เสียงสะท้อนในหอพักห้วยตะวัน
1
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ฝนตกปรอยๆใส่หลังคาสังกะสีเก่าเหนือหอพักหญิง “ห้วยตะวัน” เสียงหยดน้ำกระทบโลหะสลักด้วยคราบสนิมแผ่วเบารอบตัว “น้ำหวาน” ยืนตากฝนอยู่ใต้ชายคาด้วยใบหน้าเอาแต่ใจ ผมเปียกยุ่งเหมือนอารมณ์ของเธอ ข้างหลัง คือประตูเก่าๆที่เปิดสู่ทางเดินซึ่งมืดจนแสงจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ด้านในเหมือนอยู่คนละโลก เธอมองเข้าไปในหออย่างลังเล ริมฝีปากขมุบขมิบเหมือนอยากพูดกับใครบางคนที่ไม่มีใครยืนอยู่ตรงหน้า
เสียงเร่งเร้าของ “ตาล” เพื่อนร่วมห้องดังลอดออกมาจากข้างใน “หวาน! จะเข้ามาไม่เข้ามา สองทุ่มแล้วนะ” แต่น้ำหวานกลับเงียบ และชะโงกหน้ามองไปทางบันได เวลาผ่านไปนานผิดปกติ จนกระทั่งน้ำหวานถอนใจและฝืนเดินกลับเข้าไปในหอ กลิ่นผสมระหว่างผนังชื้นและน้ำยาถูพื้นค้างๆรบกวนจมูกบวกความเย็นเฉพาะตัวที่ทุกคนคุ้นชิน
2
บรรยากาศในหอช่วงค่ำๆมีเพียงเสียงฝนและเสียงพัดลมโบราณ พื้นที่ว่างตรงโถงกลางที่มีเก้าอี้พลาสติกตั้งซ้อนกัน เหมือนไม่เคยมีคนใช้งาน ตาลเปิดโน้ตบุ๊กในห้องขณะที่น้ำหวานนั่งเช็ดผมเงียบๆ “ช่วงนี้…หวานฝันร้ายอีกมั้ย” ตาลถามพลางกดหน้าจอ น้ำหวานนิ่งอึ้ง ก่อนส่ายหน้าอย่างลังเล “เปล่า ฝันเปล่าๆ” เสียงพูดของเธอเบาจนแทบไม่ได้ยิน ตาลมองด้วยแววตาไม่แน่ใจ แต่เลือกจะไม่ซักไซ้
3
ในห้องอีกฝั่ง “เอม” รุ่นพี่ปีสามเดินกลับจากกิจกรรมดึก เสียงเท้าเปล่าของเธอสะท้อนตามตามข่วงทางเดินว่างเปล่าของชั้นสาม เสียงนั้นหยุดหน้าประตูห้องหมายเลข 308 จู่ๆหลอดไฟเหนือหัวกระพริบวูบ “ใครอยู่แถวนี้มั้ย” เอมถามไปงั้น ไม่ได้หวังคำตอบ แต่เงียบไม่มีเสียงใดตอบกลับ เธอรีบไขกุญแจเข้าห้องทันที ปิดประตูแล้วใช้หลังพิงด้วยความเหนื่อยใจ
4
ข้างนอกลมพัดแผ่ว ริ้วผ้าม่านบางบนหน้าต่างระเบียงปลิวไหว น้ำหวานเดินผ่านโถงกลางและหยุดชะงัก เหมือนรู้สึกว่ามีเงาเคลื่อนไหวอยู่นอกสายตา ดวงตาของเธอค้นหาสิ่งผิดปกติ แต่เมื่อเพ่งมอง ยิ่งพบความว่างเปล่าที่ทำให้ต้องกลืนน้ำลาย แล้วรีบย้อนกลับห้อง
5
กลางดึก หลังกำแพง หลายห้องเริ่มปิดไฟ เหลือเพียงช่องไฟติดๆดับๆตรงมุมบันได น้ำหวานสะดุ้งตื่นกลางคืน ด้วยเสียงบางอย่างคล้ายกระซิบชื่อ “หวาน…หวาน…” เธอเงี่ยหูฟัง ก่อนกระชับผ้าห่มแน่นขึ้น “ตาล ได้ยินมั้ย…” น้ำหวานกดเสียงเบา แต่เตียงข้างๆเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตนเอง
6
เช้าวันต่อมา ห้องอาหารว่างเปล่ากว่าทุกวัน มีเพียง “ปริม” เด็กปีหนึ่งนั่งกินข้าวลำพัง เธอชะเง้อมองรอบตัว คุยกับโทรศัพท์ในมือ “เออ ยังไม่รู้เลย…เมื่อคืนมีเสียงแปลกๆอีกแล้ว” เธอพูดเสียงนิ่ง หลบตาเพื่อนสนิทที่นั่งฝั่งตรงข้าม “อย่าเล่า เดี๋ยวซึมทั้งวัน” เพื่อนตอบก่อนจะก้มกินข้าวต่อ
7
ตอนพักเที่ยง ตาลกับน้ำหวานไปนั่งเที่ยวเล่นแถบลานหน้าอาคารเรียน น้ำหวานดูเงียบกว่าปกติ “ตาล…แกว่าคนเราจะลืมความกลัวจริงๆได้มั้ย” ตาลขมวดคิ้ว “บางอย่างมันฝังอยู่ข้างใน แกเคยได้ยินเสียงแบบ…ไม่แน่ใจว่ามีจริงมั้ยปะ” ตาลยิ้มแหยๆ “ถ้ามี ก็อย่าฟังเองดิ” น้ำหวานจ้องตาเพื่อนคล้ายอยากพูดมากกว่านั้น แต่เลือกจะกลืนเงียบไว้
8
เย็นวันเดียวกัน เอมกลับห้องก่อนเวลาปกติ ขณะไขกุญแจ เสียงขูดขีดหลังประตูขัดจังหวะมือ “ใครเล่นมุกไรอีก” เธอถาม พลางเปิดประตูทันที แต่ไม่มีใครอยู่ตรงทางเดิน วางกระเป๋ากระแทกลงบนโต๊ะด้วยความฉุนเฉียว สายตาเหลือบไปเห็นมุมห้องมีรอยแดงจางๆบนผนัง เธอสูดหายใจลึกข่มอารมณ์
9
คืนนั้น ขณะทุกห้องเงียบสงัด ทันใดนั้นไฟในห้องน้ำดับ เสียงสายฝักบัวรั่วหยดติ๋งดังชัดกว่าทุกคืน น้ำหวานเกร็งมือ เธอเดินผ่านโถงทางเดินตรงห้องน้ำ ชั้นสองพลางลังเล ก่อนเปิดประตูเข้าไป “ขะ…ขอเข้าไปหน่อยนะ” ภายในว่างเปล่า ไม่มีใคร ทุกอย่างนิ่งเหมือนถูกหยุดเวลา
10
ตาลรอเพื่อนอยู่ในห้อง ไม่เห็นน้ำหวานกลับมาสักที เธอออกมามองริมโถง ลมหายใจดังฟังชัดในความเงียบ ทันใด เสียงฝีเท้าเบาๆวิ่งผ่านปลายทางเดิน เธอรีบชะโงกดู ไม่เห็นอะไรนอกจากแสงส้มจางๆจากไฟฉายอันเก่าที่ติดผนัง ทันใดนั้น เสียงแผ่ว “อยู่นี่…” ดังมาจากห้องใต้บันได แต่ตาลละสายตาอยู่ดี
11
รุ่งเช้า วันใหม่ที่หอ “ปริม” มาขอให้น้ำหวานช่วยติววิชาหนึ่ง “เมื่อคืนฝันประหลาด ฝันว่าจู่ๆเดินเข้าไปในห้องว่าง…” ปริมเล่า น้ำหวานสะดุดกับคำว่า ‘ห้องว่าง’ “ห้องไหน” น้ำหวานถามเสียงขรึม ปริมลังเล “ห้องตรงมุม…ที่พี่ปีสามบอกว่าห้ามยุ่งไง” ทั้งคู่สบตามาแล้วนิ่งอึ้ง
12
เอมเดินผ่านโถง เธอหยุดยืนหน้าแผงประกาศ รองเท้าแตะเก่าคู่นึงวางอยู่ข้างทางเดิน เอมขมวดคิ้วชะโงกดู เห็นว่าคู่รองเท้าคู่นี้ไม่ควรอยู่ที่นี่ “ของใครนะ” เธอแตะเบาๆ ไม่มีใครตอบ
13
คืนนั้น เสียงเคาะแปลกๆมาจากฝาผนังระหว่างห้องน้ำกับห้องพัก น้ำหวานตื่นกลางดึก เธอนั่งนิ่งฟัง มองเพดานด้วยสติสั่นคลอน เสียงเหมือนบางอย่างคลานบนพื้น “ตาล…ตื่นมั้ย” ไม่มีเสียงตอบ ตาลหลับไป น้ำหวานเลือกจะนั่งคุดคู่อย่างนั้นทั้งคืน
14
ตาลเริ่มหลายใจเรื่องน้ำหวาน เธอสังเกตเห็นเพื่อนพูดคุยน้อยลง ดูหลบหน้าและหวาดผวา เวลาเจอหน้ากันในห้องน้ำก็หลบตา ตาลเลยจ้องหน้ากระจกในห้องน้ำ สะท้อนเงาของตนกับอีกเงาหนึ่งชั่ววูบ แล้วเงานั้นหายไปเหมือนไม่เคยอยู่
15
วันเสาร์ เอมถูกเรียกไปพบอาจารย์ที่รับผิดชอบดูแลหอพัก “ช่วงนี้นักศึกษามีปัญหาอะไรบ้าง” อาจารย์ถามเสียงนิ่ง เอมลังเล “มีแค่เสียงแปลกๆบ้างนิดหน่อยค่ะ” อาจารย์พยักหน้า “ปีที่แล้ว…รุ่นพี่คนหนึ่งเคยแจ้งเหมือนกัน” เอมคิดถึงข่าว ‘รุ่นพี่หายตัว’ ที่เคยดังเมื่อปีก่อน
16
ข่าวลือถูกขุดขึ้นใหม่ ‘เรื่องรุ่นพี่หาย’ แพร่ในแชทกลุ่ม ปริมกับเพื่อนแอบเมาท์ “เค้าว่ามีคนเห็นเงาแปลกๆกลางดึก” บางคนเล่าว่าได้ยินเสียงเรียกชื่อเหมือนมันลอยออกมาจากกำแพง ทุกคนหลีกเลี่ยงห้องมุมของชั้นสองตามธรรมเนียม
17
ตกดึก ตาลกับน้ำหวานแอบเดินไปชั้นสอง ระหว่างเดิน เสียงฝีเท้าเบาๆคล้ายคนเดินตามหลัง น้ำหวานจับแขนเพื่อนแน่น ตาลกระซิบ “แกได้ยินไหม” น้ำหวานกลืนน้ำลายเงียบ สองคนมองรอบตัวมีเพียงพื้นที่ว่างเปล่า ประตูกระจกมุมโถงสะท้อนเงาที่ดูไม่เหมือนตัวเอง ปลายตาสัมผัสเส้นผมยาวๆที่ปลิวไม่มีลม
18
ทั้งคู่หยุดตรงหน้าห้องที่ว่างเปล่า ไม่มีป้ายชื่อ ไม่มีร่องรอยคนอาศัย น้ำหวานเอื้อมมือจะจับลูกบิดแต่ลังเล เสียงกระซิบ “กลับไป…” ดังขึ้นทันที เงียบชนิดที่ตาลไม่แน่ใจว่าตนได้ยินจริงหรือเปล่า น้ำหวานหน้าซีด ทันทีที่มือแตะลูกบิด ความหนาวเย็นแล่นบาดใจจนต้องชักกลับ สองคนรีบถอยห่างเหมือนมีแรงกดดันมหาศาลถาโถมใส่
19
คืนนั้นทั้งสองกลับห้องอย่างสะลึมสะลือ ตาลพยายามทำเป็นปกติแต่น้ำหวานฟุ้งซ่าน เธอลุกนั่งด้วยความหวาดระแวง จู่ๆก็ได้ยินเสียงขูดเบาๆใต้เตียง เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ เธอถอยหนีไปชิดผนัง สุดท้ายก็นั่งนิ่งอยู่ในความมืด
20
เอม เริ่มค้นประวัติหอเก่าจากเอกสารของหอพัก พบเลขห้องต้องห้ามเคยมีนักศึกษาหายตัวกลางดึกโดยไม่มีร่องรอย ข่าวในแฟ้มจดหมายกล่าวถึง ‘เสียงเรียก’ ในคืนฝนตก เอมนำเรื่องนี้ไปถามอาจารย์ “คุณเชื่อเรื่องแบบนี้มั้ย” อาจารย์เพียงเมินเฉย “อย่าไปเปิดห้องนั้น” เอมหยุดถามต่อ
21
เช้าวันถัดมา น้ำหวานเจอจดหมายสอดเข้ามาใต้ประตู ข้อความสั้นๆด้วยลายมือสั่น “อย่าหันกลับไป” น้ำหวานถือไว้นิ่ง เหงื่อซึมขณะตาลถาม “ใครเอามาวาง” น้ำหวานไม่ตอบ เธอเพียงจ้องความว่างตรงหน้าประตูด้วยแววตาเคว้งคว้าง
22
ปีม – เด็กปีหนึ่ง – เริ่มเพี้ยนไป เพื่อนสนิทพยายามปลอบแต่ปีมพูดพึมพำ “เสียงนั้นอยู่ในหัวเรา” ถัดมาเพื่อนหลีกเลี่ยงจะเดินผ่านทางเดินชั้นสองตอนค่ำ พวกเธอกลัวถึงขั้นขยับเตียงนอนมากองรวมกัน กลางดึกปีมนั่งกุมหู พึมพำ “เราต้องฟังเขา…”
23
คืนหนึ่ง น้ำหวานฝันว่าตนเองเดินออกไปโถงกลางหอ ทั้งที่จำได้ชัดว่าไม่ขยับตัว สิ่งที่ได้ยินคือเสียง ‘หวาน…’ ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ตื่นมาก็พบว่าตัวเองยืนอยู่หน้าห้องต้องห้าม ชีพจรเต้นรัว เธอวิ่งกลับห้องทันที
24
เอม กับน้ำหวาน รวมถึงตาลตัดสินใจจะไขความลับห้องต้องห้าม ก่อนจะตัดสินใจเดินขึ้นไป เอมหยุดก้าวหน้า “ถ้าข้างใน…มีอะไรมากกว่าที่คิด เราอยู่กันเฉยๆไม่ได้หรอกนะ” น้ำหวานหน้าซีดเผือด ตาลกลืนน้ำลาย
25
ประตูเหล็กหนักเปิดออกช้าๆ มีเพียงความมืดและกลิ่นอับ เสียงฝีเท้ากึกกักคล้ายสะท้อนในห้อง เงาทอดยาวบนพื้นไม่มีตัวตั้ง เงียบจนรู้สึกว่าหายใจไม่ออก น้ำหวานยืนน้ำตาคลอ เธอเห็นเงาตัวเองแล้วกลับพบว่ามีเงา ‘อีกตัว’ เดินวนรอบตัว สติแตก
26
ข้างในห้อง มีผนังหนึ่งเขียนข้อความย้ำวนๆ “อย่า…หันกลับไป” “อย่า…ฟังเสียงนั้น” ตาลแทบล้มลง น้ำหวานร้องไห้ เอมหายใจแรง เงาถูกฉายซ้อน ก่อนเสียงกระซิบ “พวกเธอ…จำเราได้ไหม” ทุกคนปิดหู แต่เสียงนั้นแทรกเข้ามาอย่างดื้อรั้น
27
ในห้วงสติที่สูญเสีย น้ำหวานเห็นภาพอดีตซ้อนกับปัจจุบัน วันที่รุ่นพี่หญิงคนหนึ่งถูกทิ้งให้ร้องไห้กลางหอ ทุกคนต่างหวาดกลัว ไม่มีกล้าเข้าไปช่วย เสียงร้องนั้นกลายเป็นเสียงสะท้อนบนผนัง เสียงกระซิบกลายเป็นคำสาปชั่วนิรันดร์
28
เอมฟื้นขึ้นมาอยู่หน้าโถงกลาง ทุกคนแตกตื่นลุกขึ้น น้ำหวานนั่งนิ่ง ตาลจับไหล่ไว้แน่น “เรา…ผิดที่กลัวจนไม่ช่วย” น้ำหวานเศร้าสะอื้น สถานการณ์ในหอเปลี่ยนไป ใครผ่านห้องต้องห้ามจะได้ยินเสียงกระซิบชื่อของตนเองไปเรื่อยๆ – เหมือนกำลังถูกขอร้องให้ “รับฟัง” กรรมที่หลงเหลือจากรุ่นพี่ผู้จากหาย
29
น้ำหวานนั่งมองกระจก มองเงาตัวเองเหมือนพยายามค้นหาตัวตนใหม่ เสียงในหัวแว่วเลือน “จะมีใครรับฟังเราบ้าง” เธอนิ่ง ก้มหน้า ไม่กล้าตอบคำถาม โลกเงียบอย่างผิดปกติ แต่ลึกๆเสียงกระซิบยังไม่เคยหายไป
30
ฉากจบของหอพัก เสียงก้าวเท้าใหม่ๆเข้ามา แต่ทุกครั้งที่ความว่างเงียบ ความหวาดระแวง ความทรงจำและเสียงที่ไม่มีใครอยากฟังยังสะท้อนอยู่ในผนัง สองร่างเดินผ่านห้องต้องห้าม ประตูปิดสนิท ซากคำสาปยังคงเล่าเรื่องด้วยความเงียบอันยืดยาวจนกว่าคนสุดท้ายจะรับฟัง…