ห้องสมุดเสียงกระซิบ
เปรมเดินเข้าไปในโถงห้องสมุดศิลป์เก่าแก่ของมหาวิทยาลัย ท่ามกลางแสงอาทิตย์บ่าย ลายไม้สลักโบราณไล่กรอบหน้าต่างดูแปลกตา เพื่อนๆ ในชมรมวรรณศิลป์นั่งซ้อนกันเงียบลึกถึงใจ เปรมกวาดตา เขาเห็นดารินนั่งอ่านหนังสือเก็บตัวอยู่ ตามด้วยตะวันและเนตรที่กำลังถกเถียงกันเบาๆ เรื่องนิยายแฟนตาซีที่ยืมมา เสียงขูดขีดปากกาบนกระดาษดังคล้ายเสียงกระซิบลมอะไรสักอย่าง เปรมลังเลนั่งลง ปลายนิ้วสัมผัสโต๊ะเย็นในความนิ่งงัน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ทำไมชอบมาที่นี่นักวะ? หรือจะมีผีจริงๆ?” ตะวันแซวดาริน เสียงของเขาสั่นปนขำ เปรมหัวเราะแห้งๆ เขาไม่กล้าบอกใครว่าเคยได้ยินเสียงประหลาดมาสามครั้งแล้ว คืนก่อนยังกระพริบตาไล่เงาลางๆ ตามระเบียงบนชั้นหนังสือ
เนตรกรอกตา “ถ้ามีฤษีปู่ย่าอะไรแถวนี้คงอาละวาดไปแล้ว!” แต่ท่ามกลางความเฮฮา เปรมก็รู้สึกเหมือนเสียงกระซิบเย็นๆ นั้นวนกลับมาอีก เขาหันเร็ว เห็นเพียงชั้นหนังสือว่างเปล่า
ดารินลุกขึ้นเดินแทรกผ่านผู้คน เธอบังเอิญเหยียบสมุดบันทึกปกดำหล่นบนพื้น หนังสืองานศิลป์โบราณเล่มใหญ่ตกกระแทกเสียงดัง ทุกสายตาหันมาที่เธอ ดารินหน้าแดง รีบก้มเก็บสมุด
เปรมผวาช่วย “เจ็บมั้ย?” เธอส่ายหน้าไม่พูดอะไร เปรมมองค้าง เห็นตัวอักษรเลือนๆ บนปกสมุดนั้น “บันทึกศิลปกรรม 2474” หายใจสะดุดสั้น ๆ เขาเผลอเอื้อมไปพลิกหน้าแรก
ข้อความตัดขัดดูเหมือนเขียนอย่างรีบเร่ง: “ผู้ใดเจอข้อต่อสุดท้ายนั้น ระวังใจตนให้ดี” มีบางอย่างในประโยคนี้ที่ทำให้ดารินนิ่งไป ทุกคนหยุดหัวเราะ ตะวันขยับเข้ามาใกล้ “เหลือเชื่อ ทำไมของโบราณมันอยู่บนพื้นได้?”
เสียงกระซิบโผล่ดังขึ้น เต็มโสต… เงาเงียบบนห้องสมุด แน่นิ่งจนคนหนึ่งคนใดขนลุก เปรมหันหาแต่ไม่มีใครขยับ ทุกสายตารึ่มถึงสมุดบันทึกปริศนา ดารินหลุดขำเบาๆ คล้ายระบายความกังวล “บางที ห้องนี้มันมีเรื่องอยากจะเล่าให้ฟังก็ได้นะ”
ตะวันบ่น “ขอให้ไม่ใช่เรื่องผีเถอะวะ กูจะไม่กลับมาอีกแล้ว” เสียงหัวเราะแห้งๆ แว่วพร้อมสายตาเปรมที่ตะลึงอยู่กับบันทึกเก่า ความระแวงผุดขึ้นทีละน้อยในใจเด็กหนุ่ม บางอย่างเกี่ยวกับอดีตถูกวาดขึ้นอย่างช้าๆ
คืนนั้น เปรมฝันเห็นแสงไฟสลัวในห้องสมุด ร่างใครบางคนนั่งเขียนอะไรลงสมุด เสียงประหลาดกระซิบช้าๆ ว่า “ถ้าสัญญา…ต้องรักษาสัญญา” เปรมสะดุ้งตื่น จับหัวใจแน่น คำว่าความลับเริ่มขยายตัวในจิต
เช้าวันรุ่งขึ้น เขานัดทุกคนมาที่ห้องสมุดอีกครั้ง เนตรทำหน้ามุ่ย “เมื่อคืนฉันนอนไม่หลับ เขียนวิจารณ์นิยายส่งแต่สมองมันมีแต่เสียงอะไรไม่รู้” ดารินยิ้มบาง ๆ “เปรม… เมื่อวานนายเห็นอะไรในบันทึกนั้นรึเปล่า?”
เปรมลังเล สบตาดารินแต่ไม่ตอบในทันที ตะวันยักไหล่ “เอาเลย ถ้านายมีอะไรแปลกๆ ก็พูดมา ฉันเริ่มอยากรู้ขึ้นมาแล้ว” เปรมกลืนเสียง ก่อนจะค่อยๆ เล่า…
“ผมเหมือน…ได้ยินเสียงกระซิบจากข้างในเหมือนกัน…” ทุกคนมองเขาด้วยความพะวง ดารินวางมือบนสมุดบันทึก “บางที มันอาจเกี่ยวกับอาจารย์ยศสินนะ เขาหายตัวไปหลังเรียนในห้องนี้พอดี”
ทันใดนั้น ประตูห้องสมุดปิดเสียงดัง บรรยากาศราวกับอากาศหายใจหดเล็กลง ตะวันรีบเดินไปเช็กประตู พบล็อกเองได้ยังไงไม่ทราบ เนตรหน้าซีด “ถ้างั้น…เรามาไขปริศนากันก่อนออกจากห้องนี้ดีกว่า”
เปรมพานิ้วลูบไปตามโต๊ะเรียนไม้เก่าชิดหน้าต่าง พบสลักรูปรวงข้าวกับรอยขีดคล้ายรหัสลับ เนตรถอดแว่นคล้ายกังวล เธอใช้มือสัมผัส เล็บงัดช่องลับ เศษกระดาษหลุดร่วงลงมาเพราะความพยายามร่วมมือของดารินและตะวัน
จดหมายเก่าฉบับหนึ่งปรากฎกลางโต๊ะ ประโยคท้ายเขียนว่า “ถ้าผู้ใดอ่านถึงตรงนี้จงให้อภัยผู้กระทำผิดในอดีต” ดารินชะงัก สายตาปะทะกับเปรมสีหน้ากังวลทั้งคู่ เปรมก้มต่ำหลบสายตาเหมือนซ่อนบางอย่าง
ตะวันสอดมือแย่งมานั่งอ่าน “อดีตอะไรวะ? หรือเกี่ยวกับครูหรือ…คนที่หายไป?” เนตรครุ่นคิด “ความลับแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แล้วล่ะ…” ดารินพูดเสียงแผ่ว “บางที เราควรหายใจลึก ๆ แล้วเลือกเชื่อใจกัน”
เนตรลุกเดินวนด้วยความร้อนรน ดารินเดินตาม “เธอดูเหมือนไม่อยากให้อะไรเปิดเผยนะ มีอะไรซ่อนอยู่ใช่มั้ย?” เนตรส่ายหน้าแต่หลบตา ตะวันจับมือเปรมที่นั่งนิ่ง “มึงมีอะไรไม่เล่ากูรึเปล่า?” เปรมสะอึก สารภาพเสียงสั่น “ผม…คืนหนึ่ง เห็นอาจารย์ตกบันไดแต่ไม่ได้ช่วยอะไร…เพราะกลัว เขาเลย…