เสียงสะท้อนในหอ 7
เสียงระฆังรถรางของเมืองเชียงใหม่ดังแว่วมาแต่ไกล ขณะที่อิ๋วลากกระเป๋าเดินเข้าเขตรั้วหอพักใหม่ หอ 7 อาคารทรงร่วมสมัยสูงสี่ชั้นที่เพิ่งสร้างเสร็จและเพิ่งเปิดให้เช่าในภาคการศึกษานี้ เหล็กดัดสีหม่นบนหน้าต่างแต่ละห้องบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับความปลอดภัย หรือบางทีอาจเป็นความไม่ไว้ใจของเจ้าของหอมากกว่า เธอมองซ้ายขวา รู้สึกถึงความเงียบที่ไม่ได้เป็นมิตร แม้จะมีเสียงรถผ่านถนนด้านหน้าอยู่บ้าง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ห้อง 407 ใช่มั้ยคะ?” อิ๋วถามป้าสาย เจ้าของหอที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้ พลางยื่นบัตรประชาชนส่งให้ มือสั่นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
ป้าสายรับบัตรไป ไม่พูดอะไรนอกจากพยักหน้า และเอากุญแจห้อยพวงเหรียญยื่นกลับมาให้ “อย่าเปิดห้องข้าง ๆ นะลูก ห้องนั้นล็อกไว้แล้ว”
“มีคนอยู่เหรอคะ?” อิ๋วเผลอถาม
“เปล่า ไม่มีใครอยู่” ป้าสายตอบช้า ๆ ก่อนเงียบไป ทิ้งให้อิ๋วรับกุญแจมาอย่างลังเล
ทางเดินบนชั้นสี่ยามค่ำดูยาวผิดปกติเมื่ออิ๋วลากกระเป๋าผ่านห้อง 406 ซึ่งมีป้ายแตะไว้ว่า “ห้ามเข้า” เธอหยุดดู แต่ไม่มีเสียงอะไรนอกจากลมผ่านหน้าต่างเล็ก ๆ ด้านหลังสุดทางเดิน
เมื่อเข้าห้องตัวเอง กลิ่นสีใหม่และผ้าม่านที่ถูกซักจนกลิ่นหายหมดทำให้อิ๋วรู้สึกเหมือนย้ายบ้านจริง ๆ เธอวางข้าวของและนั่งบนเตียงเหล็ก สีหน้าดูกังวล มือขยี้แขนตัวเองอย่างคนที่ไม่คุ้นกับที่ใหม่
ค่ำวันนั้น เพื่อนร่วมชั้นปีชื่อแก้มที่อยู่ห้อง 403 มาเคาะประตู อิ๋วเปิดรับอย่างลังเล แก้มตัวเล็ก ผมยาว ดวงตาฟาง ๆ แบบคนช่างสังเกต
“เธอเพิ่งย้ายมาเหรอ ห้อง 407 น่ะ” แก้มถามเสียงเบา ๆ
“ใช่ ฉันชื่ออิ๋ว” เธอตอบ แก้มมองเข้าไปในห้องแล้วก้มหน้าเล็กน้อย
“ได้ยินเสียงอะไรแปลก ๆ บ้างมั้ย” แก้มถาม หัวเราะแห้ง ๆ
“ยังเลย…ทำไมเหรอ?”
แก้มเม้มปาก ไม่ตอบ แต่อิ๋วสังเกตเห็นว่าเธอหลีกเลี่ยงการสบตา อิ๋วรู้สึกถึงความกระวนกระวายที่แขวนอยู่กลางอากาศ
คืนนั้น ขณะอิ๋วนั่งอ่านหนังสือบนเตียง เสียงบางอย่างคล้ายการลากของหนักดังมาจากห้องข้าง ๆ เธอหยุดนิ่ง ตั้งใจฟัง เสียงนั้นลากยาวเหมือนไม่มีจุดเริ่มต้นหรือปลายทาง ฟังแล้วห้องดูแคบลงกว่าเดิมอย่างน่าประหลาด
เช้าวันถัดมา อิ๋วไปเรียนเช้าแต่ไม่ได้นอนดีนัก เสียงเมื่อคืนวนเวียนในหัวจนเธอแทบไม่ได้อ่านหนังสือเข้าห้อง แก้มทักอีกครั้งระหว่างเดินลงบันได
“เมื่อคืนเธอได้ยินเสียงมั้ย?” แก้มถาม ขณะเดินช้า ๆ ท่าทางเหมือนไม่กล้าก้าวแรง ๆ
“ได้ยินนิดหน่อย…” อิ๋วตอบแบบไม่เต็มเสียง “มันคืออะไรเหรอ?”
“ไม่มีอะไรหรอก…ถ้าได้ยินก็แค่ปิดหูไว้” แก้มพูดพลางเร่งเดินจนหายไปที่ชั้นล่าง
หลังเลิกเรียน อิ๋วเดินสวนกับนัท เด็กหนุ่มห้อง 404 ที่กำลังยืนสูบบุหรี่ตรงระเบียง เขาไม่พูดจา เพียงแต่เหลือบตามองอิ๋วแล้วพยักหน้าให้นิด ๆ
“ห้องข้าง ๆ เงียบดีเนอะ” นัทพูดขึ้นโดยไม่มองหน้า “แต่กลางคืนบางทีเหมือนมันไม่ว่าง…”
อิ๋วขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไง?”
นัทขยี้บุหรี่ลงในกระถางดอกไม้พลาสติก แล้วเดินกลับห้อง ทิ้งคำพูดไว้กลางอากาศ อิ๋วได้แต่ยืนนิ่ง ความรู้สึกเย็นเฉียบเริ่มไหลผ่านหลังคอ
คืนนั้น เสียงลากกลับมาอีก แต่คราวนี้มีเสียงเหมือนฝีเท้าช้า ๆ สลับอยู่ด้วย อิ๋วแนบหูที่ผนัง พยายามฟังให้แน่ใจ เสียงดังเหมือนมีใครเดินวนอยู่ในห้อง 406 ทั้งที่มันควรจะว่างเปล่า
เช้าวันต่อมา อิ๋วตัดสินใจถามป้าสายขณะแจ้งซ่อมหลอดไฟ “ป้าคะ ห้องข้าง ๆ มีใครเข้าไปบ้างมั้ย?”
ป้าสายเงียบไปครู่หนึ่ง “ห้ามยุ่งกับห้องนั้น เขาล็อกไว้แล้ว”
“แต่เมื่อคืนมีเสียง…” อิ๋วเว้นวรรค
“ถ้ากลัวก็ห้อยพระไว้ลูก” ป้าสายพูดเสียงเรียบ ก่อนเดินออกไป ปล่อยให้อิ๋วรู้สึกทั้งอายและงงกับคำตอบที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย
เย็นวันนั้น อิ๋วไปร้านสะดวกซื้อกับแก้ม ระหว่างทางกลับ แก้มเล่าเบา ๆ ว่า มีคนเคยอยู่ห้อง 406 เมื่อปีก่อน แต่หลังจากนั้นก็ว่างเปล่า “เค้าว่ากันว่า…ตอนที่เขาหายไป ไม่มีใครรู้เลยว่าเขาออกไปตอนไหน”
“หายไปยังไง?” อิ๋วถาม
“ตื่นเช้ามา ห้องก็ล็อกจากด้านใน แต่ไม่มีใครอยู่ ทุกอย่างเหมือนเดิม ยกเว้นคน” แก้มพูดเสียงเบาทั้งที่ฝนเริ่มตก
คืนนั้น เสียงในห้องข้าง ๆ ยังดัง อิ๋วเริ่มจดเวลา และพบว่าเสียงมักจะเริ่มช่วงเที่ยงคืนเป๊ะ ๆ แต่ไม่มีใครกล้าไปดู เธอเริ่มนอนไม่หลับ กลายเป็นคนหวาดระแวง
วันต่อมา อิ๋วชวนแก้มและนัทมานั่งคุยในห้องของตัวเอง เธอพยายามหาเหตุผล “นายว่าเสียงนั่นมันคืออะไร?”
นัทถอนหายใจ “ถ้าอยากรู้นัก ก็ลองไปเฝ้าดูดูไหมล่ะ?”
อิ๋วเหลือบมองแก้มที่ก้มหน้าเงียบ ๆ ก่อนตอบ “ฉัน…ไม่กล้า”
บรรยากาศเต็มไปด้วยความลังเล นัทหัวเราะหยันเล็ก ๆ “บางทีคนเราก็กลัวอะไรที่ไม่ควรกลัวนะ”
สองสามคืนถัดมา อิ๋วเริ่มฝันถึงเสียงนั้น ทั้ง ๆ ที่เธอแน่ใจว่าตื่นอยู่ เธอได้ยินเสียงกระซิบที่ไม่สามารถจับใจความชัดเจน เหมือนมีใครพูดจากอีกฟากของผนัง
หนึ่งในคืนเหล่านั้น มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นตอนตีสอง อิ๋วตื่นขึ้น นั่งนิ่งอยู่บนเตียง ใจเต้นแรง เธอเดินไปแง้มประตู ไม่มีใครอยู่ ข้างนอกทางเดินเงียบสนิท มีเพียงไฟหลอดนีออนที่กะพริบเป็นจังหวะ
วันถัดมา แก้มหายไปจากห้อง 403 ไม่ไปเรียน ไม่มีใครเห็น เธอทิ้งโทรศัพท์ไว้ในห้อง อิ๋วเริ่มวิตก เธอถามป้าสาย แต่ป้าสายกลับพูดแค่ “คงกลับบ้านไปแล้วมั้งลูก”
อิ๋วเดินหาแก้มทั่วหอพัก เธอเคาะประตูห้อง 406 แรง ๆ ไม่มีเสียงตอบกลับ เธอรู้สึกถึงแรงดึงดูดแปลกประหลาดจากในห้องนั้น
ค่ำวันเดียวกัน นัทเคาะประตูห้องอิ๋ว “เราเจอกระเป๋าแก้มอยู่หน้า 406” เขาบอกด้วยน้ำเสียงแปลก ๆ “เธอกล้าลองเปิดดูมั้ย?”
อิ๋วนิ่งไป มือเย็นเฉียบ “ไม่…กลัว”
นัทมองหน้าอิ๋ว “บางทีเราอาจจะต้องไปดูจริง ๆ แล้วมั้ง”
คืนถัดมา อิ๋วกับนัทตัดสินใจเฝ้าหน้าห้อง 406 ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันนาน ต่างคนต่างฟังเสียงในความเงียบที่หนักอึ้ง กระทั่งเที่ยงคืน เสียงลากของและเสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างชัดเจน
นัทกำกุญแจสำรองในมือ “ถ้าเกิดอะไรขึ้น เธอวิ่งไปขอความช่วยเหลือเลยนะ”
อิ๋วสั่นศีรษะ “ฉันไม่ทิ้งใครแล้ว”
เขาเปิดประตูห้อง 406 อย่างช้า ๆ ภายในห้องว่างเปล่า เฟอร์นิเจอร์เรียงเหมือนเดิม แต่ฝุ่นขึ้นหนา มีรอยลากจาง ๆ บนพื้นไม้ เหมือนถูกลากซ้ำ ๆ ตรงปลายห้องมีหน้าต่างบานหนึ่งเปิดอ้าออก ลมพัดม่านปลิว
ทันใดนั้น เสียงกระซิบแปลกหูดังขึ้น ทั้งคู่หันขวับไปมองที่มุมห้อง มุมที่มืดที่สุด มีเงาคนเลือนรางปรากฏขึ้น เงานั้นขยับช้า ๆ ไม่เห็นหน้า ไม่เห็นรูปร่างชัดเจน มีเพียงแววตาเหมือนสะท้อนแสงไฟนีออนนอกห้อง
อิ๋วขยับถอยหลัง นัทตะโกน “ใครน่ะ!” ไม่มีเสียงตอบ มีแต่เสียงกระซิบที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ
อิ๋วเหมือนถูกสะกด เธอก้าวเข้าไปใกล้มุมห้อง ทีละก้าว ทีละก้าว เสียงกระซิบชัดขึ้น “อย่า…อย่า…” คำพูดนั้นไม่ชัดเจนแต่ฟังดูสิ้นหวังสุดขีด
ในขณะเดียวกัน นัทดึงแขนอิ๋วกลับมา “ออกไปเถอะ!” แต่เงานั้นเริ่มเคลื่อนตัวเร็วขึ้น เสียงฝีเท้าดังรัวอย่างผิดธรรมชาติ
ทั้งคู่หนีออกจากห้อง 406 ปิดประตูเสียงดัง อิ๋วทรุดตัวลงร้องไห้ เธอรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่เกาะติดตามผิวหนัง นัทนั่งลงข้าง ๆ ไม่พูดอะไร
คืนต่อมา อิ๋วนอนไม่หลับ เธอฝันถึงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งร้องไห้อยู่ในห้องมืด เด็กคนนั้นพูดซ้ำ ๆ ว่า “อย่าทิ้งฉัน” อิ๋วสะดุ้งตื่น เหงื่อท่วมตัว
วันถัดมา อิ๋วค้นหาข้อมูลของหอพักนี้จากเว็บไซต์เก่า ๆ พบว่าเมื่อสองปีก่อน มีข่าวคนหายตัวไปในหอนี้อย่างไร้ร่องรอย สามคนในปีเดียวกัน ทุกคนอยู่ชั้นสี่ ห้องติดกัน
อิ๋วนำเรื่องนี้ไปเล่าให้นัทฟัง ทั้งสองคุยกันเงียบ ๆ ท่ามกลางห้องที่เงียบงัน “เรากำลังจะเป็นรายต่อไปใช่มั้ย?” นัทถามเสียงขาดความหวัง
อิ๋วส่ายหัว “เราไม่เหมือนกัน…เราจะหาทางออก”
คืนนั้น เสียงในห้อง 406 ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มีเสียงร้องไห้แผ่ว ๆ ปะปนมา อิ๋วลุกขึ้นเดินไปแนบหูที่ผนัง เสียงนั้นพูดซ้ำ ๆ ว่า “อย่าทิ้งฉัน” “ช่วยฉันด้วย” เธอร้องไห้ออกมาโดยไม่รู้ตัว
รุ่งเช้า อิ๋วไปหาเจ้าของหออีกครั้ง “ป้าสายคะ ห้อง 406 มีอะไรซ่อนอยู่กันแน่?”
ป้าสายถอนหายใจยาว “ลูก…ป้าแค่ไม่อยากให้ใครเข้าไปยุ่งกับอดีต พอแล้ว อย่าไปสนใจเลย”
“แต่มีคนหายไปจริง ๆ ใช่มั้ย?” อิ๋วถามเสียงสั่น
ป้าสายเงียบ ไม่ตอบ
วันต่อมา อิ๋วนั่งมองทางเดินหน้าห้อง 406 ยาวนาน รอคอยอะไรบางอย่าง เธอเริ่มเขียนจดหมายถึงแม่ของตัวเอง “หนูไม่อยากถูกทิ้งไว้คนเดียวอีกแล้ว” เธอเขียนซ้ำ ๆ แต่ไม่กล้าส่ง
กลางดึกวันนั้น เสียงในห้อง 406 ดังขึ้นอีก คราวนี้ประตูห้องเปิดออกเองช้า ๆ มีลมเย็นพัดออกมา อิ๋วเดินเข้าห้องไปด้วยหัวใจเต้นรัว
ในห้อง เงาดำปรากฏขึ้นกลางห้อง มันค่อย ๆ ขยายตัว เผยให้เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในชุดนักเรียนยืนร้องไห้ ดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้าและความกลัว
“อย่าทิ้งฉัน…” เด็กคนนั้นพูดเสียงแผ่ว อิ๋วเดินเข้าไปใกล้ เธอรู้สึกสะท้อนกับเสียงนี้เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
“เธอเป็นใคร?” อิ๋วถาม น้ำตาไหล
เด็กผู้หญิงหลบตา “ฉันรอใครซักคน…แต่ไม่มีใครกลับมา” เสียงนั้นเหมือนสะท้อนทุกความกลัวในใจอิ๋ว
ในขณะเดียวกัน นัทวิ่งตามเข้ามา เขาตกตะลึงกับภาพตรงหน้า เสียงฝีเท้าก้องอย่างไร้ที่มา
เสียงกระซิบในห้อง 406 ดังขึ้นรอบทิศ “อย่าทิ้งฉัน อย่าทิ้งฉัน…” เงาดำหลอมรวมกับเด็กผู้หญิงคนนั้นกลายเป็นเงาใหญ่ปกคลุมห้อง อิ๋วทรุดตัวลงร้องไห้ เธอพูดซ้ำ ๆ ว่า “ขอโทษ ขอโทษ…”
เงานั้นค่อย ๆ จางลงเหลือเพียงเสียงสะท้อนในห้องว่าง และความเย็นเยียบที่ไม่เคยจางหาย
รุ่งเช้า ห้อง 406 ยังล็อกเหมือนเดิม อิ๋วกับนัทนั่งอยู่หน้าห้อง ไม่มีใครพูดอะไร ต่างคนต่างเผชิญหน้ากับอดีตและความกลัวของตัวเอง
วันต่อมา แก้มกลับมาอย่างปกติ เธอจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น บอกเพียงว่า “ฝันถึงใครซักคนที่ร้องไห้อยู่ในห้องมืด”
อิ๋วไม่ถามอะไรอีก เธอมองห้อง 406 อย่างเงียบ ๆ รู้ว่าบางสิ่งในนั้นจะยังคงอยู่ เธอเริ่มเขียนจดหมายถึงแม่อีกครั้ง คราวนี้เธอกล้าส่ง
เสียงในหอ 7 เงียบลงไป แต่ในคืนที่ลมแรง เสียงกระซิบ “อย่าทิ้งฉัน” ยังแว่วมาอย่างเบาบาง ไม่จางหายไปเลย