จบไม่พร้อมเสมอไป
ในยามเช้าที่มีแสงแดดสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างของบ้านไม้สองชั้น โอมยืนอยู่หน้ากระจก ส่องดูภาพสะท้อนของตน เขารู้สึกเบื่อหน่ายกับความรู้สึกความรักที่ลึกซึ้งต่อมายา เพื่อนสาวที่เขาแอบรักมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่กล้าบอก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!มายานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร กำลังช่วยแม่ทำขนมปังซึ่งมีกลิ่นหวานอบอวลอยู่ในอากาศ มันทำให้โอมรู้สึกอบอุ่น ทว่าในขณะนั้น เขาได้รับสายโทรศัพท์จากพ่อผู้ต้องการให้เขากลับบ้านเร็วที่สุดเพื่อจัดการธุรกิจที่ล้มเหลว พ่อต้องการให้เขามาทำหน้าที่แทนที่พ่อ ผู้ซึ่งป่วยหนัก
เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเหมือนก้องในหัวใจเขา ความห่วงใยทำให้โอมรู้สึกเหมือนมีน้ำหนักทับอยู่บนอก ฝ่ามือของเขาชื้นเหงื่อขณะตอบรับสาย เขาพยายามซ่อนความรู้สึกผิดที่ไม่ได้อยู่กับครอบครัวในตอนที่ต้องการเขา
“โอม มาที่บ้านเลยนะ ลูกต้องช่วยพ่อ” เสียงพ่อที่เครียด แทบจะทำให้โอมอึดอัด เขาเงยหน้ามองมายา เธอนั่งทำขนมอยู่และไม่ได้สังเกตความรู้สึกของเขาเลย
อยู่ที่บ้าน บรรยากาศกดดัน โอมคิดไม่ตกระหว่างหน้าที่กับความรัก เขาอยากให้มายาเข้าใจ แต่คำพูดที่ฉุกละหุกทำให้ทุกอย่างที่เขาตั้งใจจะพูด พังทลาย เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของเขาและมายา ทุกครั้งที่เขาอยู่ที่บ้าน เขารู้สึกเหมือนไม่แยกแยะได้ว่าเขาต้องการอะไร ภาระทางบ้านที่ทำให้เขากดดัน ทุกคำพูดที่พ่อเรียกร้องให้เขาทำในสิ่งที่เขาไม่ได้อยากทำได้แต่โค้งหน้า รู้สึกเหมือนการถูกควบคุม
ครั้งแรกที่โอมตัดสินใจเปิดใจให้มายาฟังก็ในตอนที่พวกเขานั่งอยู่ในสวนสาธารณะซึ่งมีดอกไม้บานสะพรั่ง เสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่เล่นอยู่ในอากาศ ทำให้เขาผ่อนคลาย “มายา ฉัน…” เขาอ้าปากเปล่าหาแรงใจแต่กลับสูดลมหายใจลำบาก “ฉันอยากให้เธอรู้ว่าฉันรู้สึกยังไง” แต่ก็ยังไม่พบเสียงของตัวเอง
มายาหันมามองเขา เธอรู้สึกถึงการอึดอัด เขาเองก็รู้ด้วยว่าเธอสังเกตเห็น เขาจึงจำเป็นต้องใช้คำพูดของหัวใจในการบอกเธอว่าเขาคิดและรู้สึกยังไง แต่โชคชะตากลับนำความยุ่งเหยิงในครอบครัวมาขวางทาง
“ฉันเข้าใจนะโอม” มายากล่าว และเธอรู้สึกเหมือนโลกใบนี้หมุนเร็วไปทุกครั้งที่พูดออกไป แต่ก็ยังไม่สำนึกว่าเธอเองจะต้องทำอย่างไรกับความรู้สึกนี้ “แต่เธอคงจะต้องเลือก”
เวลาเรียกให้โอมกลับไปยังวัสดุและครอบครัวที่รอคอย สิ่งที่เขาตัดสินใจแล้วก็เหมือนไม่มีค่าในเวลานี้ เขาเริ่มรู้สึกว่าทุกสิ่งที่เขาทำมันผิด มิดมืดไปหมด ความทุกข์เลยกัดกินทุกอย่างจนเขาแทบจะมองไม่เห็นหนทาง
โอมต้องเผชิญกับความไม่เข้าใจในครอบครัวและตามหาเสียงของตัวเอง พ่อยังคาดหวัง แต่แม่กลับเอาใจใส่เขาแบบแปลกๆ ยังรู้สึกถึงความวุ่นวายภายในใจ ในที่สุดโอมก็ตัดสินใจเข้าหามายาอีกครั้ง เขาอยากให้เธอยืนเคียงข้าง
“ฉันต้องการความรักจากเธอ” เขาตอบหลังจากที่พวกเขาทั้งสองตัดสินใจเปิดใจกับความรู้สึก จริงๆ แล้วคือการแสวงหาความรักจากกันในช่วงเวลาแห่งความขัดแย้งที่ลึกซึ้งที่สุด
เมื่อเวลาเดินต่อไปเรื่อยๆ ทั้งคู่พยายามจัดสมดุลทั้งความรักและครอบครัว แม้ว่าจะเจออุปสรรคมากมาย ทุกสิ่งเริ่มกระจ่างในใจว่าความรักไม่เคยเป็นเพียงแค่การตัดสินใจ แต่เป็นการทำความเข้าใจ แชร์ความรู้สึกและให้ความสำคัญต่อกัน
สุดท้าย ความรักของพวกเขาได้พิสูจน์แล้วว่าความสามัคคีกับการเปิดใจไม่ว่าจะยากเย็นเพียงใด ก็สร้างความแข็งแกร่งให้กับครอบครัวและสัมพันธ์ของทั้งสอง
“เราจะไม่จบกันหมดในวันนี้” โอมพูดด้วยความมั่นใจในอนาคตของเขาทั้งคู่ ทุกอย่างเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แม้ว่าผลลัพธ์จะยังไม่ชัดเจน แต่เขารู้ว่าความรักกับครอบครัวจะมีค่าตลอดไป