ดอกไม้แห่งนิรันดร์
แสงจันทร์ลอดผ่านใบไม้แน่นทึบ สาดบางส่วนลงถนนโคลนกลางหมู่บ้านรานา เมืองกลางป่าซึ่งไม่เคยมีใครเดินทางมาเกินแรมคืน อัญชัน วิ่งพล่านตามเสียงออดแอ๊กจากซอกเล็กหน้าบ้านไม้เก่า เธอเพิ่งอายุสิบห้า ขี้สงสัย ใจกล้า หัวใจมักวิ่งไปข้างหน้า ส่วนร่างกายตามมาไม่ทัน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เอื้อย! เจอแล้ว!” เสียงเด็กหญิงเรียกพี่สาวที่ยืนรอกลางคืนนิ่งท่ามกลางกลิ่นดอกไม้ชื้นฝุ่น
เอื้อยหลบตามหลังต้นไม้ เสียงเบา “เร็วเข้ากลับบ้าน มันดึก ลุงพรานเตือนวันนี้พระจันทร์แปลก คนในหมู่บ้านเกิดหายตัวอีกแล้ว”
อัญชันกัดริมฝีปาก ถอนสายตาจากดอกไม้ที่มีแสงเรืองจาง ๆ ซ่อนตัวในพุ่ม เธอหยิบมาใส่ถุงผ้า
“ดอกไม้นี่… พี่เคยเห็นมันไหม มีกลิ่นเหมือนเลือด เหมือนความเศร้า”
เอื้อยมองน้อง แววตาลังเล “อย่ายุ่ง จะมีแต่ปัญหา พรุ่งนี้ไปโรงเรียนแต่เช้า อย่าคิดแวะในป่าอีก”
อัญชันใจสั่น แต่ไม่พูด เธอแอบซ่อนดอกไม้นั้นกลับบ้านไปในความมืด โดยไม่รู้ว่าเงาร่างสูง ๆ ของผู้ชายคนหนึ่งเฝ้ามองอยู่จากใต้เงาไม้ไกล ๆ
รุ่งเช้า อัญชันค้นตำราปู่ทวด เล่มเก่าปกขาด เธอเปิดหาหน้าที่ยังอ่านไม่ทัน บันทึกขยุกขยิกว่ากลิ่นเลือดจากดอกไม้นั้นเป็นเครื่องหมายของ ‘ทูตสื่อมรณะ’
เสียงสายลมผะแผ่วผ่านหน้าต่าง แม่อัญชันเดินเข้ามายื่นชามข้าว
“วันนี้ทำไมดูครุ่นคิด ดอกไม้นั่น อย่าเอาเข้าบ้านนะลูก ปู่เล่าไว้ว่า…” แม่ถอนหายใจ ทิ้งหางเสียง เห็นได้ว่ามีความเงียบที่หมักหมมอยู่ข้างใน
“หนูอยากรู้ว่าจริงไหม…จะมีใครหายไปอีกไหม หรือมันช่วยรักษาคนได้จริง ๆ” อัญชันกล่าวเสียงเบา
แม่กุมมือเธอ “มีบางอย่างที่ควรปล่อยอยู่เฉย ๆ…”
ระหว่างทางไปโรงเรียน อัญชันได้พบ เบญจ หนุ่มตาบอดอายุสิบแปด เขามีแววตายิ้มเศร้า เดินถือไม้เท้าจับจังหวะฟังเสียงราวกับอ่านโลกทั้งใบผ่านการฟัง
“หนูอัญชัน เป็นอะไร กลิ่นเสื้อผ้าเหมือนซ่อนของจากป่า” เขาทักก่อนที่เธอจะพูดอะไร
“พี่เบญจ… รู้ด้วยเหรอ ข้าซ่อนดอกไม้แปลก ๆ”
เบญจยิ้ม “ทุกคนซ่อนอะไรบางอย่าง — แต่เจ้าซ่อนเสียงหัวใจตัวเองไม่เก่ง”
สองคนเดินมุดท่ามกลางต้นไม้ พูดคุยเรื่องฝัน แรงอยากรู้อยากเห็นของอัญชันกับประสบการณ์โลกมืดของเบญจ เมื่อถึงโรงเรียน เด็ก ๆ เล่านิทานหลอกผีกัน แต่ไม่มีใครรู้เรื่องดอกไม้ต้องสาป
หลังเลิกเรียน อัญชันกลับบ้าน เห็นพ่อแม่ทะเลาะกันเรื่องเงินและเรื่องที่เอื้อยแอบหนีไปพบเด็กชายแปลกหน้าในป่า เธอจึงขออนุญาตออกไปเดินสงบใจที่ริมลำธาร กับ เบญจ
ริมธาร เสียงจิ้งหรีดดังวังเวง เบญจนั่งฟังเสียงน้ำ อัญชันวางดอกไม้บนหิน เหม่อมอง “ถ้าดอกไม้นี้ช่วยชีวิตคนได้จริง จะยอม…แลกอะไรบ้างไหมนะ”
เบญจหัวเราะเศร้า “บางที สิ่งที่รักษา ใจคน อาจคือความหวัง แต่ถ้าความหวังกลายเป็นคำสาป—เจ้าอยากรับไหม”
ทั้งสองเงียบ อัญชันเอื้อมมือสัมผัสใบแขนเขา เบญจสะดุ้งเล็กน้อย
คืนวันนั้น อัญชันแอบเดินออกจากบ้าน ดอกไม้ในมือเริ่มเปล่งแสงจาง ๆ เธอตามเสียงกระซิบในหัวใจ เดินเข้าสู่กลางป่า เจอร่องรอยเท้าใหญ่ของมนุษย์ รอยเปื้อนอะไรคล้ำ ๆ บนดิน เธอหวาดกลัว หัวใจเต้นแรงแต่ขาไม่หยุดเดิน
เสียงขับร้องเบา ๆ ดังขึ้นจากเบญจที่เดินตามมา พวกเขาพบศาลปริศนาที่ชาวบ้านลืมเลือน มีรูปแกะสลักไม้รูปร่างดอกไม้คล้ายกับที่อัญชันถืออยู่
“มีใครบางคนต้องการให้ลืมอดีต” เบญจกระซิบ เหมือนคำพูดของเขาปกคลุมความกลัวด้วยเสียงขลังบางอย่าง
ฉับพลัน ผู้อาวุโสจากหมู่บ้านโผล่มาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ออกไป ถึงเวลานอน มันไม่ปลอดภัย—ดอกไม้นั่น…อย่าแตะต้อง!”
เบญจพาอัญชันออกมา เธอไม่พูดอะไรระหว่างขากลับ สีหน้าพูดแทนทั้งความขัดแย้งและสับสน
เช้าวันถัดมา มีข่าวว่าเอื้อยหายไปในป่า แม่ร้องไห้ พ่อโทษตัวเอง
อัญชันขอความช่วยเหลือจากเบญจ “ช่วยฉันหาพี่ได้ไหม”
เขาเดินจับมืออัญชันแน่น “เราต้องกลับไปที่ศาลนั้น…หาความจริงซึ่งอาจเจ็บปวดยิ่งกว่าความกลัว”
ทั้งสองสะพายข้าวของเดินลึกเข้าไปในป่า ระหว่างทางเถียงกันเรื่องอดีต อัญชันกลัวว่าตนมีส่วนทำให้พี่สาวหาย เบญจเผยความลับว่า เขาตาบอดหลังแม่ถูกฆ่าในป่าเพราะไปเด็ดดอกไม้นี้เช่นกัน เขาโทษตัวเองมาตลอด
เสียงโหยหวนล่องลอยในป่าลึก ทั้งสองจับมือลอบเข้าไป ศาลนั้นเปลี่ยนรูปร่าง กลายเป็นดอกไม้ขนาดยักษ์เรืองแสงเล่นกับสายหมอก
เอื้อยปรากฏกาย ทุกข์ทรมานอยู่ในเครือเถาดอกไม้นั้น อัญชันร้องไห้ปรี่เข้าใกล้
เสียงลึกลับดังขึ้น “ใครแลกหัวใจต่อหนึ่งชีวิต ต้องยอมเสียความทรงจำสำคัญที่สุด”
อัญชันลังเล เสียงหัวใจดังก้อง เธอยอมมอบความทรงจำเกี่ยวกับแม่เพื่อช่วยเอื้อย คุณค่าของความรักถูกทดสอบในวินาทีนั้น
แสงวาบจางลง เอื้อยกลับมาในอ้อมกอด ขณะอัญชันน้ำตาไหลเพราะความทรงจำแม่จางหายเหลือแต่ความรู้สึกอุ่นราง ๆ
เบญจพาเธอออกจากป่า พร้อมตัดสินใจเริ่มต้นใหม่ เปลี่ยนความเศร้าของอดีตเป็นพลังฟื้นฟูผู้อื่น ทั้งคู่นั่งริมลำธารด้วยกัน อัญชันพูดเสียงเบา “ฉันกลัวที่จะลืม แต่การลืมก็คือการปลดปล่อย”
เบญจจับมือเธอ “เราต่างสูญเสียทั้งคู่ ถึงเวลาเดินหน้าต่อ อย่าให้อดีตขังเราไว้”
แสงเช้าสาดผ่านต้นไม้ ภารกิจสิ้นสุดลง แต่อัญชันและเบญจเต็มไปด้วยบาดแผลใหม่ที่ทำให้พวกเขาเติบโต ต่างเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม แต่พร้อมจะดูแลกันและกันในโลกใบเดิมที่บิดเบี้ยวมากขึ้น
เสียงหัวใจเต้นเบา ๆ กับเสียงดอกไม้ในสายลม ต้อนรับวันใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม และความรักระหว่างสองหัวใจที่เริ่มงอกเงยท่ามกลางรอยแผลจากอดีต