ภารกิจสุดกวนของแก๊งหอ 4/7
เสียงนาฬิกาดิจิตอลในหอพักตีบอกเวลา 22:00 น. ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบหลังมื้อเย็น ทันใดนั้นเอง กลิ่นบางอย่างลอยมาตามลมเย็น ผ่านช่องทางหน้าต่างห้องรวมของหอ 4/7
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“กลิ่นบ้าอะไรเนี่ย ไข่เน่ารึเปล่า!” อิฐ—เด็กหนุ่มผู้เชื่อมั่นในดมกลิ่นตัวเองเหนือชะตาชีวิต ลุกขึ้นยืนแล้วทำท่าตรวจตราเหมือนนักสืบผู้รอบรู้
มีน—หนุ่มเงียบขี้กังวล คลำจมูกตัวเองด้วยความรังเกียจ “เมื่อวานที่นายลืมรองเท้าเปียกไว้หน้าห้องใช่ไหม?”
แก้ว—สาวมั่นผู้ปากกล้า เอาหมอนปิดหน้า ร้องลั่น “อิฐ! รบกวนเก็บของกินที่เหลือยัดไว้ใต้เตียงด้วย ใกล้สิ้นปีแล้วกลิ่นปีที่แล้วก็ยังกล้าคลานกลับมา!”
แชมป์—สมาชิกเก็บตัว ผู้จ่อมอยู่หน้าหน้าจอโน้ตบุ๊ก แต่อดแอบดมกลิ่นไม่ได้ “พวกนาย จะว่าไป… ฉันได้กลิ่นอายของ…ฟอร์มาลีนไหมอ่ะ?”
“มุกห่วยแตก ฟอร์มาลีนอะไร กลิ่นนี่คือ ‘กลิ่นความฉิบหาย’ ต่างหาก!” อิฐสวนทันที ทุกคนชะงักไปหนึ่งจังหวะ ตามด้วยเสียงหัวเราะเล็กๆ ดีดกลับมา
“โอเค! เราต้องหาว่ามันมาจากไหน ไม่อย่างนั้นไม่มีทางได้นอน!” แก้วประกาศ พลังกระหายชัยชนะเฉพาะกิจผุดขึ้นมาแบบฉับพลัน
“แล้ว…ใครจะเป็นคนเดินตรวจรอบตึก?…” มีนถามเสียงเบาๆ สีหน้ากังวลจริงจังราวกับเป็นคดีฆาตกรรม
“งั้นก็จับฉลากเลย!” อิฐพูดทันควัน ชักจะสนุก
แก้วคว้ากล่องตลับยาเปล่ามาใส่กระดาษ ฉีกใส่ชื่อทุกคน ท่ามกลางบรรยากาศระทึกที่เหมือนจะเอาจริง จริงบ้างไม่จริงบ้าง
คนแรก…แชมป์
แชมป์ถอนหายใจยาว แต่ก็ลุกขึ้น “อย่าเถียง เดี๋ยวผมไลฟ์สดอีกทีจะร้องไห้ให้ฟัง” ทุกคนหัวเราะเพราะไม่มีใครคิดว่าแชมป์จะกล้า เดินออกไปทั้งๆ ที่ยังสวมหูฟัง
ไม่นานเสียงแชมป์กลับมา “เฮ้ยๆๆๆ มีแมวเดินวนหน้าห้องเตรียมขู่ผมอยู่นี่—โอ๊ย!” เสียงวุ่นวาย แต่มันกลับเบิกบานเหนือสิ่งอื่นใด
“แมวก็ไม่น่าใช่ปัญหาอะไรรุนแรงมั้ง…” มีนเริ่มเย็นใจขึ้น แต่แล้วกลิ่นกลับแรงกว่าเดิม
“นี่! มันมีกลิ่นอะไรไหม้ๆ ได้อีก!” แก้วลุกขึ้นเร็ว
อิฐมองไปที่มีน “มีน เมื่อกี้นายเสียบหม้อหุงข้าวอุ่นข้าวทิ้งไว้ด้วยรึเปล่าวะ?”
มีนหน้าเสียทันที “ลืมปิด… เดี๋ยวๆๆ!” รีบวิ่งออกไปอย่างลนลาน ทั้งห้องเงียบในจังหวะหายใจรอ
กลับเข้ามาก็ส่ายหัว “ข้าวรอด…แต่กลิ่นนี่รุนแรงกว่าเดิมอ่ะ เอ๊ะ…หรือจะเป็นอิฐ?”
“เดี๋ยวนะ ฉันว่าเราเริ่มคิดมากละ” แชมป์เดินกลับมานั่งลง “ทุกคนต่างคิดเองเออเองหมดเลย นี่เราแค่ใส่ใจกันเกินเหตุมั้ง?”
ทันใดนั้น มีเสียงเคาะประตู ‘ตึกๆๆ’ ทุกคนหันไปมองด้วยความระแวง
“แมว…ใช่ไหม?” อิฐพูดเบาๆ
แต่ประตูเปิดออก เป็นพี่ดูแลหอพัก พี่เป๋—คนจริงใจแต่พูดจาเหมือนบ่นโลก
“เสียงดังอะไรกัน กลิ่นนี่อะไรกันทั้งชั้น!?”
กลุ่มพวกเขามองหน้ากัน เป็นจังหวะเงียบที่เต็มไปด้วยความแป๋วพร้อมกัน
“เรากำลังช่วยกันหา…เอ่อ…ที่มาของกลิ่นค่ะ” แก้วตอบรัวๆ ใบหน้าประหม่าเป็นประวัติการณ์
พี่เป๋เหล่มองทั้งกลุ่มแล้วดมจมูกตัวเองฟืดใหญ่ “เมื่อคืนลืมเอาขยะรวมไปทิ้งกันสินะ?”
ทุกคนหันมามองอิฐทันที
อิฐโวยวาย “เมื่อวานฉันต้องไปส่งงานวิชาเศรษฐกิจ! แล้ว…”
พลันมีแมวตัวเดิมเดินโผล่มาและกระโดดไปบนถังขยะใกล้หน้าห้องแล้วผลักถุงหนึ่งหล่นลงมาแตกต่อหน้า กลิ่นฟุ้งขึ้นมาอีกระลอก—นี่เอง!
พี่เป๋ถอนหายใจ “คราวหลังช่วยเวรใครเวรมันนะ” แล้วเดินจากไป
ทุกคนพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่พร้อมๆ กัน ราวกับเป็นกองทัพที่เพิ่งผ่านศึก
“อิฐ นายต้องล้างถังขยะพรุ่งนี้แต่เช้านะ!” มีนคาดโทษ ทว่าอิฐยังแกล้งทำท่าเป็นกัปตัน “รับทราบ อุดมการณ์เพื่อส่วนรวม!”
“แก้ว ไปหยิบสเปรย์แฟบริซที!” แชมป์สั่ง น้ำเสียงประชด
แก้วเดินออกไป ยังมีเสียงไล่หลังจากอิฐ “ขอซักสองสามปั๊มแบบไม่ต้องกลัวของหมดนะ!”
ขณะที่ทั้งกลุ่มกำลังรวมตัวกันเปิดพัดลมดูดยุง เปิดเพลงเบาๆ แก้วกลับเดินเข้ามาพร้อมขวดที่หมดอายุแล้ว…
เสียงเครื่องดูดกลิ่นตีกับกลิ่นแฟบริซหมดอายุกลายเป็นความป่วนรอบใหม่
ทุกคนพร้อมใจเอาผ้าปิดปาก หัวเราะเหนื่อยๆ แล้วจับกลุ่มคุยเรื่อยเปื่อยในความสามัคคีง่วงงุนแบบคืนนี้
“จริงๆ เรื่องกลิ่นไม่จบสักทียังดีกว่าไม่มีใครคุยกัน” มีนพูดเบาๆ แต่ทุกคนรู้สึกได้—คำพูดธรรมดาที่ซ่อนความอบอุ่นไว้
แชมป์หัวเราะ “เดี๋ยวพรุ่งนี้จะหาคนใหม่มาช่วยดม เลย!”
“ไม่เอาแล้ว! ปีหน้าจะย้ายออกไปนอนคนเดียว!” แก้วประชดแต่ยิ้มกลั้นขำ
เสียงหัวเราะยังดังก้องในหอพัก 4/7 ในค่ำคืนสุดป่วน เรื่องกลิ่นจบแล้ว แต่เรื่องเพื่อน…ไม่มีวันหมด