เสียงสะท้อนจากชั้นสี่
ฝนตกพรำ ๆ ในเย็นวันเปิดเทอม ไอซ์ลากกระเป๋าเดินทางเข้ามาในซอยแคบของเมืองมหาวิทยาลัย หอพัก “พีรัชต์” ตั้งตระหง่านอยู่กลางความเปียกชื้นและเงียบสงัด ไอซ์หันไปมองแม่ที่ขับรถมาตั้งแต่ต่างจังหวัด แววตาซ่อนความกังวลและเหนื่อยล้า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แน่ใจนะว่าจะอยู่ได้” เสียงแม่ถามเบา ๆ
ไอซ์พยักหน้า แม้ในใจจะไม่แน่ใจสักนิด “แค่ปีเดียว เดี๋ยวก็หาที่ใหม่ได้”
แม่จับมือไอซ์แน่น นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มจาง ๆ “ถ้ามีอะไร…โทรหานะแม่อยู่ไม่ไกล”
ไอซ์ส่งยิ้มฝืน แม่โอบไหล่แล้วลากกระเป๋าไปส่งด้านหน้า ด้านในล็อบบี้มีเพียงแสงไฟเหลืองหม่น ๆ พนักงานหญิงวัยกลางคนก้มหน้าอ่านเอกสารโดยไม่แยแสเสียงฝีเท้า
“ชื่ออะไรคะ” น้ำเสียงแหบแห้งไร้อารมณ์
“อิทธิกรครับ…ห้อง 304 ใช่ไหมครับ” ไอซ์ยื่นบัตรนักศึกษา
หญิงคนนั้นเงยหน้ามองแวบเดียว ก่อนจะยื่นกุญแจให้ “ห้อง 304 ขึ้นบันไดซ้าย สองชั้น ห้องอยู่ริมสุด”
ไอซ์รับกุญแจแล้วเดินขึ้นบันได เสียงรองเท้ากระทบพื้นซีเมนต์ดังก้องและวังเวง ราวกับมีเสียงสะท้อนย้อนกลับมาเป็นจังหวะ ฝนยังคงตก ไอซ์หยุดชะงักเมื่อเดินผ่านชั้นสี่ ประตูปิดสนิท มีป้ายสนิมเขียนว่า “ห้ามเข้า” มือหนึ่งเหมือนเผลอเอื้อมไปแตะไม้กั้น ก่อนจะรีบชักกลับอย่างรวดเร็ว
ขึ้นมาถึงชั้นสาม ไอซ์ไขกุญแจเข้าห้อง กลิ่นอับชื้นทำให้ต้องสูดหายใจเข้าลึก ๆ ห้องเล็กแคบแต่สะอาดพอใช้ได้ ไอซ์วางของลง ก่อนจะเดินสำรวจหน้าต่างที่เห็นวิวกำแพงร้าวและต้นไม้เงารก
ฝนซาเม็ดลงเล็กน้อย เสียงแม่โทรมาถามย้ำอีกครั้งว่าโอเคไหม ไอซ์รับสายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า “ไม่เป็นไรแม่ เดี๋ยวพรุ่งนี้เข้ามหาลัยแล้ว”
กลางคืนแรกในหอพัก ผ้าม่านขาด ๆ แหวกออกเล็กน้อย ลมเย็นพัดเข้ามา ไอซ์นอนไม่หลับ พลิกตัวไปมาบนเตียงเก่า ๆ สายตาชำเลืองมองเพดานที่มีรอยน้ำซึมเป็นวงใหญ่
อยู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นบนเพดาน—ช้า ๆ เหมือนใครเดินลากเท้าบนพื้นไม้หนาหนัก ไอซ์ชะงัก ลุกขึ้นนั่งนิ่ง ๆ ในความมืด เสียงนั้นเงียบไปชั่วครู่ แล้วดังต่ออีกครั้ง ไอซ์จับโทรศัพท์แน่น หัวใจเต้นแรง
“ใคร…อยู่ข้างบนเหรอ” ไอซ์พึมพำเบา ๆ กับตัวเอง
ไม่มีคำตอบ มีแต่เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่ค่อย ๆ หายไป ไอซ์นั่งนิ่ง สายตาไม่ละจากเพดาน กระทั่งทุกอย่างกลับสู่ความเงียบ
รุ่งเช้า ไอซ์ตื่นด้วยความเมื่อยล้า เดินออกมาเจอเพื่อนข้างห้องชื่อปัน เด็กปีสองที่หน้าตาเซื่องซึม สวมเสื้อยืดลายซีด ปันชะเง้อมองไอซ์ด้วยความสงสัย
“เมื่อคืน…ได้ยินเสียงอะไรไหม” ไอซ์ถาม
ปันนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ “เสียงฝีเท้าหรอ…ไม่รู้สิ”
“บนเพดาน เหมือนมีคนเดิน”
ปันมองไอซ์อย่างลังเล “ถ้าเป็นคนเดินจริง ๆ ก็คงบนชั้นสี่ แต่…เขาปิดไว้ตั้งนานแล้ว ไม่มีใครขึ้นไปหรอก”
“แต่มีเสียงจริง ๆ นะ” ไอซ์ยืนยัน
ปันยิ้มแห้ง ๆ “เอาเป็นว่าอย่าไปสนใจดีกว่า” ก่อนจะเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว
วันต่อมา ไอซ์เริ่มปรับตัวกับชีวิตมหาวิทยาลัย แต่ทุกคืน ยังมีเสียงฝีเท้าดังขึ้นบนเพดาน—บางครั้งเหมือนมีเสียงกรีดร้องแผ่วเบาแทรกเข้ามาในความเงียบ ไอซ์ตื่นกลางดึกหลายคืน หายใจถี่ ร่างกายสั่นเทา
คืนหนึ่ง ในขณะที่ไอซ์พยายามฝืนหลับ เสียงฝีเท้าบนเพดานกลับดังชัดเจนกว่าเดิม มันไม่ใช่เสียงเดินธรรมดา แต่เป็นเสียงลากของหนัก ไอซ์กลั้นหายใจ เงี่ยหูฟัง ทุกอย่างเงียบกริบก่อนจะได้ยินเสียงกระซิบแผ่ว ๆ เหมือนเสียงเด็กผู้หญิง “ช่วยด้วย…ช่วยด้วย…”
ไอซ์ผงะ สายตาเหลือบไปเห็นเงาดำวูบผ่านหน้าต่าง กระจกสะท้อนภาพบิดเบี้ยวไม่แน่ชัด ไอซ์ลุกขึ้นค่อย ๆ เปิดม่านออกแต่ไม่เห็นอะไรนอกจากความมืด
วันรุ่งขึ้น ไอซ์ถามปันเรื่องเสียงกระซิบบนเพดาน ปันมีท่าทีอึดอัด “นาย…แน่ใจเหรอว่าไม่ได้ฝันไป”
“ฉันตื่นอยู่ ฉันได้ยินจริง ๆ”
ปันนิ่งไป ก่อนจะพูดเสียงเบา “ถ้านายฝันร้ายบ่อย ๆ ลองไปถามพี่บีดู พี่เขาอยู่ที่นี่มานาน”
ช่วงบ่าย ไอซ์ไปเจอพี่บี ผู้ดูแลหอวัยกลางคนที่พูดน้อย ใบหน้าทึมทึบ พี่บียืนเช็ดหน้าต่างอยู่มุมตึก ไม่สบตาด้วยซ้ำเมื่อไอซ์เดินเข้าไป
“ขอโทษครับ…พี่บี เคยได้ยินเสียงอะไรแปลก ๆ บนชั้นสี่ไหมครับ”
พี่บีหยุดมือ หันมามองไอซ์ครู่หนึ่ง ดวงตานิ่งเฉย “อย่าไปสนใจชั้นสี่ เรื่องเก่ามันจบไปแล้ว”
“แต่ผมได้ยินเสียง…”
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ” พี่บีพูดสั้น ๆ แล้วเดินหนี ทิ้งให้ไอซ์ยืนอึ้งอยู่คนเดียว
หลังจากนั้น ไอซ์เริ่มสังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติในแต่ละวัน เงาวูบไหวในมุมตึก เสียงประตูปิดเอง เสียงน้ำในห้องน้ำดังเองโดยไม่มีคนเข้าไป ทุกครั้งที่เกิดเสียงพวกนั้น ไอซ์รู้สึกเหมือนมีสายตาจ้องมองอยู่ตลอดเวลา
ค่ำวันหนึ่ง ขณะเดินกลับห้อง ไอซ์พบหญิงสาวหน้าตาซีดเซียว ผมยาวคลุมหน้า ยืนอยู่ปลายบันไดชั้นสี่ เธอจ้องมองลงมา ไอซ์รู้สึกขนลุก รีบเดินผ่านโดยไม่กล้าถามอะไร
คืนนั้นไอซ์ฝันร้ายว่าตัวเองเดินขึ้นไปบนชั้นสี่ ประตูไม้บานใหญ่เปิดออกเอง เงาดำเคลื่อนไหวอยู่ปลายทางเดิน เสียงเด็กหญิงร้องไห้ก้องกังวานในหัว
ตื่นเช้ามา ไอซ์รีบเช็กข่าวเก่าเกี่ยวกับหอพักนี้ พบว่าครั้งหนึ่งเมื่อสิบปีก่อน เคยเกิดเหตุการณ์เด็กหญิงหายตัวไปในหอพัก แต่ไม่มีใครพูดถึงอีกเลย เหมือนถูกลบออกจากประวัติศาสตร์
ไอซ์เริ่มหมกมุ่นกับเรื่องราวในอดีต ถามคนในหอแต่กลับถูกเมินเฉย ปันเองก็เริ่มตีตัวออกห่าง พี่บีไม่ยอมพูดอะไรเพิ่มเติม มีเพียงเสียงกระซิบและเงาวูบไหวที่ยังคงวนเวียนในแต่ละคืน
วันหนึ่ง ไอซ์เจอจดหมายเก่าในลิ้นชักห้องพัก เป็นลายมือเด็กผู้หญิง เขียนถึงแม่ว่า “หนูไม่อยากอยู่ที่นี่ มีคนตามหนู หนูได้ยินเสียงแปลก ๆ บนชั้นสี่ หนูกลัว…” ไอซ์มือสั่น อ่านจบก็รีบซ่อนจดหมายไว้
คืนนั้นเสียงฝีเท้าหนักขึ้น เสียงกระซิบกลายเป็นเสียงกรีดร้องแหลม ไอซ์ทนไม่ไหวตัดสินใจจะขึ้นไปดูชั้นสี่กับตา
ปันพยายามห้าม “นายอย่าไปเลย ที่นั่นมัน…มันอันตราย”
“ฉันต้องรู้ความจริง” ไอซ์เสียงสั่น
ปันถอนหายใจยาว “ถ้านายขึ้นไป…อย่าหันหลังกลับมาเด็ดขาด”
ไอซ์ไม่เข้าใจแต่ไม่ได้ถามต่อ ในใจเต็มไปด้วยความกลัวและความอยากรู้ปะปนกัน
หลังเที่ยงคืน ไอซ์ถือไฟฉายค่อย ๆ ไต่บันไดขึ้นไปชั้นสี่ ประตูไม้ปิดสนิท เขาลองบิดลูกบิด—มันเปิดออกได้โดยไม่มีเสียง ไอซ์เดินเข้าไปในทางเดินแคบ ๆ ผนังลอกเปื่อย มีรอยมือเปรอะเปื้อนอยู่เต็ม
เสียงฝีเท้าดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่เสียงเดียว แต่เหมือนมีหลายคนเดินวนเวียนรอบตัว เขามองซ้ายขวา เห็นเงาคนวูบไปมาในเงามืด เสียงกระซิบดังขึ้นเป็นจังหวะ ซ้อนทับกันจนฟังไม่ออก
“ใคร…อยู่ที่นี่” ไอซ์ถามเสียงสั่น
ความเงียบปกคลุม ก่อนจะมีเงาเด็กผู้หญิงปรากฏไกล ๆ ปลายทางเดิน ร่างนั้นค่อย ๆ เดินเข้ามา ไอซ์ถอยหลังอย่างลนลาน จนชนเข้ากับประตูที่ปิดเองอย่างไม่มีเสียง
“ช่วยด้วย…” เสียงเด็กหญิงดังสะท้อนก้องไปทั่ว
ไอซ์พยายามไม่หันหลังตามคำเตือนของปัน เขาเดินถอยหลัง หัวใจเต้นแรงสุดขีด ร่างเด็กหญิงร้องไห้เดินวนรอบตัว ก่อนจะจ้องหน้าเขาด้วยดวงตาว่างเปล่า ไอซ์กลั้นหายใจ น้ำตาคลอ
แต่แล้ว พื้นใต้เท้าเริ่มสั่น เสียงฝีเท้าเปลี่ยนเป็นเสียงลากของหนักอีกครั้ง ไอซ์เห็นเงาใครอีกคน—เป็นหญิงสาวที่เคยเห็นยืนปลายบันได เธอมองเขาด้วยสายตากังวล “อย่าปล่อยฉันไว้ตรงนี้” เธอพูดเสียงแผ่ว
ไอซ์รู้สึกเหมือนจะเป็นลม เขาหันไปเห็นภาพจาง ๆ ของผู้หญิงอีกคน หน้าตาเหมือนในจดหมาย เธอเอื้อมมือมาหาเขา “ช่วยฉันด้วย…”
ทันใดนั้น ห้องทั้งชั้นเริ่มสั่น เสียงประตูทุกบานเปิดปิดเองพร้อมกัน เสียงร้องไห้ เสียงกระซิบ เสียงฝีเท้าดังก้อง ไอซ์ปิดหูแน่น น้ำตาไหล เขาตะโกนออกมา “พอแล้ว! หยุดเถอะ!”
ทันใด ทุกอย่างเงียบลง เหลือเพียงเสียงหายใจของเขาเอง ร่างเด็กหญิงและหญิงสาวจางหายไปในเงามืด ทิ้งให้ไอซ์ยืนอยู่เพียงลำพัง
ประตูเปิดออกอีกครั้ง ไอซ์วิ่งกลับลงมาชั้นล่าง มือไม้สั่น หน้าซีดเผือด ปันรออยู่ตรงบันได ถามเสียงเบา “นายเห็นอะไรบ้าง”
ไอซ์พูดอะไรไม่ออก เอาแต่ส่ายหน้า ร่างกายยังคงสั่นเทา
รุ่งเช้า พี่บีเรียกไอซ์ไปพบในล็อบบี้ พี่บีนั่งนิ่ง สายตาหนักแน่น “เธอเห็นแล้วใช่มั้ย ว่าสิ่งที่อยู่บนชั้นสี่…ต้องการแค่ให้ใครสักคนฟัง”
“มันเป็นใครกันแน่” ไอซ์ถามเสียงแผ่ว
พี่บียิ้มจาง ๆ “เด็กคนนั้น…เคยอยู่ที่นี่ ไม่มีใครช่วยเธอ ไม่มีใครฟังเสียงเธอ เธอเลยอยู่เพื่อรอเสียงสะท้อนกลับมา”
ไอซ์เงียบไป นึกถึงจดหมายนั้น ความทุกข์ใจของเด็กผู้หญิงที่ถูกละเลย
“ถ้าเธออยากจะช่วย พาเธอกลับบ้าน” พี่บีพูดเสียงเรียบ “อย่าปล่อยให้เธออยู่คนเดียว”
ไอซ์รวบรวมความกล้า ขึ้นไปบนชั้นสี่อีกครั้ง คราวนี้ถือจดหมายเก่าติดมือไปด้วย เขาเดินไปที่ปลายทางเดิน วางจดหมายไว้บนพื้น แล้วพูดเสียงสั่น “ฉัน…ขอโทษที่ไม่เคยฟังเสียงเธอ…กลับบ้านเถอะ”
ทันทีที่พูดจบ ลมเย็นพัดวูบ เงาของเด็กหญิงปรากฏนั่งอ่านจดหมาย ท่าทางสงบขึ้น เสียงฝีเท้าหายไป เหลือเพียงความเงียบสงบปกคลุมชั้นสี่
ไอซ์เดินกลับลงมา เข้าไปในห้อง รู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยบางอย่างออกจากใจ แม้ยังมีความกลัวและความเศร้าตกค้างอยู่ แต่เสียงสะท้อนจากข้างบน…เงียบลงในที่สุด
หลายวันต่อมา ไอซ์ตัดสินใจย้ายออกจากหอนั้น เขาเดินผ่านล็อบบี้ พี่บียิ้มและพูดเสียงเบา “ขอบใจที่ฟังเสียงเธอ”
ไอซ์หันหลังกลับมองหอพักหลังเก่า รู้ว่าบางความจริงไม่ควรถูกปิดตาย บางเสียง…ควรได้รับการรับฟัง