แก๊งค์หอน้ำหวานป่วนโลกหอ
เสียงร้องแสบแก้วหูดังฝ่าเช้าวันอาทิตย์ “ไผ่! มด! พวกนายได้ยินมั้ย! มีอะไรนะในห้องน้ำหญิง ตื่นกันบ้างสิ!” น้ำหวานตัวเล็กจอมแก่นเขย่าเตียงเหล็กสองชั้นสุดแรง “ชั้นจริงจังนะ มันต้องมีอะไรแน่ ๆ ฉันได้ยินเสียงแปลก ๆ เหมือน…เสียงลากเก้าอี้ เหมือนผี!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ไผ่ หนุ่มหน้าเนิร์ดหัวฟู พยายามลืมตาแต่ยังไม่พ้นความฝัน เดินมาชนขากางเกงมดอย่างแรง “ผีอะไร น้ำหวาน ฝันกลางวันอีกละ ใจเย็น ๆ นี่หอใหม่ไม่ใช่หอร้าง”
มด เพื่อนผิวเข้มสุขุม ผู้มีความคิดแบบวิทย์ ๆ พูดช้าแต่ไม่ถอย “น้ำหวาน พี่รปภ.เพิ่งเปลี่ยนไฟหอใหม่นะ ผีนี่ใช้ไฟอะไรเหรอ?”
น้ำหวานหน้าเจื่อน “แหม ก็ใครจะไปรู้! ฉันแค่รู้ว่าฉัน…กลัว! ไปกันเถอะ ไปดู!” เธอจูงแขนมดโดยไม่รอใคร มดถอนหายใจแต่เดินตาม ส่วนไผ่พึมพำ “ถ้าผีจริงชั้นขอย้ายหอก่อนน้องทุกคนเลย…”
ถึงห้องน้ำหญิง ประตูปิดสงัด น้ำหวานกลั้นหายใจ มดถือกระบอกน้ำ (ไว้เผื่อเจอผี) ไผ่แอบอยู่ข้างหลัง ไม่ทันไรในจังหวะเงียบกริบ เสียงโทรศัพท์สั่นบนพื้นข้างห้องน้ำ ไผ่ร้อง “โอ้ย! ตกใจหมด!” น้ำหวานรีบเปิดประตู พบแต่โทรศัพท์ตกบนพื้น ถัดไปมีรอยน้ำเปียกเลอะเทอะและกระดาษชำระกองหนึ่ง
“นี่ไง! รอยเปียกที่คล้าย…เลือด!” น้ำหวานชี้ แต่ไผ่ดึงแว่นขึ้นมาส่อง “รอยน้ำส้ม น้ำหวาน…นายไม่กลัวข้อสอบวิชาสถิติมากกว่าน้ำผีหน่อยเหรอ?” น้ำหวานแยกเขี้ยว “เดี๋ยวคอยดู ถ้าจะมีอะไร…มันก็จะมีคืนนี้ล่ะ!”
บ่ายวันเดียวกัน ณ ห้อง 302A สามเพื่อนซี้รายงานเหตุการณ์ให้ป้าแป๊ะแม่บ้าน ป้าหัวเราะ “หมดรอบเนอะเด็กสมัยนี่ ผีอะไรกลัวน้ำส้มล่ะลูก!” มดเสริม “แต่ถ้าไม่มีใครพักห้อง 208 ชั่วโมงนี้ อาจมีอะไรซ่อนอยู่ได้” น้ำหวานถามป้าต่อทันที “ป้า มีใครอยู่ห้องนั้นมั้ย? ได้ข่าวว่าดึก ๆ มีเสียงคนตะโกน…”
ป้าทำหน้าคิดหนัก “ห้องนั้น…นานแล้ว ไม่มีใครอยู่มาสองเดือน รูมเมทคนล่าสุดขนของออกไปตั้งแต่สอบปลายภาค”
ไผ่ จู่ ๆ ก็ดูตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนเจอข้อสอบฟิสิกส์ “หรือ! จะเป็นที่มาของผีห้องน้ำ? คนสมัยก่อนไปขนของตอนตีสาม กลับผิดเวลารึเปล่า?” น้ำหวานหน้าซีด มดทำหน้าเหมือนจะกลั้นหัวเราะ ใจหนึ่งกลัวแต่ใจหนึ่งชอบเรื่องท้าทาย
คืนนั้น แก๊งค์สามคนรวมหัวกันวางแผนจะพิสูจน์ให้ได้ ว่าเสียงลึกลับในห้องน้ำคืออะไร ไผ่พกถุงใส่แป้งเอาไว้โปรย(กันผี) น้ำหวานถือไฟฉายแบบกำลังจะไปถ่ายวีดีโอป่า ส่วนมด…พกเครื่องวัดอุณหภูมิ (เอามาจากแลปชีวะด้วย) “เราจะแบ่งหน้าที่นะ ไผ่กับน้ำหวานเฝ้าห้องน้ำ ฉันตรวจประตูห้องว่าง เจออะไรรีบแจ้ง แอปกลุ่มด้วย”
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง เสียงส่งข้อความจากไผ่ “ได้กลิ่นน้ำส้มจากในห้องน้ำอีกแล้ว!! หรือมันจะเป็นกลิ่นวิญญาณเศร้า?” น้ำหวานหน้าเครียด มดบ่น “ที่แท้มันเป็นกลิ่นน้ำส้มจริง ๆ ไหมเนี่ย…” แต่เธอก็เดินไปตรวจที่หน้าประตูห้อง 208
อยู่ ๆ ไฟฉายดับ น้ำหวานกรี๊ดลั่นซะดังจนป้าแป๊ะถึงกับวิ่งขึ้นบันได “อะไร!” ป้าแป๊ะเปิดไฟให้เห็นเต็มตา – รูมเมทกลุ่มใหม่กำลังย้ายของเข้าห้อง 208 เด็กสาวผมเปียสองกำลังซ่อมผ้าม่านที่ล้ม มีกลิ่นน้ำส้มโชยเต็มตึกเพราะเธอทำขวดน้ำส้มหก
“ฉันขอโทษนะคะ เพิ่งย้ายของ แล้วน้ำส้มเหมือนจะพลิกขวด…ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ” เด็กใหม่ออกตัวดูเก้ ๆ กัง ๆ
น้ำหวานถอนใจเฮือกใหญ่ “สรุป…ผีที่อยู่หอคือ…ขวดน้ำส้ม!” ป้าหัวเราะเสียงดัง “สมกับเป็นน้ำหวานจริง ๆ”
แต่ปัญหาไม่ได้จบง่าย ๆ เพราะเพื่อนใหม่เข้ากลุ่มไม่ได้ ลูกกวาดหรือกวาด (ชื่อเล่นของเด็กใหม่) เป็นคนขี้อาย พูดน้อย และไม่ค่อยกล้าเข้าหาใคร โดยเฉพาะมดกับไผ่ที่สุ่มเสี่ยงจะเล่นมุกแปลก ๆ ได้ตลอด
ไผ่เริ่มยุให้มดแกล้งน้ำหวานด้วยการแปะป้าย “โปรดเกรงใจผีน้ำส้ม” หน้าแต่ละห้อง แต่น้ำหวานเป็นคนเดียวที่เชื่อจนหลอน ไม่ยอมออกจากห้องหลังสี่ทุ่ม ไผ่กับมดเริ่มเถียงกันเรื่องมุกจะแรงไปมั้ย ขณะที่ลูกกวาดงงว่ามุขผีน้ำส้มคืออะไรกันแน่ เธอคิดว่าเป็นกฎของหอพัก ว่าใครกลับช้าต้องเลี่ยงผีน้ำส้ม…
ก่อนเรียนวันแรกของลูกกวาด เพื่อนทั้งสามตั้งใจพาไปกินข้าวแก้เก้อ แต่น้ำหวานกลับจ้องลูกกวาดแบบเคลือบแคลงใจ “ลูกกวาด…เธอว่าผีน้ำส้มจะอยู่ห้องนี้นานไหม?” ลูกกวาดตอบด้วยความซื่อ “อยู่สิ ถ้ายังมีคนทำน้ำส้มหกอยู่ทุกวัน”
มดทำท่าขรึม “น้ำหวาน เธอเลิกเชื่อเรื่องผีส้มเถอะ ปวดหัวแทนหอ! ว่าแต่…คืนนี้จะเล่นบอร์ดเกมส์กันมั้ย?”
ไผ่กลับทำหน้างุนงง “เดี๋ยวก่อน ใครกินน้ำส้มในห้องนี้ทุกวันเนี่ย? หรือว่าสุดท้าย…ผีก็ยังอยู่?”
เต็มที่กับความวุ่นวายแสนวุ่น มุกซ้อนเข้าใจผิดแบบแทบจะไม่จบไม่สิ้น จนน้ำหวานวางแผนจะสารภาพกับทุกคนว่า ตัวเธอต่างหากที่เป็นต้นเหตุสาดน้ำส้มในห้องน้ำเพื่อพิสูจน์ทฤษฎีผีของตัวเองก่อนหน้านี้!
แต่ไม่ทันที่น้ำหวานจะพูดอะไร ป้าแป๊ะก็มาปรากฏตัว “เด็ก ๆ อะไรแปลก ๆ ในหอนี้ ไม่มีหรอก มีแต่เด็ก ๆ เท่านั้นแหละที่สร้างเรื่อง” ทุกคนหัวเราะ ยกเว้นน้ำหวานที่หน้าแดง “เอ้า มด ไผ่ ลูกกวาด ไปช่วยน้ำหวานล้างคราบน้ำส้มกันหน่อย”
หลังปฏิบัติการล้างน้ำส้ม ไผ่สารภาพ “ที่จริง…ฉันก็แอบโปรยแป้งไว้ใต้ประตูเมื่อคืน กลัวไม่มีผี!” มดแกล้งพูดเสียงเข้ม “ถ้าตราบใดที่มีน้ำหวานกับไผ่อยู่ที่นี่ ผีคงไม่กล้าย้ายเข้าแน่ ๆ”
ลูกกวาดหัวเราะเบา ๆ “แต่ถ้ามีผี ฉันว่าต้องเป็นผีซวยแน่ ๆ เจอแต่เด็กแปลก ๆ”
แต่ละคนต่างสารภาพเรื่องที่เข้าใจผิดตัวเองจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ มองหน้ากันทีไรก็ขำแต่เพื่อนใหม่รู้สึกอบอุ่น เพราะทุกสิ่งที่ดูวุ่นวาย กลับกลายเป็นเรื่องธรรมดาในหอที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
“ต่อไปนี้ ใครเจออะไรแปลก ๆ อีก…บอกกันตรง ๆ เลยนะ!” น้ำหวานสรุป แล้วทุกคนก็พร้อมเพรียงกันหัวเราะ สุดท้ายหอพักที่ดูหลอนในตอนแรก กลายเป็นบ้านเล็ก ๆ ของแก๊งค์เพื่อนซี้ที่เข้าใจกันมากขึ้น… แม้จะยังมีมุก ‘ผีส้ม’ วนอีกหลายรอบก็ตาม
กลางค่ำคืนต่อมา มีเสียงลากเก้าอี้แบบเดิม… ไผ่เดินออกมาแล้วพูดกลับเข้าไปในห้อง “น้ำหวาน…รอบนี้ห้ามเคาะห้องตอนตีสองนะ เดี๋ยวป้าช็อก!” ทุกคนหัวเราะเบา ๆ ก่อนปิดไฟ ไฟที่ไม่เคยดับลงสำหรับเรื่องราววุ่น ๆ ประจำหอพักน้ำหวาน