รอยเท้าบนผิวน้ำ
เสียงคลื่นกระทบผืนทรายกระซิบชื่อของฟ้าครามตามลม เขายืนอยู่ปลายท่าเรือเก่า หอบเครื่องตกปลาชั่วคราวที่พังไปเสียครึ่ง ริมฝีปากเหยียดเบาบางอย่างที่ก้ำกึ่งระหว่างรอยยิ้มและความตึงเครียด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ฉีด—the ชายวัยหกสิบ ผมหยักศกประปรายขาว ผู้ซ่อมเรือให้หมู่บ้าน—เดินมาตามสะพานไม้ เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดเบา ๆ ตรงปลายเท้าทั้งสอง
“คืนนี้ลมแปลก ฝนมาแน่” ฉีดว่าพลางส่งบุหรี่ยาเส้นให้เด็กหนุ่ม
ฟ้าครามรับมาแต่ไม่ได้จุด “แม่ชอบกลิ่นฝน หายไปวันนั้น—ฟ้ายังไม่ร้องสักหยาด”
ฉีดหลบตา “บางทีฟ้าก็รอใครอยู่ข้างล่าง…หรือข้างบน”
มุมปากฟ้าครามกระตุก “ผมไม่เชื่อคนหายจะตายหมดทุกคน”
คลื่นลึกพร่าก้อง ม่านหมอกคลุมผิวน้ำ ครู่เดียวจันทร์ก็ลอยสูงเหนือหัว น้ำกระเพื่อมเป็นรอยคลื่นวงน้ำ—มีเงาขาว ๆ คล้ายรอยเท้าเคลื่อนจากกลางอ่าวเข้าใกล้ฝั่งทีละน้อย
ฉีดยกตะเกียงสูง ฉายแสงไป “ดูดี ๆ ลูกเอ๋ย”
ฟ้าครามขยี้ตา เงานั้นหายไป—เหลือเพียงน้ำเงียบงัน ฝนเปาะแปะเริ่มตก หยดใสละลงบนหลังมือ ราวกับเวลาบนโลกหยุดหมุนลงขณะแสงวาบบางอย่างปรากฏใต้ผิวน้ำ
คืนแรกนั้นโหมโรงด้วยความเศร้าและคำถามในใจเด็กหนุ่ม เขาตัดสินใจล่องเรือไม้ใบเล็กออกจากท่าเรือตอนฟ้าสาง หลงท่ามกลางทะเลหมอกพลางเพรียกหาชื่อแม่ ทุกหยาดน้ำตาและเสียงคลื่นกลายเป็นบทสนทนากับตัวเองและบาดแผลในใจ
“น้ำทะเลกลบรอยเท้าทุกอย่างจริงไหม?”
เสียงเครื่องยนต์จากเรือหาปลาอีกลำฝ่าหมอกออกมา อัญชัน—หญิงสาวผมสั้นวัยเดียวกับฟ้าคราม เสียงแจ้วขึงขังแต่ดวงตานุ่มนวล—โผล่หน้าแซว “ทำตัวเป็นฮีโร่ทะเลล่องเดี่ยวไปรึเปล่า?”
ฟ้าครามสบตาเธอ คลายยิ้ม “บางที…ฮีโร่ก็แค่คนที่ทนเหงาเก่ง”
“หรือกลัวความจริงมากกว่า” อัญชันสวนกลับเร็ว ฟ้าครามนิ่ง
วันเวลาบนเกาะมิได้หมุนเร็วขึ้น—ทุกเช้าพวกเขากู้ตาข่ายปลา ส่งของให้ร้านชำ ระหว่างรอยยิ้มเฝื่อน ๆ และจังหวะเงียบระหว่างบทสนทนา ต่างคนต่างเก็บเรื่องราวบางอย่างไว้หลังแววตา
วันหนึ่ง ขณะฟ้าครามกำลังเช็ดเครื่องตกปลาด้วยมือเปื้อนโคลน เขาเจอเศษผ้าเก่าติดสัญลักษณ์ลายเท้าขาว ข้างในถุงผ้านั้นมีเปลือกหอยพิเศษ—เป็นรูปหัวใจแตกร้าว
อัญชันเบือนหน้า พูดเสียงเบา “แม่ฟ้าครามทิ้งอะไรไว้บ้าง?”
“แผล…กับเรื่องที่ควรลืมมากกว่าจำ แต่ผมลืมไม่ได้” เขาทอดเสียงต่ำ
อัญชันถอดสร้อยหอยที่คอออก ยื่นให้ “แม่ฉันเคยบอก ใต้ทะเลมีสิ่งที่สายตามองไม่เห็น ไม่ใช่ทุกอย่างต้องคำตอบ…”
ฟ้าครามเฉไฉ “สำหรับฉัน ทุกอย่างต้องเหตุผล ถ้าเชื่อว่าทุกอย่างมีเหตุ มีผล—แม่จะยังอยู่”
อัญชันถอนใจยาว ปิดบทสนทนาด้วยความเงียบที่ยาวนาน ต่างฝ่ายต่างจมดิ่งในรอยแผลจากอดีต
คืนหนึ่ง พายุแรงพัดเข้ามา เป็นพายุแรกนับแต่แม่หายไป ฟ้าครามกับอัญชันอาสารวบรวมของในหมู่บ้านไปเก็บในโรงเรียนไม้กลางเกาะ เด็ก ๆ หลายคนวิ่งวุ่นอย่างแตกตื่น
ฉีดมองเด็กทั้งสอง “ระวังใจตัวเองด้วย พายุมาทีไร ใจคนก็แรงขึ้นทุกที”
ในโรงเรียนมืด ๆ ใต้แสงไฟฉาย อัญชันนั่งเบียดฟ้าคราม ความเงียบของพายุบีบหัวใจ เธอกระซิบ “เวลาฉันกลัว ฉันหลับตานึกว่าอยู่ที่อื่น…”
“ฉันก็กลัว…”
“กลัวอะไร?”
ฟ้าครามหันไป “กลัวว่าแม่ทิ้งฉันจริง ๆ”
อัญชันกุมมือเขาเบา ๆ สายตาอ่อนโยน “ฉันอยู่ตรงนี้ ไม่ทิ้งหรอกนะ”
ไฟฟ้าดับพรึ่บ อาคารสั่นสะเทือน ใบไม้ปลิวทะลักเข้าใน เหมือนอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวใต้ฝ่าเท้าทุกคน ความกลัวแทรกตัวชัดในบรรยากาศ ทุกคนต่างสวดมนต์ พยายามข่มใจ
พายุผ่านไป ทิ้งไว้เพียงซากเปลือกหอยที่ลอยมาเกยถึงหน้าโรงเรียน พร้อมข้อความเขียนด้วยสีทะเลบนเปลือกขาวว่า “เธอยังอยู่ที่นี่”
ชาวบ้านต่างคาดเดาถึงวิญญาณหรือปาฏิหาริย์ บ้างว่าแม่ฟ้าครามยังไม่ตาย ฟ้าครามค่อย ๆ เปิดใจรับความไม่แน่นอน ตัดสินใจออกค้นหาต้นตอเปลือกหอยกับอัญชันในค่ำคืนถัดมา
การเดินทางพาพวกเขาสู่ถ้ำที่ซ่อนอยู่ใต้ผาน้ำสูง กลิ่นอายทะเลคละคลุ้ง เสียงกบร้องระงม ฟ้าครามถือไฟฉาย อัญชันตามมาข้าง ๆ ต่างประหม่าไม่กล้าเอ่ยคำใดระหว่างลากเรือเข้าอ่าวเล็ก ๆ
“แน่ใจจะเดินต่อไหม?” อัญชันถามเบา ๆ
“ไม่แน่ใจเลย—แต่ถอยไม่ได้” ฟ้าครามตอบ
ในถ้ำมีรอยเท้าขาวเปียกน้ำลากยาวไปถึงกลางโถง ถัดไปมีเปลือกหอยกระจัดกระจายเป็นรูปหัวใจแตกร้าว ฟ้าครามนั่งยอง ๆ สัมผัสรอยเท้า ความกลัวผสมอยากรู้นำพาเขาเดินลึกเข้าไป
เงาร่างหญิงสาวในชุดขาว—คล้ายแม่—ขยับอยู่ตรงผนังถ้ำ ฟ้าครามตะโกนเรียก “แม่!” เสียงกระท้อนสะท้อนกึกก้อง
อัญชันถอยหลัง มือสั่น “อย่าเดินเข้าไปนะ…”
แต่ฟ้าครามตัดสินใจฝ่าไป สัมผัสเย็นวาบปะทะผิวเผิน ดวงตาเขาเห็นภาพอดีตผุดวาบขึ้น—แม่ยิ้ม หัวเราะ วางมือบนไหล่เด็กชาย พูดบางอย่างว่าฟังไม่ชัด
“อย่าทิ้งตัวเอง…ลูกต้องให้อภัยตัวเองด้วย”
ฟ้าครามทรุดเข่าลง น้ำตาไหล ผสมยิ้มเศร้า อัญชันประคองเขาขึ้นเบา ๆ
“ไม่ใช่แม่ทิ้งฉัน…ฉันทิ้งความหวังของตัวเองไปต่างหาก”
พวกเขาเดินย้อนรอยเท้าออกมา ท่ามกลางสายลมกรุ่นกลิ่นเกลือ ฟ้าครามพบว่าเงาร่างนั้นหายไป เหลือเพียงรอยเท้าขาวบนผืนทรายที่ทะเลกำลังค่อย ๆ กลบ
ในเช้าวันต่อมา ฟ้าครามกับอัญชันนั่งอยู่ท้ายท่าเรือ ใต้ฟ้าแจ่มสด ฟ้าครามส่งสร้อยหอยคืนนาง—แต่เธอส่ายหน้า “เก็บไว้นะ ต้องมีใครสักคนเชื่อว่ารอยเท้าของเราบนผิวน้ำมีค่า”
ฟ้าครามหายใจลึก กล้าเผชิญหน้ากับความเจ็บปวด เขาไม่อายที่จะถ่ายทอดน้ำตาอีกต่อไป สุดท้ายเขาเอ่ยเสียงสั่น “ถึงผมจะไม่เจอแม่อีก แต่ผมจะไม่ทิ้งตัวเองอีกแล้ว”
ฉีดเดินมา เอามือตบหลังฟ้าครามพลางหัวเราะ “ลูกชายโตขึ้นเยอะแล้ว เหลือแต่ต้องไปซ่อมเครื่องตกปลาคืนนั้นนะ”
อัญชันหัวเราะพลางดึงมือฟ้าครามวิ่งลงท่าเรือ ทิ้งฝ่าเท้าไว้บนแผ่นไม้เปียก เหนือฟ้านั้นพระอาทิตย์กำลังเผยตัวจากขอบฟ้าใหม่ ทะเลพร่างค่อย ๆ กลบรอยเก่า เปิดทางสำหรับเรื่องราวใหม่…