แก๊งเพื่อนซี้วุ่นวาย: โปรเจกต์โกลาหลบนดาดฟ้า
เสียงระฆังเลิกเรียนยังไม่ทันหยุดดัง เจตน์ก็อ้าปากโวยลั่นกลางทางเดินโรงเรียน “ไอ้โอม! โปรเจกต์เราจะส่งวันไหนนะเว้ย?!” โอมที่กำลังตั้งใจยืนแกะขนม ซาลาเปาอยู่หัวมุมห้องรีบตอบโดยไม่มองหน้า “วันอังคารหน้า…หรือเปล่าวะ? หรืออังคารที่ผ่านไปแล้ว?”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!โมทย์ สาวเท่ผมหน้าม้าแห่งกลุ่ม เงยหน้าจากชั้นหนังสือ จิ้มนิ้วลงไปบนคางตัวเองแบบกำลังคิดหนัก “ใช่! แต่อาจารย์บอกให้ทำอะไรนะ สวนบนดาดฟ้า หรือว่าทำโปรเจกต์ดาดฟ้าให้กลายเป็นสวน?”
เจตน์หันไปหามอญหัว “แล้วสวนบนดาดฟ้า กับดาดฟ้าเป็นสวน มันต่างกันตรงไหนวะ” โอมเคี้ยวซาลาเปา หัวเราะพรืดขำเพื่อน “ถ้ามันไม่เขียว เราก็เอาสีเขียวทาถูกำแพงดาดฟ้าไปก่อนมั้ย”
โมทย์ส่ายหน้าปฏิเสธเสียงแข็ง “ต้องปลูกของจริงดิ! ฉันไลน์ถามอาจารย์ให้” เธอหยิบมือถือ หน้าจอยังเต็มไปด้วย meme หมาหัวเราะจากกลุ่มแชท
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องพักครู อาจารย์หมูทิพย์ประจำวิชาวิทย์ กำลังง่วนกับการจัดแฟ้ม “ทำไมยังไม่มีเด็กสักกลุ่มเริ่มโครงงานเลยนะ หรือว่าเขียนผิดวันในใบงาน?”
ฉากกลับมาที่ดาดฟ้า ขณะที่ทั้งสามกำลังปีนบันไดหนีไฟ โอมหอบกล่องรองเท้าเก่า เจตน์ถือกระถางใบใหญ่ ส่วนโมทย์ลากสายยางยาวเป็นงู คนละอารมณ์และอุปกรณ์ชุลมุน
“ถ้าเราทำเสร็จก่อนกลุ่มอื่น เราจะได้คะแนนความคิดสร้างสรรค์แน่!” เจตน์มั่นใจเต็มสูบ โมทย์ไม่วายปราม “แต่ตอนนี้ฉันยังคิดไม่ออกเลย ว่าต้นอะไรกันแน่ที่ปลูกบนดาดฟ้าแล้วไม่ตาย”
โอมตวัดนิ้ว “ปลูกกระเพราสิ! ไม่มีวันตาย…หรือไม่ก็ขโมยต้นไม้ของห้องพยาบาลขึ้นมา” ทุกคนหยุดนิ่ง มองหน้าโอมอย่างเดียว เจตน์ขบคิด “หรือเราปลูกเบญจรงค์ดี” โมทย์เหนื่อยจะอธิบาย “นั่นมันชื่อแมวบ้านฉัน!”
ทั้งสามลงมือวางแผนอย่างจริงจัง โมทย์จดรายการตลก ๆ ลงในสมุด “1. ลากสายไฟขึ้นดาดฟ้า 2. ขโมยกระถางเก่า 3. ทาสีกำแพงให้เหมือนทุ่งหญ้า” เจตน์หยิบแบงค์ยับมาแจก “เดี๋ยวฉันออกเงินให้คนละสิบ ซื้อดินกับเมล็ด”
กลางดึกคืนนั้น โมทย์อยู่บ้าน คุยกับแม่ “ลูก เอากระดาษแผ่นใหญ่ไปทำอะไรโรงเรียน?” โมทย์ตอบคลุมเครือ “ทำโครงงานค่ะ…ถ้าไม่สำเร็จจะได้เอากระดาษมาปิดไว้”
วันรุ่งขึ้น ทั้งสามนัดเจอกันหลังเรียน เจตน์ลากถุงดินที่หนักเกินตัว โอมซ้อนจักรยานมาพร้อมถุงต้นกล้าหลายต้นแกะไม่รู้ชื่อ โมทย์เอาถุงขนมมาเยอะกว่าดินเสียอีก
ขณะวางของวางแผน เจตน์เพิ่งสังเกตว่าระดับดาดฟ้าฝั่งหนึ่งแฉะ “เฮ้ย โอม พื้นน้ำขังแบบนี้เราต้องปลูกต้นบัวมั้ย?” โอมส่ายหน้า “แค่ประตูชั้นล่างมีกุญแจสองอันก็พอแล้ว” (ไม่มีใครเข้าใจความเชื่อมโยงแต่ก็ไม่มีใครขัด)
ระหว่างเริ่มขุดกระถางดินกองแรก กลุ่มป้าแม่บ้านเปิดประตูดาดฟ้าเข้ามาเห็น “ปลูกอะไรกันกลางวันแสก ๆ เดี๋ยวฟ้องรอง ผอ.! เดี๋ยว– เอ๊ะ ขนมอะไรเยอะแยะ!”
โมทย์รีบแก้สถานการณ์ “ป้า! มาลองขนมมั้ยคะ รสธรรมชาติ ปลูกได้จริงบนดาดฟ้า!” ป้าคว้าขนมเข้าปาก แล้วยิ้ม “ถ้าแบ่งขนมให้ทุกวัน ป้าจะไม่ฟ้อง!”
เสียงโทรศัพท์เข้า โมทย์รับสาย รีบบ่นกับอาจารย์ “ค่ะอาจารย์ สวนดาดฟ้าเป็นโครงการนวัตกรรม…ค่ะเอาต้นอะไรดีนะ? อ๋อ ต้นอะไรก็ได้? ค่ะ เอาดอกไม้ได้มั้ยคะ…แบบพลาสติก?”
เจตน์แอบคุยกับโอมข้าง ๆ “ถ้าเราเอาต้นไม้ปลอมวางหลบ ๆ คิดว่าครูจะดูออกมั้ย?” โอมเกาหัว “ถ้าครูดูออกก็ปิดธูปเลยพวกเรา”
ในจังหวะที่ทุกคนกำลังคุยกันเสียงดัง อาจารย์หมูทิพย์เดินขึ้นบันไดมาโดยไม่ได้ตั้งใจเห็นความอลหม่านครบชุด “เด็ก ๆ! ที่นี่มันใช่ที่จัดสวนมั้ยนี่!”
ทั้งสามรีบกราบลาขอโทษยกใหญ่ ต่างคนต่างอ้างเหตุผลปนเปหาที่ไม่ตรงกัน “หนูจะปลูกเพื่อประโยชน์ของโรงเรียนค่ะ!” เจตน์โพล่ง “เพื่อระบบนิเวศน์ครับ!” โอมตามน้ำ “เพื่อความเย็นดาดฟ้า!”
อาจารย์หมูทิพย์ถอนหายใจแรง “ถ้าไม่อยากให้ได้เกรด 0 จริง ๆ กลับไปวางแผนแล้วทำใหม่ เสาร์นี้มาให้พร้อมนะ”
หลังเหตุการณ์วุ่นวายวันนั้น กลุ่มเพื่อนซี้กลับมารวมตัวกันอีกในห้องสมุด เจตน์เริ่มรู้สึกกังวล “ฉันว่านี่ต้องโทษไอ้ข้อสองในลิสต์แก โมทย์…” โมทย์แอบกลอกตา “แล้วใครเป็นคนบอกให้ขโมยต้นไม้ห้องพยาบาลฮะ?” โอมยักไหล่ “ก็ถ้ามันรอดบนโต๊ะพยาบาลได้ มันก็ต้องรอดบนดาดฟ้าสิ!”
ทุกคนพยายามคิดแผนใหม่อย่างตั้งใจ โมทย์เสนอ “ลองสอบถามคุณลุงคนสวนไหม?” เจตน์ตอบ “เมื่อวานโน้นฉันไปถามแล้ว ลุงบอกปลูกถั่วงอกสิ งอกไว ให้คะแนนไว…”
โอมพ่นลมหายใจ “เอาวะ! งั้นโปรเจกต์เราคือ ‘สวนถั่วดาดฟ้า’!” เจตน์เสริม “แล้วให้โมทย์วาดป้ายสวย ๆ ไปโชว์อาจารย์!” โมทย์กระซิบในใจ ‘ฉันเป็นสาวสายอาร์ต ไม่ใช่สาวสายเขียว…’
เสาร์เช้า ทั้งสามหอบหิ้วอุปกรณ์สารพัดขึ้นไปดาดฟ้า รวมทั้งเมล็ดถั่วเขียวซองใหญ่ เจตน์หมดแรงลากกระถาง โอมเงอะงะหกน้ำรดสนามเทียม โมทย์ทาอายไลเนอร์เลยดูดำกว่าต้นถั่วจริง ๆ เสียอีก
เริ่มตั้งถาดปลูก โอมราดน้ำผิดเป็นกระถางสีของโมทย์ ดินเฉอะแฉะขึ้นเรื่อย ๆ ได้กลิ่นคาวฉุนลอยมา เจตน์สงสัย “ใส่ปุ๋ยอะไรนะโมทย์?” โมทย์ตอบเรียบ ๆ “ก็ขี้ไก่ไง อยากให้งอกเร็ว” โอมทำหน้าซีด “แต่บนถุงมันบอก ‘ขี้ไก่สำหรับต้นไม้กลางแจ้ง’…” เจตน์แซว “บนนี้ดาดฟ้า กลางฟ้ากลางแจ้งสองเท่า!”
ความเข้าใจผิดบานปลายอีก เมื่อลุงคนสวนขึ้นมาตรวจ เจอถั่วงอกขาวเต็มกระถาง ท่ามกลางสายลมแรง ลุงถาม “จะปลูกถั่ว เอาถังขยะมาทำไม?” เจตน์รีบตอบ “ไว้เก็บฟางค่ะ เอ้ย! ครับ!” ทุกคนหัวเราะกร่อย ๆ
อาทิตย์ถัดมา ต้นถั่วงอกเกือบตายจากลมแรง โมทย์เอาเชือกว่าวมาผูกขึงรอบกระถาง เจตน์ตั้งกล่องไม้ทำเป็นที่กั้นลม โอมเอาถุงพลาสติกครอบตันเหมือนหมวกกันน็อก มองดูเหมือนแรดปลูกถั่วมากกว่าสวนจริง ๆ
โปรเจกต์สวนดาดฟ้าเริ่มเสียทรงอย่างแรง เจตน์นั่งลงถอนหายใจ “ไม่ไหวแล้วเว้ย! ถ้าครูถามว่าเราใช้แนวคิดอะไรดี?” โอมเสนอ “ตอบไปว่า ‘สวนต่อชีวิตต่อความฮา’…”
ในห้องพักครู อาจารย์หมูทิพย์กับรอง ผอ. นั่งคุยกัน “กลุ่มของเจตน์น่าสนใจทุกปี แต่ปีนี้เหมือนจะวุ่นกว่าทุกทีนะ” รอง ผอ. ถึงขั้นจดรายงานแยกต่างหาก ‘เหตุวุ่นวายสวนดาดฟ้า’
ระหว่างวันนำเสนอโปรเจกต์กลุ่ม เจตน์แต่งตัวเป็นหัวหน้าคนสวนแบบสุดทาง โมทย์ถือป้ายสีเขียว ปิ๊งไอเดียใหม่ว่าให้ห้อยต้นไม้พลาสติกระหว่างส่งงาน โอมแอบซ่อนขนมแจกกรรมการแถมในกล่องต้นไม้
อาจารย์ถาม “คอนเซ็ปต์สวนดาดฟ้าพวกเธอคืออะไร?” เจตน์ยิ้มแถ “โครงการนี้…เน้นการอยู่รอดแบบรวมหมู่ ไม่ว่าจะลม แดด หรือมือคน!” โมทย์เสริม “กับมิตรภาพบนความวุ่นวายค่ะ!” โอมตบท้าย “กับขนมหมดอายุครับ!”
เสียงหัวเราะพร้อมรอยยิ้มจากครูและเพื่อน ๆ ทั้งห้องจบลงด้วยคำชม “อย่างน้อย…ต้นไหนตายก็ยังเหลือต้นมิตรภาพอยู่นะ” กลุ่มเพื่อนซี้จ้องหน้ากันแล้วหัวเราะอย่างโล่งใจ
หลังเลิกเรียน เจตน์เดินมาโอบไหล่เพื่อน “แก ถ้าโปรเจกต์ต่อไปขอปลูกต้นไม้ข้างสนามฟุตบอลได้มั้ย?” โมทย์หัวเราะ “ขอเป็นโปรเจกต์ขนมปลอดภัยบนดาดฟ้าแทนแล้วกัน” โอมหยิบขนมเหลือในกล่องออกมา “ดูสิ ของแจกกรรมการยังเหลือ” เจตน์แซว “เดี๋ยวจะปลูกไว้เป็นขนมดาดฟ้ารุ่นต่อไป!”
ทั้งสามเดินลงบันไดลับ ๆ หัวเราะกันต่อ สุดท้ายทิ้งท้ายด้วยเสียงลุงคนสวนตะโกนเรียก “อย่าลืมเอาถังขยะคืนด้วย!” เสียงเพื่อนทั้งสามตอบพร้อมกัน “รับทราบ!” แล้วหัวเราะโยนถุงดินกลับขึ้นดาดฟ้าอีกครั้ง
ในที่สุด โปรเจกต์ที่เริ่มด้วยความมั่นใจแต่ไม่มั่นใจ กลายเป็นเรื่องราวมิตรภาพอบอุ่นที่มีเสียงหัวเราะติดตัวไปจนวันจบการศึกษา