รอยสลักใต้ผืนหิมะ
เสียงรถบัสโบราณกระแทกกับถนนน้ำแข็ง ควันขาวเบาบางลอยปะปนกับไอเย็น นักศึกษาศิลปะเจ็ดคนหอบเสบียงคนละกล่องยืนหนาวสั่นหน้าโรงแรมไม้หลังเก่าในเมืองหิมะทางเหนือสุดของประเทศ สร้อยตาจิกไปยังสถาปัตยกรรมโบราณ เหมือนเป็นการท้าทายลมหนาวและสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้หิมะหนาทึบ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!โอ๊ค ยืนยืดไหล่สูง มือยังคงจับโทรศัพท์คุยกับแม่เสียงแผ่ว “ถึงแล้วครับ…ไม่ ไม่ต้องห่วง ผมจะดูแลตัวเอง” หญิงวัยกลางคนในอีกฝั่งส่งเสียงกล่อมประสาท แต่พอวางสาย เขากลับถอนหายใจ กอดเสื้อให้แน่น โอ๊คไม่มีทางบอกแม่ว่าที่นี่ดูเงียบเกินไป…
การ์ตูน เด็กสาวท่าทางฉุนเฉียว เดินเตะหิมะแล้วบ่นกับเป้กล้องใบใหญ่ “ถ้าหิมะซัดแบบนี้ สารคดีศิลปะมันจะได้อะไรเหรอวะ” แพร ที่หวีผมสีเปลือกไม้ เป็นคู่หูในกลุ่ม ตัดบท “ตอนสัมภาษณ์ป้าพินจะโอเคไหม”
พีท เด็กหนุ่มที่มักยิ้มฝืน ยืนสำรวจข้างกล่องไม้เก่า ตักหิมะขึ้นมาแล้วยิ้ม “แค่คิดว่าต้องนอนกับความหนาวแบบนี้…ก็สนุกดีนะ” การ์ตูนกระแทกเป้ใส่พีทเบา ๆ “พูดบ้าอะไร เพื่อนคนเดียวที่ไม่คิดถึงบ้านก็เธอสินะ”
ตึกไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด เจ้าของโรงแรม ป้าพิน วัยหกสิบ กวาดสายตาเย็นชา “อย่าเดินเพ่นพ่านช่วงหัวค่ำ หิมะชอบเก็บความลับไว้ใต้ผืนขาว” ทุกคนหันมองหน้า ไร้เสียงตอบ แพรหยิบกระดาษจดลงสมุด สายตาลอบมองป้าพินอย่างระแวง
ห้องพักรวมเต็มไปด้วยกลิ่นไม้เก่า ผ้าห่มน้อยเกินกว่าต่อกรกับอุณหภูมิ อิงค์ จอมขวัญใจกลุ่ม หัวเราะกลบความกลัว “ใครนอนไม่หลับ มากอดหมอนฉันได้” ดีโน่ ผู้เงียบขรึม หลบมุมนั่งวาดเส้นร่างภาพ วิว รุ่นพี่ปีสี่ เป็นหัวหน้าทีมฉวยโอกาส “คืนนี้ต้องวางแผนก่อน ว่าจะเริ่มถ่ายเจาะชุมชนหัวรุ่ง ใครถนัดอะไรจัดเลย”
ทั้งเจ็ดนั่งล้อมวงกลางแสงสลัว ดีโน่ไม่เอ่ยคำ ลมหายใจเป็นไอขาวลอยเหนือหัว แพรจดบันทึกเป้าหมาย “ทุกคนที่นี่เหมือนมีอะไรปิดบัง อย่าเผลอถามเรื่องหายตัวเมื่อปีที่แล้ว พี่ยามที่สถานีก็เตือน”
โอ๊คเม้มปาก “พวกนั้นพูดกันแบบนั้นทุกเมืองเถอะ เป็นความงมงาย” เสียงการ์ตูนแทรก “แต่มันก็มีจริง คนที่ไม่กลับบ้านมาหนึ่งปี…และป้าพินไม่เคยพูดถึงเขา”
กลางคืนนั้น โอ๊คสะดุ้งตื่นเพราะเสียงกรีดร้องแผ่ว ๆ จากนอกหน้าต่างหิมะ ชายหนุ่มลังเล สุดท้ายกลั้นใจเดินออกไปสำรวจ ระหว่างกำลังเก็บกล้ามเนื้อกลัว เขาสังเกตเห็นเงาคนเลือนรางกลางสวนหิมะ…แต่เมื่อเพ่งมองกลับกลายเป็นแค่เงาต้นสนที่โยกไหว เขาเดินกลับห้องอย่างใจเต้น
เช้าถัดมา ขณะกลุ่มเตรียมอุปกรณ์ถ่ายทำ วิวถาม “ใครเห็นแพร?” ทุกคนนิ่ง ดีโน่ตอบ “เมื่อคืนยังเห็นไปเข้าห้องน้ำ” เสียงการ์ตูนเริ่มสั่น “แพรไม่ใช่คนออกจากเตียงง่าย ๆ”
ทั้งกลุ่มเริ่มตามหาในโรงแรม ป้าพินบอก “เด็กน่ะ ไม่ค่อยฟัง เข้ามุมไหนบ้าง เจอแล้วจะบอก” โอ๊คเงียบกริบ แววตาไม่ไว้ใจ
วิวตัดสินใจ “แยกกันหาสิเพื่อจะ…เดี๋ยวก่อน!” พีทหยุด วิวแล้วพูดเสียงต่ำ “มันแปลก ๆ อยู่แล้ว จะให้แยกเหรอ แล้วถ้ามีใครหายอีกล่ะ” ดวงตาทุกคนเต็มไปด้วยความวิตก
กลุ่มแตกออกเป็นคู่ วิวกับอลิสเดินหาทางหลังโรงแรม อิงค์กับการ์ตูนเดินขึ้นชั้นลอย โอ๊คกับพีทไปสำรวจโรงครัว ป้าพินเดินสวน “เด็กผู้หญิง…เธอชื่อแพรใช่ไหม?” ไม่มีใครบอก นอกจากสีหน้าไม่ไว้ใจและรอยจดโน้ต “เธอควรฟังที่ฉันเตือน” ป้าพินเดินจากไปช้า ๆ
อิงค์กับการ์ตูนเข้าไปในห้องเก็บของ พบสมุดเก่าที่มีชื่อแพร อยู่หน้าสุด ภายในสมุดมีจดหมายลายมือคล้ายแพรกำลังบันทึกว่า “ทุกอย่างที่นี่ไม่เหมือนที่เห็น” และมีรายชื่อคนที่เมืองเคยหายตัวไป การ์ตูนสั่น คำกลัวหลุดออกมา “แพรไปไหน…”
ตัดมาที่โอ๊คกับพีทในครัว เถียงกันเรื่องความปลอดภัย “ฉันจะไม่ยอมอยู่ที่นี่หากมีใครหายตัวอีกแน่” พีทสวน “แต่นายเป็นคนชวนทุกคนมา” โอ๊คกัดฟัน “เพราะฉันอยากพิสูจน์ว่าฉันควบคุมตัวเองได้ต่างหาก…ฉันจะตามหาแพรเอง”
ขณะเดียวกัน วิวเห็นรอยเลือดจาง ๆ ที่พื้นหิมะหลังโรงแรม เธอเดินตามร่องไปจนเจอสร้อยข้อมือของแพร หัวใจของวิวเต้นแรง เธอเงียบ มือขยับหยิบขึ้นมาอย่างช้า ๆ ก่อนจะย้อนกลับเข้ามุมเงียบ ปล่อยให้อากาศเย็นกรออยู่ในอก
เสียงกรีดร้องแผ่วเบาดังขึ้นอีกครั้งในค่ำคืนนั้น อิงค์นั่งกอดหมอน ตัวสั่น “แพรจะปลอดภัยไหม ทุกคนดูไม่เชื่อกันเองแล้ว” ดีโน่ซุกอยู่มุมเงียบใกล้หน้าต่าง ไม่พูดอะไรเลย
เช้าวันใหม่ อากาศเย็นจัด ทุกคนในกลุ่มเริ่มจับกลุ่มซุบซิบ ไม่เชื่อกันเอง โอ๊คตั้งท่าจะคุมกลุ่ม วิวค้าน “นายไม่มีสิทธิ์สั่งใครนะ โอ๊ค” โอ๊คนิ่ง “แต่ถ้าไม่มีคนจัดการ ทุกคนจะเดินไปไม่ถูก” พีทตัดบท “งั้นนายไปหาเองเลย ใครอยากไปก็ไป” การ์ตูนลังเล สุดท้ายเลือกเดินตามโอ๊คออกไป
โอ๊คกับการ์ตูนเดินลึกเข้าไปในป่าหิมะ ตามรอยเท้าและอุปกรณ์ที่หล่นไว้ เสียงลมหิมะราวกับมีใครแอบกระซิบถึงความลับที่เมืองนี้ฝังไว้ โอ๊คหยุด เดินวนเป็นวง “ถ้าแพรหายไปเพราะฉัน…” การ์ตูนกระซิบ “แพรเลือกเอง นายอย่าว่าตัวเอง”
วิว อิงค์ ดีโน่ พีท สำรวจโรงแรม เกิดเสียงค้าทะเลาะระหว่างวิวกับดีโน่ “คุณเก็บอะไรอีก ดีโน่!” “มันไม่ใช่เรื่องของเธอ” ดีโน่หลุดประโยคเดียวแต่แฝงร่องรอยอารมณ์ อิงค์ยืนเงียบ น้ำตาปริ่มระหว่างอากาศเย็น
ขณะเดียวกัน โอ๊ครับโทรศัพท์แปลก ๆ จากเบอร์ไม่รู้จัก “แพร…นายอยู่ที่ไหน?” สัญญาณขาดหาย เหลือแต่เสียงลมหายใจโหยหวน “ช่วย…ฉัน…” เส้นใยหวาดกลัวกัดกินหัวใจโอ๊ค
หิมะเริ่มหนาหนักขึ้น เวลากลางวันกลายเป็นพลบค่ำอย่างรวดเร็ว ทุกคนในกลุ่มแยกกันเดินตามหาแพรตามเบาะแสใหม่ แต่ทุกเส้นทางเหมือนจะวกกลับมาที่โรงแรมเสมอ ดีโน่ผละจากกลุ่มไปนั่งขีดรูปในห้องคนเดียว แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด วิวเดินเข้ามาหา “นายซ่อนอะไรอยู่” ดีโน่เงียบอยู่นาน “เมื่อปีที่แล้ว ฉันเป็นคนเห็นเหตุการณ์ แต่ฉันเลือกไม่พูด..”
วิวจ้องดีโน่ น้ำเสียงสะอื้น “แล้วถ้าแพรเจ็บเพราะนายไม่พูดล่ะ?” ความเงียบเกาะกุมอยู่ชั่วครู่
ระหว่างนั้น ป้าพินเข้ามาในห้องรวบรวมทุกคน “พวกเธอควรกลับไป ถ้ายังรักชีวิต” อิงค์ลุกขึ้นเผชิญหน้า “แพรยังไม่กลับมา เราไม่ไปไหนทั้งนั้น” ป้าพินหยุดมองสายตาผลักไสโอ๊คแต่โอ๊คสู้กลับเงียบ ๆ
คืนนั้น เสียงเคาะหน้าต่างติด ๆ ดังขึ้น การ์ตูนเปิดม่านเจอถุงเท้าแพรเปรอะเลือดและจดหมายน้อย “ใต้บ้านไม้…ขอให้ตามหาให้เจอ”
ทั้งกลุ่มตัดสินใจเสียงสั่น วิวเป็นคนแรกที่กลั้นน้ำตา “เราต้องลงไปใต้บ้าน” โอ๊คหันมายืนยัน “ฉันจะลงก่อน” กลุ่มค่อย ๆ เลื่อนกระดานใต้พื้น เผยอุโมงค์มืดเย็น อิงค์ยื่นไฟฉายมือสั่น ๆ ทุกคนตามลงไปช้า ๆ
อากาศในอุโมงค์แน่นขนัด เสียงฝีเท้าสะท้อน ผนังไม้เต็มไปด้วยภาพวาดเด็กที่หายไปแต่ละราย ทุกก้าวยิ่งหนักขึ้น ความกลัวเกาะกินประสาทแต่กลุ่มไม่หยุดเดิน…
โอ๊คเดินถึงสุดทาง เห็นแพรขดตัวอยู่มุมห้องเย็น เธอมีเลือดซิบที่ข้อเท้า “ฉันถูกขังไว้ที่นี่” เสียงเธอเบาหวิว “หนีออกมาไม่ได้…” ป้าพินโผล่มาด้านหลัง น้ำเสียงราบเรียบ “ฉันรู้ว่าพวกเธอจะหาเจอ สุดท้ายก็ต้องจมอยู่ในอดีตด้วยกัน”
วิวพูดเสียงห้วน “ป้าพินเป็นคนขังแพรเหรอ?” ป้าพินยิ้มเจื่อน “บางครั้งเด็กต้องเรียนรู้ความลับของเมืองนี้เอง” ก่อนหญิงชราจะทันขยับ โอ๊คก้าวขวาง “ผมไม่กลัวแล้ว ผมจะปกป้องเพื่อน ผมผิดที่ไม่ฟังคนอื่นมาก่อน แต่ตอนนี้ผมเลือกเอง”
ป้าพินถูกทุกคนกดตัวไว้ วิวกับพีทช่วยกันปลดโซ่ โอ๊คพยุงแพรขึ้นจากหลุม ทุกคนดึงกันออกจากอุโมงค์กลับสู่แสงไฟ นิ้วมือของแพรกุมมือโอ๊คแน่น การ์ตูนพูดสายตาแดงก่ำ “ต่อไปนี้เราจะฟังกันและกัน ไม่มีใครโดดเดี่ยว”
ตำรวจในเมืองมารับตัวป้าพินไปสอบสวน ขณะเสียงหิมะหยุดตกบ้างในตอนเช้า โอ๊คยืนมองกลุ่มเพื่อน เปล่งเสียงสั่น “ฉันขอโทษ…ไม่เคยฟังใครเลยจริง ๆ” อิงค์เข้ากอด ขอบตาชุ่มน้ำตา วิวพูดยิ้มแผ่ว “ทุกคนผิด เราทุกคนโตขึ้นจากที่นี่”
กลุ่มกอดกันท่ามกลางแสงแดดจาง สายลมหิมะยังวนเวียน แต่ความเปลี่ยนแปลงภายในใจทุกคนต่างชัดเจน รายชื่อผู้หายสาปสูญถูกล้างออกจากกำแพงเมือง ความกลัวที่แช่แข็งไว้ภายใต้หิมะคล้อยหลัง แต่สัมพันธ์ของพวกเขายังคงอุ่น – เป็นรอยสลักใต้ผืนหิมะที่ไม่มี วันจางหาย