ในมือแห่งความรัก
ในยามเช้าที่แดดอ่อนๆ สาดแสงลงมาบนถนนในเมืองใหญ่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความหวังที่ซ่อนอยู่ใต้การเร่งรีบของผู้คนที่ต้องทำงานและเรียนหนังสือ เด็กหนุ่มชื่อว่า ‘โยชิ’ กำลังนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟเล็กๆ ที่มีเสียงเพลงฮิตผสมเปรี้ยวหวานจากวิทยุ เขาหยิบแปรงสีฟันในกระเป๋าขึ้นมา และมองไปที่รูปร่างของตัวเองในกระจกฟิล์ม ไม่มีอะไรผิดพลาดกับภาพสะท้อนของเขา แต่ว่าในใจกลับรู้สึกเหมือนกับว่าสิ่งที่เขาฝันจะไม่มีทางเป็นจริงได้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!วันแรกของเทอมใหม่ที่โรงเรียนมัธยมชายล้วนมีเสียงรบกวนเกิดขึ้นเต็มไปหมด โยชิเดินเข้าห้องเรียนอย่างมั่นใจ แต่ในใจเขากลับมีแรงกดดันจากการที่ต้องทำให้ครอบครัวของเขาภูมิใจ โดยเฉพาะพ่อที่เคยเป็นนักกีฬาโอลิมปิก แต่เขากลับเลือกที่จะเรียนศิลปกรรม หนุ่มที่มักจะขบคิดอยู่เสมอว่าสิ่งที่ตนรักนั้นถูกหรือผิด
เมื่อต้องเห็นเพื่อนร่วมชั้นที่มีสายตาเชิงบวก และต้องแสดงออกถึงความมั่นใจจนเกือบทุกคนมองเห็นแสงของอนาคต โยชิก็อยากที่จะทำแบบนั้นเช่นกัน แต่เมื่อเขาได้พบกับ ‘มีนา’ สาวน้อยผู้มีพรสวรรค์ในด้านการแสดงคนหนึ่ง ชีวิตของเขากลับพลิกผันออกไปจากโลกที่เคยนึกฝัน สายตาของมีนาช่างดึงดูด พร้อมกับความขันขำนั้นทำให้เขารู้สึกถึงความสงบในใจ บางครั้งมีนาชอบมานั่งที่ร้านกาแฟเดียวกันกับเขา พวกเขามักจะแบ่งปันความฝันและประสบการณ์เกี่ยวกับความรักที่ซับซ้อนในวัยอันน้อยนั้น
เมื่อเพื่อนคนหนึ่งเล่าเรื่องรักแรกให้ฟัง ก็เกิดกระแสโฟกัสไปที่ ‘โยชิ’ ที่มีมีนาอยู่ข้างกัน โดยที่วาจาของคนรอบข้างเริ่มมีเสียงแซวจึงทำให้โยชิรู้สึกไม่พอใจนัก เขามักจะชอบส่งสายตาเป็นระยะสั้นๆให้มีนา เพื่อซ่อนความรู้สึก แต่เมื่อมีนาบอกว่าเธอก็มีคนที่สนใจอยู่แล้ว ราวกับว่าสิ่งที่โยชิพยายามสะกดทั้งตัวและหัวใจเริ่มจางหายไป ทำให้เขาไม่อยากให้เธอเห็นเขาอย่างไร้ค่า
ต่อมาเหตุกาณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อเย็นหนึ่งที่โรงเรียน มีนาถามโยชิว่าอยากร่วมเสนอผลงานการแสดงที่โรงละครในเมืองหรือไม่ ความรู้สึกผิดที่เคยปรากฏให้เห็นเริ่มเบาบางเมื่อเขาตอบตกลงไป แต่ด้วยความกังวลที่ว่าอาจจะไม่มีเวลาทำการบ้านกลายเป็นสองทางเลือกที่เขาต้องเลือก การเดินต่อไปของโยชิจึงกลายเป็นเรื่องท้าทายที่เขาจะต้องตัดสินใจให้ดี
ท่ามกลางการซ้อมและการเตรียมงานที่ยังมีความเครียดจากการสอบ และแรงบีบจากครอบครัวที่ยิ่งทำให้สับสน เมื่อโยชิรู้ว่าความฝันทั้งสองอย่างจะต้องแย่งชิงกันระหว่างการแสดงและความคาดหวังจากพ่อ แกนกลางของชีวิตเขาถูกผลักให้อยู่อย่างไม่แน่นอน ยิ่งเขาเติบโตอย่างไร้ที่พึ่ง มีนาก็เห็นถึงความวิตกของโยชิและอ้างว่าเธอเองก็สู้แข่งกับคำนิยามของความสำเร็จ
การแสดงที่ใกล้เข้ามา ในคืนหนึ่งเมื่อต้องซ้อมทั้งคืน แต่กลับมีแรงกดดันทางจิตใจที่ทำให้โยชิไม่สามารถต่อสู้กับความคาดหวังของตนเองและครอบครัวได้ มีนาได้ยินเสียงโยชิร้องไห้ออกมาจากหลังเวที เมื่อไปถึงพบว่าเขานั้นนั่งกอดเข่าอยู่กับพื้นชั้น และมีนานั่งข้างๆ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ มีนาบอกว่า “บางครั้งเราต้องทำในสิ่งที่ใจเรียกร้องแม้จะเป็นเรื่องที่พวกเขาต้องการ” ไม่กี่วันหลังจากการสนทนาเชิงลึกนั้น ทั้งสองกลับไปอยู่บนเวทีพร้อมหน้ากันอีกครั้ง สร้างผลงานการแสดงที่มีค่าเต็มไปด้วยพลังใจและอารมณ์
คืนวันแสดงนั้น ทั้งโยชิและมีต้องเผชิญหน้าเข้ากับความกดดัน แต่เมื่อถึงเวลามีการแสดง ที่ตั้งใจไว้ ผลงานที่ทั้งคู่สร้างสรรค์กลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง ขณะที่กลางทางการแสดงทั้งโยชิและมีนาหลงใหลในเสียง applause ที่ดังสนั่น
แต่เมื่อจบการแสดง สิ่งที่โยชิทำให้พ่อผิดหวังได้ปรากฏตามมา เขาต้องเผชิญหน้ากับความไม่พอใจจากพ่อที่ต้องการให้เขาเลือกการเรียนที่เขาคาดเคยลงให้ตรงกับผลลัพธ์ที่ออกมา
โยชิรู้ว่าความรักที่เขามีกับมีนานั้นไม่มีวันเรียบง่าย การเดินหน้าไปในเส้นทางที่หลากหลายสีสันและมีความหมาย กดดันที่เขาเคยร่ำร้องออกไปได้หายเป็นความเข้าใจใหม่ แต่การเสียสละของโยชิ คือการที่เขาจะต้องเดินจากไปในคราบกิเลสที่ลดลง
ดวงดาวถูกโยนให้คว้าในคืนที่เต็มไปด้วยเปล่งประสาน ความจริงที่เขาค้นกลับไม่สามารถเอาใจใส่ได้ทุกคนที่รัก ที่มีนารับรู้ว่าเขาถูกล้าเลิก แต่การเดินจากไปทั้งสองคือการเดินข้างหน้า โยชิไปยังที่สูงในเวลาที่นับถือ มีนาบอกว่า “เราจะเจอกันในอนาคต อย่าหยุดสิ่งที่ใจเรียกร้อง”
จากกราฟชีวิตซุกซ่อนความรักและความหลงใหลนั้นแล้ว แสงสีที่แผลอาจจะเกิดขึ้นจากการจากลา จะอยู่ในมือแห่งความรัก แล้วเปิดเฝ้าดูความหวังของชีวิตเราอีกครั้งในแต่ละวันกลายเป็นความสวยงามในวังวนของเวลา