็มีความรู้สึกเป็นมิตรกับซูซี่
วันหนึ่ง ซูซี่บังเอิญเห็นเกรซพูดคุยกับชายหนุ่มน่าสนใจที่ร้านกาแฟ กว่ายี่สิบปี ซูซี่รู้สึกอยากเข้าหาแต่ต้องคอยคิดถึงแม่และภาระในบ้านทำให้เธออยู่ห่างออกไป บ่อยครั้งคำพูดของบ๊อบที่เคยบอกเธอเกี่ยวกับการตามหาความฝันและการให้ความสำคัญกับสิ่งที่เธอรักช่างเล่นกับความคิดของเธอ
จนกระทั่งคืนหนึ่งเมื่อเธอได้รับโทรศัพท์จากบ๊อบ เขาเสนอให้เธอเดินทางไปคัดตัวละครที่นั่น แต่ซูซี่มีความลังเลใจ กลัวว่าจะทิ้งครอบครัวไป หากแต่เขาแทนที่เครียดของเธอด้วยคำพูดที่เปลี่ยนชีวิต “ซูซี่ ความฝันของนายอยู่ในมือนาย อย่าให้ใครมาทำลายมัน”
ในวันที่เธอตัดสินใจจะเดินทางไปซ้อมที่เมลเบิร์น ซูซี่เริ่มรับรู้ว่าความรักที่แท้จริงคือการให้และการยอมรับตามใจของคน แต่เมื่อแม่พบว่าเธอหายไปจากบ้าน ความเครียดกลับพลิกวัฏจักรทั้งหมด ย่าของเธอที่เคยเฝ้าดูการเติบโตของทั้งสองช่วยปลอบใจแม่ว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นเพื่อเหตุผล
ท้ายที่สุด เมื่อซูซี่กลับมาจากการคัดเลือก เธอได้ยินเสียงน้ำตาของแม่ไหล หน้าตาทั้งสองบังเอิญสบตากัน นี่คือจุดที่พวกเขาเริ่มเปิดใจพูดคุยกัน ลูกสาวบอกความจริงทั้งหมด ในขณะที่แม่รู้แล้วว่าชีวิตก็มีความฝัน แม้จะต้องใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจซึ่งกันและกัน น้ำใจ และการยอมรับซึ่งกันและกันทำให้พวกเขาตอบสนองต่อความรักของครอบครัวในที่สุด ทั้งสองจะต้องช่วยกันสร้างความฝันที่ต้องการจริงๆ ต่อไป