ความรักที่ต้องห้าม
แสงอาทิตย์ร้อนผ่าวสาดส่องผ่านต้นมะม่วงสูงใหญ่ สร้างเงาลายเป็นกระจกที่พื้นดิน โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงของเพื่อนวัยรุ่น เสียงนกขับขานว่าเป็นสัญญาณของความรื่นรมย์และการเริ่มต้นใหม่ที่ทุกคนเฝ้ารอ ภายในห้องเรียน ม.6/2 มีเรือนนักเรียนเพียง 30 คน แต่กลับมีอารมณ์ที่หนักอึ้งอยู่ในนั้น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!นนท์นักเรียนหนุ่มหน้าตาดี ผิวขาวเรียบ มักถูกจับตามองโดยทุกคนในโรงเรียน เขานั่งอยู่ที่มุมห้อง อ่านหนังสือสารคดีเก่าๆ อย่างตั้งใจ แต่แน่นอนว่าใจของเขาไม่ได้อยู่ที่ตัวหนังสือเลยแม้แต่น้อย เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยของเพื่อนๆ ดังก้องในหูเขา เพราะในหน้าแรกของใจเขามีแต่วาดภาพของ นานา เด็กสาวจากห้องตรงข้ามที่เขาเฝ้ามองเธอมาหลายเดือนแล้ว
นานาเป็นเด็กสาวเรียบร้อย นักเรียนเพียงไม่กี่คนที่ไม่ตื่นเต้นเกินไปด้วยการเข้าร่วมกิจกรรมหรือสนทนากับคนอื่น มองดูเธอเดินยิ้มทักทายทุกคนด้วยน้ำเสียงหวานทำให้นนท์รู้สึกว่าหัวใจเขาเต้นแรงขึ้นทุกครั้งที่เห็นเธอ เธอไม่รู้ว่ามีใครที่เธอสนใจอยู่ หรือเธอแค่ตกอยู่ในโลกของตัวเองอยู่เสมอ
วันหนึ่ง เรียนเปลี่ยนห้องไป โดยคู่เรียนที่เป็นคนทำให้เขาได้มีโอกาสเข้าใกล้เธอได้มากขึ้น อย่างที่จากแผนที่วางอยู่ในใจ การนั่งทำกิจกรรมกลุ่ม นนท์แอบรอจังหวะเหมาะที่จะเริ่มบทสนทนา “เฮ้ นานา ชอบอ่านหนังสือการ์ตูนหรือเปล่า?” นานาหันมาทำหน้าสงสัย “อืม…ไม่ค่อยเรียกว่าชอบมาก แต่ถ้ามีเรื่องไหนน่าสนใจก็จะลองอ่านนะ” ความรู้สึกตื่นเต้นเกิดขึ้นในใจของนนท์ เขารู้ชัดว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการสนทนาที่เขารอคอยมาใหม่
ต้นเดือนที่แล้ว เมื่อนนท์และนานาเริ่มพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด พวกเขาได้มาเจอกับความเป็นจริงที่ว่า ทั้งสองอยู่ในครอบครัวที่มีความขัดแย้งและแตกต่างกัน แม่ของนนท์ รักลูกชายให้ดำเนินชีวิตตามแผนที่วางไว้และต้องเอาชนะคู่แข่งที่ดีที่สุดในเมือง ขณะที่นานา เกิดในบ้านที่สนับสนุนริเริ่มธุรกิจของบิดาและแม่ รวมถึงความหวังในที่ที่สูงกว่า พวกเขาจึงได้พบว่าลูกของทั้งสองครอบครัวไม่ควรจะชอบกันหรือได้มารวมตัวกัน
อีก หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป หั่นไปที่ช่วงเย็น หน้าบ้านของนนท์ที่เป็นบ้านไม้เก่า รถยนต์ลุงสวนเต็มอยู่ข้างๆ ที่ถูกจอดไว้ทำให้ฝุ่นจับ ผื่นฝุ่นคละคลุ้งในอากาศเป็นสัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ “นนท์ แกจะต้องสู้เพื่ออนาคตของเรา” หญิงวัยกลางคนที่เป็นแม่ของเขาตะโกนไว้ข้างในบ้าน “อย่าเสียเวลามากกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง เลือกทางที่ถูกต้อง” ความรุนแรงแห่งคำพูดนี้กลับไม่สามารถขวางกั้นความรู้สึกพิเศษที่เจอกันระหว่างนนท์และนานาได้
เย็นวันนั้นมีความเหลือมล้ำเกิดขึ้นในใจของนนท์ ขณะที่เขายืนมองนานานั่งอยู่ใต้ต้นมะม่วงในสวน นานาโน้มตัวไปข้างหน้า หยิบแอปเปิ้ลที่สะดวกมาทำให้หัวใจของนนท์เต้นเร็ว “เฮ้ อยากลองชิมไหม” นานาแช่มชื่น นนท์มาเข้าไปใกล้เธอ “ให้ฉันเป็นคนเลือก” สองคนค่อยๆ แบ่งปีกแอปเปิ้ลและมองตากันอย่างเงียบสงบ แต่ในความรักที่ไร้เสียงนี้กลับมีเสียงของครอบครัวที่กดดันอยู่ในหัวของนนท์ “ทำไมเราถึงแลกกันแบบนี้” เขาทำไม่นึกถึงเหตุการณ์ที่เข้ามาหมายใจในทันที
เวลาผ่านไป ความรักของทั้งสองก็เริ่มมีให้เห็น ถึงแม้ว่าจะถูกห้ามเพราะสองครอบครัวต่างฝ่ายต่างก็มีอัตตาและความคิดที่ดาจริง ในตอนนี้ทั้งคู่ได้มีโอกาสได้พบกันไม่ใช่แค่ในห้องเรียนเท่านั้น แต่ยังในสถานที่ที่ดูเหมือนจะเป็นสถานที่ทำงานของเขา นนท์และเพื่อนๆ มักจะเจอกันที่ร้านกาแฟในตลาดเก่าแห่งหนึ่ง เสียงโซ่ของตู้เย็นที่ดังเข้ามาจากการเรียงสินค้าทำให้เสียงแบคกราวน์ของเสียงสนทนาบิดเบี้ยวไป เป็นจังหวะให้ทั้งคู่ได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน รถจักรยานยนต์ที่บีบแตรดังขึ้นทำให้เสียงการสนทนาเริ่มผ่อนคลาย อารมณ์ความรู้สึกที่เคยบังคับกลับเริ่มเบาลงเมื่อพวกเขาสามารถเข้าใจจุดยืนของกันและกันได้
แต่สิ่งที่ขัดแย้งนั้นไม่ได้มาหยุดเพียงแค่นั้น เรื่องราวที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงในเวลาเดียวกัน โดยมีการชิงทรัพย์ซึ่งเป็นข่าวดังในขณะนั้นของกลุ่มชายพวกหนึ่งที่ทำร้ายเจ้าของบ้านและหลบหนีออกมา ข่าวนี้กลายเป็นที่มาของปัญหาระหว่างสองครอบครัว เพราะแดน ลูกชายของเจ้าของบ้านถูกชักชวนให้ร่วมเป็นโจร ทุกอย่างเริ่มเกิดการโจมตีกันเมื่อต้องมาชนะการเลือก เป็นการตัดสินใจที่หนักหน่วง ของนนท์ที่ต้องเลือกระหว่างความรักที่เกิดขึ้นกับนานาและความเครียดในการนั้นต้องไปหากินด้วยความกดดัน
“นนท์! ทำไมหรือที่เลือกฝ่ายนั้น?” เขาได้ยินเสียงจากพ่อที่ทิ้งมุมมืดในบ้านที่เต็มไปด้วยสุขา “ฉันไม่เข้าใจกับความลามกนี้!” แต่เขากลับเลือกที่จะเดินไปหา นานาและกล่าวว่า “เราควรยอมให้คนอื่นเลือกเอง” ความรุนแรงของคำพูดนั้นๆ กลับทำให้ทั้งสองคนค้นพบความจริงที่ซ่อนอยู่" มันในด้ามของคำพูดนั้นว่า จะไม่มีใครจากสองครอบครัวขึ้น หากตนเองเป็นคนทนทุกข์กับความรัก”
สวนของนานาในเย็นวันนั้นเต็มไปด้วยดอกไม้ที่สวยงาม สบู่มีกลิ่นหอมเต็มในพื้นที่รอบต้น มะม่วง” มันเป็นความทรงจำที่ไม่อาจจะถ่ายทอดกันว่าพวกเขาจะเลือกอย่างไรในวันข้างหน้า ฝรั่งเศสบิมเบลล์กำลังปั่นลมท่ามกลางดอกไม้และระบายท่ามกลางความคิดที่ไปไม่ถึง นานารู้ว่าต้องการมีสิ่งที่ดีๆ ให้กลับคืนสู่ชีวิต แต่ครอบครัวกลับทำให้เธอต้องเกลียดตัวเอง จนถึงจุดหนึ่งเธอไม่สามารถดำรงอยู่ได้ จนที่เธอตัดสินใจด้วยตัวเอง”
โดยสิ่งที่จัดพิมม์ปรับให้กับนนท์ไปกลับ มันคือการเป็นมิตรที่จำเป็นในการอยู่ด้วยกันในช่วงที่เหมาะสมไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใด โดยธรรมชาติการเป็นนักเรียนในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยความเสื่อมโทรมและความเครียด ที่น่าตกใจน้อยกว่าสถานที่หลายแห่งเหมือนเขาคือพวกเขาคือแสงสว่างที่ตกระทบ และบนเส้นทางที่ยาวนานของพวกเขามักจะมีเรื่องราวเป็นทิวแถวไป