ทริปที่ไม่ธรรมดา
ใต้แสงแดดอ่อน ๆ จันทรานั่งอยู่บนเรือเล็กที่เคลื่อนตัวไปทางทิศใต้ของเกาะ เพื่อนร่วมทีมออกทริปนี้เป็นเพื่อนของเธอและลูกพี่ลูกน้องที่เคยสนิทกันในวัยเด็ก ขณะนี้เธอตั้งใจจะไปที่เกาะลับที่มารดาของเธอเคยบอกว่าเป็นที่ที่คนจะได้รับเจตจำนงค์ของชีวิต.
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เมื่อเรามาถึงเกาะนี้ เราจะทำสิ่งที่แม่บอกนะ” จันทราพูดเสียงดังฟังชัดกับเพื่อน ๆ เธอมองเห็นรอยยิ้มสนุกสนานบนใบหน้าเพื่อนสาว
หลังจากเรือหยุดจอดที่ชายถนนโค้งมนของเกาะเสียงคลื่นกระทบฝั่งเหมือนเพลงประกอบภาพยนตร์ดราม่า ข้าวของทุกอย่างถูกแบกขึ้นฝั่งอย่างระมัดระวัง กลิ่นเต่าทะเลและความเค็มของอากาศกระตุ้นให้หัวใจของเธอเต้นแรง
ภายในดงไม้บนเกาะ เสียงนกร้องดังเบา ๆ เมื่อจันทราและเพื่อน ๆ เดินผ่าน ไปจนถึงสิ่งก่อสร้างโบราณที่ซ่อนอยู่ในป่า ใจก็เต้นแรงเมื่อรู้ว่าเป็นที่ที่มารดาเคยเล่าว่าเป็นบ้านของปู่ย่าของเธอ
“เฮ้! จันทรา มาช่วยกันค้นของนั้นเร็ว” ลูกพี่ลูกน้องตะโกนเรียกเธอให้ช่วยขุดค้นหาสิ่งของในบ้านโบราณ
แสงสว่างสีทองส่องผ่านต้นไม้ทำให้ภาพนี้ชวนฝัน ฉากนี้ทำให้จันทรารู้สึกตื่นเต้นแต่ก็วิตกกังวลในเวลาเดียวกัน
เวลาผ่านไป ทุกคนต่างค้นหาถุงผ้าบรรจุของโบราณที่อาจซ่อนอยู่ในบ้าน จนกระทั่งท่ามกลางการค้นหา จันทรากลับพบกล่องไม้ขนาดเล็กที่ลอยอยู่ท่ามกลางฝุ่น.
เธอเปิดกล่องดูและพบศิลปะหินอ่อนขนาดเล็กรูปหัวใจ และบางอย่างที่เหมือนจดหมายเก่าๆ ถูกบีบให้อยู่ในกล่อง.
“นี่มันอะไรกัน?” เธอพูดเสียงดัง แต่ไม่มีใครตอบ เงียบสนิท ตัวอักษรในจดหมายทำให้เธอรู้สึกมีน้ำตาอยู่รอบดวงตา มันอัดแน่นด้วยความรักที่ทุกคนต้องการส่งต่อ…
การเดินทางในครั้งนี้ทำให้จันทราเข้าใจว่าครอบครัวไม่ได้แค่โลดแล่นในช่วงเวลาแห่งความสุข แต่มันยังต้องมีทั้งข้ามผ่านอุปสรรค ทุกคนมีเรื่องราวที่ต้องเดินทางเพื่อไขรหัสชีวิตที่ซ่อนอยู่
ในที่สุด เธอได้พบกับการเก็บเกี่ยวความรัก และความทรงจำที่ถูกผลักดันด้วยคำสัญญาที่ที่เกาะแห่งนี้จะเป็นที่ให้การเยียวยาจิตใจของเธอได้.
การเดินทางกลับในบ่ายนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์อัดแน่น เหมือนการกลับจากบทเรียนแห่งชีวิต สิ่งที่เธอพบคือครอบครัวที่เข้าใจความหมายของการเดินทางด้วยกันและเติบโตไปด้วยกันในวันข้างหน้า.
จันทราเหลือบมองเพื่อน ๆ ของเธอ ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขจากการค้นพบมากมายที่ได้สัมผัสไปด้วยกัน.