เสียงในหอวังเวง
ฝนตกพรำในคืนเปิดเทอมใหม่ มายด์เดินลากกระเป๋าเข้าไปในหอพักหญิงเก่าของมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ริมป่าทึบ เสียงน้ำหยดใส่กระเบื้องหลังคาสะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดินไร้ผู้คน หอพักวังเวงแห่งนี้ถูกเล่าขานว่ามีเรื่องแปลกประหลาด แต่ด้วยทุนการศึกษาของมายด์ เธอไม่มีทางเลือก มายด์พบกับเพื่อนร่วมห้องใหม่ชื่อฝ้าย สองคนทักทายกันด้วยความเก้อเขิน เสียงสายฝนกลบถ้อยคำจนเงียบงัน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!กลางดึกคืนนั้น มีเสียงคนเดินอยู่หน้าห้องเป็นระยะ ประตูไม้เก่าเอี๊ยดอ๊าด มายด์ลุกขึ้นมองผ่านช่องตาแมว เห็นเงาร่างหญิงสาวคนหนึ่งเดินผ่านไป เธอคิดว่าเป็นเพื่อนห้องข้างๆ ก็เลยไม่ได้สนใจอะไร
เช้าวันต่อมา ฝ้ายชวนมายด์ไปกินข้าวที่โรงอาหาร ในขณะที่ทั้งสองเดินผ่านห้องพักริมสุดที่ไม่ได้มีใครอยู่ ประตูห้องนั้นปิดสนิทแต่กลับมีเสียงเหมือนคนเคาะเบาๆ ดังลอดออกมา ทั้งคู่หยุดเดิน หันมองหน้ากันด้วยความสงสัยแต่ไม่มีใครกล้าเดินเข้าไปใกล้
ระหว่างนั่งกินข้าว ฝ้ายกระซิบว่าห้องริมสุดเคยมีคนหายตัวไปเมื่อปีก่อน ไม่มีใครรู้สาเหตุจริงๆ ทุกคนพูดกันว่าเธอหนีออกจากมหาวิทยาลัย แต่แม่บ้านบอกว่าเห็นรอยเท้าเปียกน้ำเดินเข้าไปในห้องแล้วหายไป ฝ้ายหัวเราะกลบเกลื่อน แต่แววตากลับวูบไหวด้วยความกลัว มายด์พยักหน้าแต่ไม่ได้พูดอะไร เธอไม่อยากเชื่อเรื่องผีแต่รู้สึกไม่สบายใจ
คืนต่อมา ระหว่างที่ฝ้ายนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ฝ้ายหยุดอ่าน หันไปสบตากับมายด์ ทั้งสองนิ่งเงียบ ไม่มีใครลุกไปเปิดประตู เสียงเคาะหยุดไปเองอย่างไร้ร่องรอย
เช้าวันรุ่งขึ้น มายด์พบว่าของใช้บางอย่างในห้องถูกย้ายที่ เช่น แก้วน้ำบนโต๊ะกลายไปวางอยู่ใต้หน้าต่าง ฝ้ายบอกว่าเมื่อคืนเธอไม่ได้ลุกไปไหน มายด์ถามว่าฝ้ายเคยละเมอบ้างไหม ฝ้ายส่ายหน้าอย่างหนักแน่น มายด์พยายามไม่คิดมากแต่ในใจเริ่มหวาดระแวง
เพื่อนข้างห้องชื่อจิ๊บเข้ามาทัก เธอเตือนสองคนว่าอย่าเปิดประตูรับเสียงเคาะกลางดึกเด็ดขาด เพราะมีคนเคยทำแบบนั้นแล้วหายไปทั้งคน จิ๊บพูดติดตลกแต่ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความกลัวซ่อนเร้น มายด์กับฝ้ายเงียบไป ถ้อยคำนั้นติดอยู่ในใจ
คืนวันศุกร์ มายด์ได้ยินเสียงเหมือนคนลากรองเท้าเดินวนเวียนหน้าห้อง เสียงนั้นไม่ทันต่อเนื่อง คล้ายกับมีบางสิ่งขาดหายไปในจังหวะเดิน มายด์นอนขดตัวใต้ผ้าห่ม ฝ้ายก็เงียบผิดปกติ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจดัง
รุ่งเช้า ฝ้ายหายตัวไปจากห้อง มายด์ตื่นขึ้นพบเตียงว่างเปล่า ของใช้ของฝ้ายยังอยู่ครบ เธอวิ่งออกไปถามจิ๊บและห้องอื่นๆ ไม่มีใครเห็นฝ้ายเลยทั้งคืน มายด์ใจหายวาบ เธอรีบแจ้งอาจารย์ประจำหอ อาจารย์ถามว่าฝ้ายมีปัญหาส่วนตัวหรือเปล่า มายด์ตอบไม่ทัน ฝ่ายอาจารย์กลับพูดเสียงแผ่วว่า “เดี๋ยวก็กลับมาเอง อย่าไปสนใจมาก”
ในห้องพักของมายด์ ความเงียบงันเข้าครอบงำ เธอพยายามติดต่อฝ้ายแต่ไม่มีสัญญาณตอบกลับ โทรศัพท์เงียบไร้ชีวิต มายด์นั่งกอดเข่ามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นผืนป่าทึบไกลลิบ เสียงลมหวิวแทรกซึมเข้ามาในห้องอย่างเย็นเยียบ
คืนนั้น มายด์ฝันเห็นเงาสีดำเดินวนรอบเตียง เสียงกระซิบเบาๆ ดังข้างหูว่า “อย่าเปิดประตู” เธอสะดุ้งตื่นเหงื่อแตก พลิกตัวมองหาฝ้ายอย่างเผลอๆ ก่อนจะรู้ว่าตัวเองอยู่คนเดียว
เช้าอีกวัน มายด์ไปหาจิ๊บเพื่อปรึกษา ทั้งสองนั่งคุยกันในห้องจิ๊บ ไฟในห้องริบหรี่ จิ๊บบอกว่าเธอเองก็เคยได้ยินเสียงเคาะและเสียงลากรองเท้าเหมือนกัน จิ๊บเล่าว่าสมัยก่อนหอพักนี้เคยเป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วน มีเด็กคนหนึ่งเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำในห้องริมสุด หลังจากนั้นห้องนี้ก็ถูกปิดตายแต่ก็ยังมีเสียงแปลกๆ เล็ดลอดมาตลอด
ขณะกำลังคุย เสียงอะไรบางอย่างดังมาจากห้องน้ำในห้องจิ๊บ ประตูห้องน้ำเปิดแง้มเองอย่างช้าๆ ทั้งสองนิ่งเงียบ มายด์กลืนน้ำลายแล้วเอื้อมมือไปปิดประตู แต่บานประตูนั้นกลับปิดไม่สนิท จิ๊บรีบพูดว่า “อย่าไปยุ่งกับมันเลย” มายด์พยักหน้า สีหน้าหวาดหวั่น
ตอนเย็น มายด์ไปเดินเล่นรอบหอพักเพื่อลดความเครียด เธอแอบมองผ่านหน้าต่างห้องริมสุด เห็นผ้าม่านสีขาวพลิ้วไหว ทั้งที่ไม่มีลม สายตาเหมือนมีเงาร่างบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ด้านใน มายด์ขนลุกรีบถอยออกมาอย่างเร็ว
คืนนั้นเอง ตอนใกล้เที่ยงคืน มีเสียงเคาะประตูห้องมายด์ดังขึ้นช้าๆ มายด์นอนนิ่ง เงี่ยหูฟัง เสียงกระซิบจากนอกประตูดังขึ้น “ช่วยด้วย…” เธอเกือบจะลุกไปเปิดประตูแต่เสียงกระซิบในฝันยังติดหู “อย่าเปิดประตู” มายด์ฝืนใจไม่ขยับ รอจนเสียงนั้นเงียบไปเอง
รุ่งเช้า เธอพบบางสิ่งแปลกประหลาดบนโต๊ะเขียนหนังสือ มันคือกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งเขียนด้วยลายมือฝ้ายว่า “ถ้าฉันไม่กลับมา อย่าเปิดประตู” มายด์มือสั่น หยิบโน้ตขึ้นมาดูซ้ำสองสามรอบ พยายามหาคำอธิบายใดๆ
คืนถัดมา เสียงลากรองเท้าและเสียงเคาะดังต่อเนื่องจนดึก เงาร่างดำผ่านหน้าประตูช่องตาแมวไปมาไม่ขาดสาย มายด์ไม่ได้นอนทั้งคืน ความกดดันค่อยๆ กัดกินใจเธอ
วันต่อมา มีนักศึกษาสองคนใหม่เข้ามาอยู่ห้องข้างๆ ชื่อแนทกับออย ทั้งสองเจอเสียงผิดปกติในคืนแรก แนทเล่าว่าเธอเห็นเงาคนในห้องน้ำ แต่เมื่อเปิดไฟกลับไม่พบใคร ออยพูดติดตลกว่า “นอนด้วยกันมั้ยคืนนี้ ฉันไม่กล้าอยู่คนเดียว” มายด์พยายามยิ้มแต่สายตาเธอเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
กลางดึกคืนนั้น แนทกับออยมาเคาะห้องมายด์ขอให้มายด์ไปค้างด้วยเพราะกลัวเสียงประหลาด มายด์ลังเลแต่ก็ยอมไปด้วย สามคนนั่งคุยกันด้วยแสงไฟสลัว แนทพูดว่า “เราน่าจะย้ายออกนะ” ออยเสริม “แต่ค่าเช่าหอใหม่แพงจะตาย” มายด์นิ่งเงียบ กัดฟันอดทน
ระหว่างนั่งคุย เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นอย่างหนักหน่วง ทั้งสามคนเงียบ แนทกระซิบว่า “อย่าเปิดนะ” เสียงเคาะหยุดไปเอง แล้วมีเสียงลากรองเท้าเดินจากไป
วันรุ่งขึ้น ข้าวของในห้องแนทกับออยเริ่มมีรอยเปื้อนน้ำคล้ายหยดฝน ทั้งที่ไม่ได้ฝนตก ทั้งสองหวาดระแวงหนักขึ้นเรื่อยๆ
คืนนั้น แนทตื่นมากลางดึกเพราะได้ยินเสียงน้ำหยดในห้องน้ำ เมื่อเข้าไปดู กลับพบว่าพื้นห้องน้ำเปียกชุ่ม เธอรีบออกมาเล่าให้ออยกับมายด์ฟัง สามคนนั่งล้อมวงคุยกันอย่างตึงเครียด มายด์พูดออกมาว่า “ฉันว่านี่มันไม่ปกติ ต้องมีอะไรในห้องริมสุดแน่”
สามคนตัดสินใจไปสำรวจห้องริมสุดในช่วงดึก พวกเธอค่อยๆ เดินไปปลายทางเดิน หัวใจเต้นแรงทุกก้าว ประตูห้องปิดสนิทแต่ไม่มีใครกล้าขยับเข้าไปใกล้ แนทชะโงกหน้ามองลอดช่องประตู เห็นเงาบางอย่างเคลื่อนไหวในความมืด
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องดังลั่นตามหลัง สามคนหันกลับมอง เห็นประตูห้องมายด์เปิดอ้าช้าๆ ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ใกล้ มายด์ตัดสินใจรีบวิ่งกลับไปยังห้องของตัวเอง พบโน้ตอีกแผ่นหนึ่งวางอยู่ที่เตียง เขียนว่า “ถ้าเปิดแล้ว จะไม่มีวันได้ปิดอีก”
มายด์เริ่มหวาดกลัวจนสติแทบขาด เธอพยายามโทรหาอาจารย์ประจำหอแต่ไม่มีใครรับสาย แนทกับออยอยู่กับเธอทั้งคืน สามคนไม่กล้านอน ตื่นเช้ามาในสภาพโทรมจนคนรอบข้างซุบซิบกันว่าพวกเธอเสียสติ
วันต่อมา จิ๊บหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ข้าวของของเธอถูกทิ้งไว้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มายด์รู้สึกถึงความสิ้นหวังและความกลัวที่ค่อยๆ สูงขึ้น เธอเริ่มสงสัยว่าทุกอย่างเกี่ยวข้องกับเสียงเคาะและคนที่เปิดประตูให้มันเข้า
คืนถัดมา แนทอดทนไม่ไหว ตัดสินใจเปิดประตูรับเสียงเคาะ ทั้งสองคนที่เหลือได้ยินเสียงแนทร้องไห้เบาๆ ข้างนอก จากนั้นเงียบหายไป ออยกับมายด์ปิดประตูล็อกแน่น ไม่กล้าเหลียวไปมอง
รุ่งเช้า แนทหายไป ออยฟูมฟายด้วยความกลัวและเสียใจ มายด์เองก็แทบคลั่ง เธอเดินวนอยู่ในห้องอย่างไร้จุดหมาย เสียงเคาะประตูยังคงดังต่อเนื่องทุกคืน
ออยเริ่มพูดเองคนเดียว “ถ้าเราไม่เปิด มันก็เข้ามาไม่ได้ใช่ไหม” มายด์พยายามปลอบ แต่ในใจเธอสั่นระริก ออยเริ่มละเมอเดินไปที่ประตู มายด์ต้องดึงตัวไว้ทุกคืน จนวันหนึ่งออยหลุดไปเปิดประตูกลางดึก แล้วเงียบหายไปเหมือนคนอื่นๆ
เหลือเพียงมายด์อยู่เพียงลำพัง เสียงเคาะและเสียงลากรองเท้ายังคงวนเวียนไม่จบสิ้น มายด์นั่งในห้องมืด สนทนากับความเงียบและเสียงปริศนา ความกลัวซึมลึกจนแทบกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเอง
ในที่สุด มายด์ตัดสินใจเข้าไปในห้องริมสุด เธอเปิดประตูเข้าไปพบห้องว่างเปล่า ม่านขาวปลิวไหว ผนังห้องมีรอยน้ำหยดเป็นทาง มายด์เดินไปยืนกลางห้อง เสียงของเพื่อนๆ ที่หายไปดังก้องในหัว เหมือนกับว่าทุกคนยังอยู่ที่นี่
เสียงเคาะประตูดังขึ้นข้างหลัง มายด์หันกลับอย่างช้าๆ ประตูปิดเองอย่างเงียบงัน เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างยืนอยู่ข้างหลัง ก่อนจะได้หันไปดู เสียงกระซิบเบาๆ ดังขึ้นข้างหู “ตอนนี้…ประตูเปิดแล้ว”
หอพักกลับคืนสู่ความสงบเงียบตามเดิม เพียงแต่ห้องริมสุดกลับไม่มีใครอยู่เข้าไปอีกเลย และเสียงเคาะประตู…ยังคงดังวนเวียนในความมืดทุกคืน