ศรัทธาในคืนฝน
ในคืนฝนพรำ บ้านหลังเล็กในชนบทกลายเป็นที่ต้องหลบซ่อนของสมาชิกครอบครัวพวกเขาที่ต้องหาทางเอาตัวรอดจากฆาตกรที่ตามล่า ภายนอก ฝนตกชุ่มฉ่ำ เสียงพายุคำรามในระยะไกลและแสงฟ้าผ่าที่กระทบไปทั่ว ขณะที่น้องชายของเขา คิท ยืนอยู่หน้าต่างมองออกไปด้วยความวิตกกังวล สังเกตเห็นแสงไฟของรถที่เข้ามาช้านี้ มือของคิทสั่น มันคือชีวิตหรือความตายที่แท้จริง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ฝนตกหนักขนาดนี้เราไม่ควรออกไปนะพี่เซน” คิทพูดเสียงสั่น น้ำตาลูกชายที่ก่อตัวขึ้นในดวงตากลมโต ที่สะท้อนความหวั่นกลัว
เซน พี่ชายวัยสิบแปดปี มองน้องด้วยความรักและความเป็นห่วง เขาพยักหน้าและพยายามแสดงให้คิทเห็นถึงความมั่นใจ “ไม่มีอะไรจะเกิดขึ้นหรอก แต่เราต้องอยู่ที่นี่จนกว่าพ่อกลับมา” เพียงกล่าวเพียงแค่จะทำให้บรรยากาศในบ้านดูอบอุ่นขึ้นกว่าเดิม
แต่ในใจของเซน กลับมีความกังวลเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เขาเคยได้ยินเสียงกระซิบบางอย่างในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเกี่ยวกับกลุ่มคนที่เหี้ยมโหด โดยเฉพาะการหายตัวไปของผู้คนในหมู่บ้านนี้ การที่พ่อไม่กลับบ้าน ลูกซึ่งเคยเป็นที่รักใคร่กลับกลายเป็นความกดดัน
“พ่อจะต้องกลับมา” คิทพูดอีกครั้ง ส่งเสียงที่ฟังดูอ่อนแอ
เสียงแกรกแกรกดังขึ้นจากข้างนอก สองพี่น้องเบิกตากว้าง มองไปทางประตู ฝนเริ่มหนักขึ้น เสียงของงานเลี้ยงกลุ่มเล็กๆ ที่เดียวกันที่อยู่เฉพาะจุดกำลังเริ่มต้นขึ้น
“ใส่รองเท้าก่อน พี่จะพาไปดู” เซนสั่งน้องชาย สัญญาณในใจบอกเขาว่าการพยายามจะทำให้พวกเขารอดพ้นจากสิ่งนี้ได้
พวกเขาออกจากบ้านและวิ่งไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล หายใจเข้าลึก ๆ เพื่อให้รับรู้ถึงความหวัง แม้ว่าแสงจากข้างหน้าอาจจะไม่เป็นมิตร แต่ในใจของเซนครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
ที่นี่พวกเขาพบกับกลุ่มชายกลุ่มหนึ่งซึ่งมีเสียงหัวเราะที่กวนใจและรบกวนความสงบสุขในค่ำคืน ขณะเดียวกัน เซนต้องลดน้ำเสียงแล้วซ่อนน้องชายไว้ “พี่จะกลับมา เราจะกลับบ้านเร็วๆ นี้” เขาพูดเสียงเบา มองไปที่คิทที่เริ่มตื่นกลัว
กลุ่มชายที่เข้ามาประกาศว่า “มาหมุนเวียนกัน” แต่เซนรู้ว่าพวกเขาหมายถึงคนในหมู่บ้าน คนที่ถูกค้นหา คนที่กลุ่มชายกลุ่มนี้ได้มาหา พวกเขากลายเป็นเหยื่อของความรุนแรง และเซนตระหนักว่าความรอดที่แท้จริงอาจไม่มี
บอล กลุ่มหัวหน้าเดินเข้ามา แล้วเรียกให้คนในกลุ่มใกล้เข้ามา “ที่นี่เป็นบ้านของเรา เราจะไม่ทิ้งอีกแล้ว” คำพูดที่มักฟังดูเหมือนการตั้งใจนำเสนอแต่แฝงด้วยความอันตราย ทำให้เซนเริ่มเกลือกกลิ้งตั้งแต่ต้น
น้ำตาเริ่มไหลเมื่อเขาเห็นพวกนั้นที่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความตาย เซนไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เขาตระหนักว่าพวกเขาต้องหลบหนี หากไม่มีพ่อ ทั้งพี่น้องจะต้องหนีไปอยู่ด้วยกันเข้าต่อสู้เพื่อไม่ให้พวกเขาเสี่ยง
“ตามหาน้องผู้หญิงที่ชื่อดาวล่า ถ้าพวกเขาอยู่แถวนี้แล้วละก็ บ้านของเราจะเป็นที่ปลอดภัย” เสียงบอลพูดเบาเบาหมายปอง
เซนแทบไม่เชื่อหูของตัวเอง เขามองไปตามไฟที่สว่างสนิทในมือของบอล เห็นเล่นท่าฟักกล้ามแบบไม่ยอมว่าพวกเขาทำบาปเพื่อสิ่งที่เขาจริงจัง
ความวุ่นวายในใจเริ่มขยายใหญ่ขึ้น เซนรู้ว่าพวกเขาต้องหาทางออกจากสถานการณ์นี้โดยเร็ว รวมทั้งประสานความคิด เพื่อไม่ให้ความสับสนทำให้พวกเขาถูกฆ่า ในเวลานี้ ชีวิตที่แท้จริงของคนต่างจบลงอยู่ที่นี่ ตนคือเพียงเกมของโชคดี
เสียงกรีดร้องปลุกสติของเซน “ว่าไงพวกมึง!” บอลถามเสียงโกรธ เมื่อมองไปที่คิท “พวกเอ็งจะอยู่ไหนกัน! บอกมา” เซนทนไม่ไหวแล้วต้องยอมก้าวออกไปที่หน้ากลุ่มด้วยข้อเท็จจริงที่ดีจะต้องสร้างขึ้นมา “เด็กน้อยพวกเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้อง อย่าทำร้าย…”
“จะทำเพราะพวกเขาไม่ใช่พวกเขาแล้ว” เสียงบอลปะทะเข้ามาที่เซน “ข้าไม่ต้องกังวลใจ แกลองไปหาที่อื่นกันเถอะ” น้ำเสียงที่ข่มขู่ทำให้เซนเกิดความสั่นกลัวและรู้ว่าไม่มีทางเลือก ต้องคิดหาวิธีเพื่อเอาชีวิตรอด
เซนทำให้คิทหายใจเร็วขึ้นด้วยการดึงเขาเข้ามาหาอยู่ด้านหลัง ขณะที่เสียงรอบตัวเริ่มมีการกระทำที่ผลักดันไปทางหนึ่ง ยิ่งทำให้เวลาที่ต้องพบเจอกับทางเลือกสำหรับสองพี่น้องรุนแรงมากขึ้น ฝนตกชุ่มเย้ายวนพาพวกเขาเข้าไปสู่ความเสี่ยงแห่งการเอาตัวรอด
ความอันตรายที่จากไป สายตาของบอลเหมือนหลอกหลอนอาจมีรากเหง้าที่ซ่อนอยู่ในเรื่องเล่าที่กลุ่มนี้ซ่อนไว้ เซนต้องหาทางหลุดพ้นจากแวดล้อมที่เข้ามาใกล้จนเกินไป
แสงฟ้าผ่าในที่สุดก็ลายลักษณ์เริ่มมีขึ้นสองคนยังคงกำลังยืนอยู่ รวมถึงลูกน้องที่รออยู่ ขณะที่พวกเขาได้ยินเสียงร้องจากที่ไหนสักแห่ง มันเป็นเสียงของคนที่ไม่ได้เกิดขึ้นแต่กลับเดินไปตามหน้าต่างของใกล้เบื้องบน ตำนานที่ลืมเลือนไปได้ โดยมีเรือน้อยใหญ่ที่เกิดขึ้นภายใน
“จะต้องกดดันพวกเขา” คำพูดปลุกใจที่ทำให้เซนรู้ว่าทั้งเขาและคิทเองไม่เพียงพอ แต่ต้องช่วยเหลือกันไปด้วย
สองพี่น้องตัดสินใจเพื่อต่อสู้กับอุปสรรคที่ใหญ่หลวง และด้วยความรักของพวกเขาที่ยังคงอยู่แม้ในคืนฝนที่เคลื่อนที่ไปด้วยของหวานของน้ำตาล ที่ข้นซึมอยู่เต็มรอบนี้ ทำให้การต่อสู้ครั้งนี้ดำเนินต่อไป”