โลกวุ่นชุลมุนแก๊งติ่งอวกาศ
เสียงโวยวายดังลั่นกลางห้องชมรมดาราศาสตร์เล็ก ๆ ที่ซุกอยู่ริมสุดของมหาวิทยาลัย “เฮ้ย บีม! จะเอาสัญญาณจานดาวเทียมไปตั้งบนดาดฟ้าทำไมวะ นั่นมันจานข้าวลุงภารโรง!” เสียงยุ้ย หนุ่มเงียบขรึมผู้เกลียดความยุ่งเหยิงประหนึ่งภูเขาไฟที่พร้อมปะทุ แต่วันนี้ยุ้ยต้องมาทะเลาะกับเพื่อนรักซี้ปึ้กอย่างบีมซึ่งกำลังถือจานอะลูมิเนียมรูปร่างประหลาดเดินหน้ามั่นใจเต็มร้อย
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แกไม่เข้าจายยย นี่แหละคือก้าวแรกสู่ภารกิจยิ่งใหญ่ โครงการต้อนรับมนุษย์ต่างดาว ของจริงเลยนะเว้ย พวกเราจะเป็นตำนาน!” บีมชูจานข้าวเหนือหัว ประกาศยิ่งใหญ่ด้วยน้ำเสียงราวขุนศึกแห่งกาแล็กซี
ทีมเพื่อนทั้งสาม—ยุ้ย เอิร์ธ หนุ่มกวนที่อยากเป็นสายลับแต่พูดจาติดอ่างและมีโลกส่วนตัวสูง กับ “จ๋า” สาวเนิร์ดผู้ชอบดราม่าเกินเหตุ—มองหน้ากันอย่างสิ้นหวัง
ยุ้ยขมวดคิ้ว “คือ… เป้าหมายแกมันดีนะบีม แต่เราจะสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวโดยจานข้าวเหรอ”
บีมกะพริบตาใส่ “จานนี้จะคือโพรเจกต์ศิลป์! ไม่มีใครกล้าทำมาก่อน แกดูสิ งานศิลปะแห่งจักรวาล!”
เอิร์ธพยักหน้าเชื่องช้า กำลังคิดจะเสนอให้รอมนุษย์ต่างดาวมาคุยเอง แต่ก็พูดไม่ทัน จ๋ายกมือถือไลฟ์สด “ทุกคน ตอนนี้เพื่อนเราบ้าศิลปะแบบใหม่! ต้อนรับแขกต่างดาว!” เสียงหัวเราะจากในไลฟ์ดังขึ้นทันที
บีมเน้นเสียง “ทำแบบนี้ เฟิร์นต้องสนใจแน่!” ใบหน้าบีมขึ้นสีแดงเมื่อพูดถึงเฟิร์น สาวชมรมศิลปะผู้ใจดีและเพียบพร้อม
ทันใดนั้น ประตูห้องชมรมเปิดผาง เฟิร์นโผล่หน้ามาพร้อมเพื่อนร่วมชมรมสองคน
“เอ่อ… เห็นในไลฟ์ว่าส่งข้อความถึงมนุษย์ต่างดาวเหรอ? เจ๋งอะ ฉันวาดภาพต่างดาวมาเพียบเลย อยากให้ช่วยดูมั้ย?” เฟิร์นกล่าวยิ้ม ๆ แต่ดูเหมือนจะเข้าใจผิดว่าบีมทำงานโปรเจกต์ศิลป์จริงจัง
บีมสูดหายใจลึก “แน่นอน! พรุ่งนี้พวกเราเปิดงานแสดงต้อนรับมนุษย์ต่างดาวตรงลานโรงอาหารเลยครับ!” เพื่อนแต่ละคนเบิกตากว้าง งานเข้าทันที
ฉากลานโรงอาหารที่เคยสงบเงียบก็กลายเป็นแดนประหลาด บีมกับเอิร์ธย่องๆ ไปขุดเอาของเล่นมนุษย์ต่างดาวจากคลังอุปกรณ์ละครคณะสังคม “รีบเอาไปแต่เช้า ยุ้ยจะหลับแล้ว ดึกขนาดนี้ให้รอเอเลี่ยนมากินหมูปิ้งมั้ยเนี่ย” เอิร์ธถามเสียงงัวเงีย
บีมตอบอย่างมั่น “แกไม่เข้าใจหรอก เอเลี่ยนมาแน่คืนนี้ เพราะพรุ่งนี้พวกเราจะเป็นข่าวใหญ่!”
รุ่งเช้า งานเปิดตัวฉุกละหุกกับเวที DIY มือใหม่ บีมเดินวุ่นเตรียมสายไฟติดจานข้าว จ๋าตั้งโต๊ะลงอาร์ตเวิร์คของเฟิร์น เอิร์ธแบ่งหน้าที่คุมเครื่องเสียง ยุ้ยกอดอกยืนมอง ทำหน้าเหมือนแพ้อากาศ
เฟิร์นเข้ามาทัก “ว้าว! เหมือนอยู่ในนิยายวิทยาศาสตร์เลย อย่างนี้ต้องใส่เพลงเอเลี่ยนป่ะ?” จ๋ายิ้มกว้าง “แน่นอน ทุกอย่างจัดเต็ม”
ขณะที่งานกำลังจะเริ่ม นักศึกษากลุ่มหนึ่งตามเสียงลือจับผิดมาที่ลาน
“เอ้ย โปรเจกต์พวกนี้มันโม้รึเปล่า เป็นวิทยาศาสตร์จริงหรือเปล่าวะ?” นักศึกษาวิศวะฯ คนหนึ่งถามเสียงเข้ม พลางจ้องสายไฟที่พันกันเหมือนรังงู
บีมรีบแถ “สัญญาณพวกนี้… เป็นคลื่นสื่อสารข้ามจักรวาล เสียงดังนิดๆ ก็เรื่องปกติของอวกาศอะครับ”
เอิร์ธเล่นมุก “…ถ้ามีเสียงซู่จะได้ยินเอเลี่ยนแวะทักว่างั้น?” คนรอบข้างหัวเราะ แต่เสียงอีกมุมหนึ่งเริ่มไม่แน่ใจ
ยุ้ยกระซิบเพื่อน “นี่ แกชัวร์นะว่าไม่ใช่งานนี้จบที่ห้องปกครอง?”
บีมพยักหน้ามั่น ๆ “วางใจเถอะน่า ฉันคุมสถานการณ์ได้!”
ขณะโชว์กำลังดำเนินเสียงดังโครม! จานข้าวตกกระแทกพื้น สายไฟจุดประกาย ทุกคนแตกตื่น
เฟิร์นรีบเข้ามาช่วยบีมหาอะไรมาต่อเวที ฉากสับสนไปหมด ยุ้ยทำหน้ากังวล เอิร์ธแก้สถานการณ์ด้วยการปล่อยเพลงเอเลี่ยนประกอบ ฮากันทั้งวง
กลุ่มพี่ชมรมฟิสิกส์เดินมาเห็นกองจานข้าว บีมหัวเราะกลบเกลื่อน “นี่คือแหล่งพลังงานใหม่!” พี่ฟิสิกส์มองงง “อันนี้วิทยาศาสตร์สายไหนวะ?”
เฟิร์นถือภาพวาดมนุษย์ต่างดาวแปะบนเวที ยุ้ยกับจ๋ารีบช่วยกันชูป้าย “We Welcome Extra-awesome Terrestrials!”
ทันใดนั้นกลุ่มนักศึกษาวิศวะฯ ตะโกนขึ้น “หาเอเลี่ยนไม่เจอสักตัว!” ทุกคนเริ่มมองหน้ากัน ตกใจเล็กน้อย
บีมยิ้มแห้ง ๆ “พวกเขากำลังจะมานี่แหละ… รอก่อนนะครับ กลไกระบบยังติดขัดบ้าง”
จ๋าหยิบโทรศัพท์ออกมาแกล้งโทรปลอม “สัญญาณรับทราบ มนุษย์ต่างดาวใกล้ถึงแล้วค่ะ ท่านผู้ชม!” นักศึกษาหัวเราะ เพราะคิดว่าทั้งหมดเป็นแค่การแสดง
ยุ้ยถอนหายใจ “ฉันว่า…แกจะโดนจับได้แน่ ๆ ว่าแกคิดเองเออเองทุกขั้น”
บีมเริ่มเหงื่อตก “แต่เฟิร์นดูสนุกดีนะ ดูดิ เธอยังหัวเราะอยู่เลย”
ความโกลาหลเริ่มขยายเมื่อเฟิร์นเข้าใจว่าทุกอย่างเป็นแผนงานศิลปะแนวทดลอง เธอเชิญอาจารย์ศิลปะและอาจารย์แขนงอื่นที่สนใจมาเป็นกรรมการตัดสิน
บีมกับยุ้ยเครียดจัด เอิร์ธเสนอแผนใหม่ “เราเนียนเป็นมนุษย์ต่างดาวซะเลย เปลี่ยนจุดตกอับเป็นโชว์แฟนซี!” จ๋าเห็นดีด้วยทันที
สามคนแอบออกไปวิ่งเปลี่ยนชุดหลังเวที คุ้ยหาเครื่องแต่งกายสีสดใสและสร้างหมวกเอเลี่ยนจากขวดน้ำ
บีมใส่เครื่องแต่งกายอย่างเร่งรีบ “ขอแค่เฟิร์นประทับใจ ฉันยอมบ้าทุกอย่าง!”
จ๋าเตรียมกล้องมือถือ พร้อมถ่ายทอดสดอีก “พวกเรา เตรียมรับแขกต่างดาวได้เลย!”
ยุ้ยถอนหายใจยาว ดูเหมือนจะชินกับความวุ่นวายแล้ว เอิร์ธยังคงพูดติดอ่าง “อ…อา เอเลี่ยนระ…ระดับนี้ ไ…ไม่ใช่ใครก็ทำได้”
เวทีโชว์มนุษย์ต่างดาวจำแลงเริ่มขึ้น นักศึกษาห้อมล้อม กรรมการอาจารย์ตั้งใจดู ทุกสายตาจับจ้อง
บีมในชุดเขียวหลุดโลก ออกมาเต้นประกอบเพลงเบสหนัก แถมแสดงบทพูดเอเลี่ยนกึ่งภาษาต่างดาว กึ่งแปลก
เฟิร์นหัวเราะจนหยุดไม่อยู่ เพื่อนร่วมชมรมศิลปะช่วยกันขึ้นไปสมทบ แปะภาพวาดเอเลี่ยนบนตัวบีมเพิ่ม
ยุ้ยสังเกตมีนักศึกษารายหนึ่งอัดคลิป “คงได้ดังแน่วันนี้…”
เสียงฮือฮาดังขึ้น มีประกาศแจ้งเสียงผ่านลำโพงว่าอาจารย์คณบดีจะลงมาตรวจสอบ เพราะเห็นความวุ่นวายจากกลุ่มชมรมปริศนา
เอิร์ธหน้าเสีย “จบละทีนี้…อาจารย์มาเอง”
บีมกัดฟันอดกลั้น “จำไว้ให้ดี…เดี๋ยวพวกเราต้องหาข้อแก้ตัวเนียน ๆ สู้!”
เฟิร์นรีบเข้ามาช่วยบีมหยิบป้ายแก้ไขข้อความใหม่ “ศิลปะทดลอง : มนุษย์ต่างดาวคือทุกคน” จ๋าโบกมือเรียกเพื่อน ๆ ศิลปะมาร่วมแจมช่วยแต่งเวที
อาจารย์คณบดีมองวงเวทีแปลกใจ “เอ่อ…นี่กิจกรรมอะไรครับ?”
ยุ้ยใจเต้นแรง เฟิร์นรีบตอบแทน “เป็นนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยค่ะ หัวข้อมนุษย์ต่างดาว มุมมองต่อความแปลกใหม่ของสังคม!”
อาจารย์คณบดีเงียบไปอึดใจ เหล่าชมรมศิลปะชูป้ายภาพวาดเอเลี่ยนต่าง ๆ เสียงฮาและปรบมือกระหน่ำ
บีมกับเพื่อน ๆ มองหน้ากันอย่างโล่งใจ ก่อนจะอดขำกับสิ่งที่ตัวเองถลำลึกมาไม่ได้
หลังจบความโกลาหล เฟิร์นเดินเข้ามาหาบีม “ขอบใจนะ มันมีความสุขดีจริง ๆ นะที่ได้เห็นคนกล้าบ้าแบบนี้ อะไรจะเป็นก็เป็น”
บีมหัวเราะเก้อ ๆ “แต่ถ้าไม่มีพวกแก ฉันคงลงไปเป็นโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์มหาลัยแล้ว” ยุ้ยยิ้มกวน ๆ “แกควรดีใจมั้ยเนี่ย”
เอิร์ธหัวเราะเสียงเบา “ถ้าเจอเอเลี่ยนจริง วานถามด้วยนะว่า เขาเชื่อในตัวเองเท่าบีมรึเปล่า”
จ๋ากระซิบ “ปีหน้าคงมีคาบวิชาศิลปะนอกกาแล็กซี…”
บีมยิ้มกว้างสุด “เฟิร์นสนใจมนุษย์ต่างดาวมั้ย ถ้างั้นมาเป็นทีมภารกิจอวกาศกับฉันนะ!”
เฟิร์นหันมายิ้มตอบแบบไม่แน่ใจนัก “เอ่อ…ขอดูตารางเรียนก่อนนะ บีม…” ทุกคนหัวเราะปิดท้ายด้วยรอยยิ้ม บีมยังคงความมั่นใจแบบมั่นเกินเหตุเหมือนเดิม พร้อมเพื่อน ๆ ที่พร้อมหนุน ซ้อนแผน ยุ่งเหยิง ผิดพลาด และรับมือด้วยเสียงหัวเราะเช่นเคย