บันทึกของหัวใจ
ตอนเช้าที่สดใสในโรงเรียนมัธยม เฟรม (15) ยิ้มให้กับเพื่อน ๆ ขณะที่ยืนอยู่หน้าห้องเรียน ภาษาอังกฤษเล่มหนาอยู่ในมือของเขา เสียงหัวเราะในกลุ่มเพื่อนดังก้องไปทั่วบริเวณ ขณะที่เขาย้อนกลับไปมองที่ชั้นเรียน บัตเตอร์ (16) หญิงสาวที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในโรงเรียน กำลังนั่งอยู่ตรงมุมห้องอ่านหนังสือ ยิ้มให้เพื่อน ๆ ด้วยความสดใส
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เฟรมรู้สึกว่าเขากำลังดึงดูดไปที่บัตเตอร์ ไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงามของเธอ แต่ยังเป็นความมั่นใจที่เต็มเปี่ยมในตัวเธอ ด้วยเหตุนี้เขาตัดสินใจเข้าไปทักเธอ “เราควรทำการบ้านด้วยกันไหม?” เธอหันมามองเขาแล้วตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ทำไมไม่ล่ะ?”
เมื่อทั้งสองเริ่มทำการบ้านด้วยกัน และการสื่อสารระหว่างกันก็เร่ิมคลี่คลายบรรยากาศที่แข็งขึง เฟรมได้รู้จักบัตเตอร์มากขึ้น ทั้งความฝันและความความยากลำบากในครอบครัว ที่มีมารดาวัยรุ่นบีบให้เธอต้องทำงานในเวลาเรียน
หลังจากกลับบ้าน ฟ้าฝนดูเหมือนจะมืดมนขึ้นในครัวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอาหารและความเฮฮาของแม่ ที่คอยบรรยายเรื่องราวของเพื่อนบ้านให้ฟังตลอดเวลา แม่ของเฟรมเป็นคนใจดี แต่ก็ไม่ค่อยเข้าใจลูกชายของเธอ บ่อยครั้งเมื่อเฟรมพยายามบอกเล่าเรื่องราวของบัตเตอร์ แม่กลับถามว่า “มีอะไรดีที่ทำให้เธอสนใจกันขนาดนี้”
เฟรมรู้สึกอัดอัด แต่ก็ไม่ได้ตอบคำถาม”
วันเวลาผ่านไป ทั้งสองสนิทสนมกันมากขึ้นพวกเขามักจะไปเดินเล่นที่สวนหลังโรงเรียน แต่การกลับไปครอบครัวหลังเลิกเรียน ก็ยังเป็นสิ่งที่ทำให้เฟรมกังวล เมื่อเขาต้องพบกับพ่อที่ไม่เข้าใจในตัวเขา อารมณ์หดหู่จากบ้านทำให้เฟรมไม่สามารถบอกความรู้สึกที่เขามีต่อบัตเตอร์ได้
เกมกีฬาที่ทุกคนรอคอยมาถึง และเป็นโอกาสที่เฟรมจะแสดงให้บัตเตอร์เห็นว่าเขาสามารถเป็นคนที่ดีในสายตาของเธอ ในการแข่งขันบอล เขาเล่นได้ดีมาก แต่เมื่อเขาพลาดโอกาสในการทำคะแนน เขาก็รู้สึกว่าทั้งชีวิตของเขาเป็นไปอย่างไร้ค่า
บัตเตอร์เห็นเธอจึงเข้าไปปลอบ “ไม่ต้องคิดมากนะ เราเพิ่งจะเริ่ม” และเธอจับมือเฟรมไว้ มันคือช่วงเวลาที่เปลี่ยนทุกอย่าง เขาขยับือเข้าไปหาบัตเตอร์ และโยนความกลัวทั้งหมดทิ้งไป
แต่ความรักยังมีอุปสรรคอีกมากมาย ทั้งเพื่อน ๆ ที่อิจฉาความสัมพันธ์ของพวกเขาและการกดดันจากครอบครัว เจ้ารักก็ไม่ได้ง่ายดาย ไม่มีทางเพื่อเปิดเผยความรู้สึก
วันหนึ่งเมื่อเฟรมพบบัตเตอร์ขอร้องให้เขาช่วยจัดการกับหัวอกของเธอที่เจ็บปวดเพราะเรื่องครอบครัว เฟรมรู้สึกเหมือนทั้งโลกกำลังถล่มลงมา เขาช่วยเธอได้และบัตเตอร์เปิดใจให้เขาเล่าเรื่องในครอบครัวของเขาด้วย ท่ามกลางดวงดาวที่ส่องสว่าง เฟรมซึมซับทุกคำที่เธอพูดและสามารถเข้าใจได้ในที่สุดว่าเขาเข้าใจตัวตนของเขาเอง
ช่วงเวลาที่ความรักของพวกเขาสุกงอมก็มาถึง จนกระทั่งในวันสุดท้ายของการเรียนสำคัญ ฟ้าก็มืดมนขึ้น เมื่อเรื่องราวของเฟรมถูกเปิดเผยว่าเขาชอบหญิงสาวคนเดียวกันกับเพื่อนไม่กี่คน เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่
ขณะที่ทุกคนวิ่งเล่นในงานเลี้ยงยาว หลังจากเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง เฟรมจะต้องเลือกว่าจะแสดงความรู้สึกของเขาหรือจะกลัวคำพูดของเพื่อน ๆ ที่อาจทำให้เขาเจ็บปวด
ในที่สุดเขาเลือกที่จะยืนหยัด เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเพื่อน ๆ “เราเป็นเพื่อนกันมานาน เราบอกว่าเราไม่ควรตัดสินคนจากความรัก” พวกเขาเรียกร้องให้เขาออกไป และเฟรมกระชับมือบัตเตอร์ระหว่างทาง
ทั้งสองไปถึงที่กลางสวนสาธารณะท่ามกลางเสียงเดินและเสียงคน แต่มันมีความรู้สึกอบอุ่นในใจ เคยมีคนกล่าวไว้ว่าความรักคือสิ่งที่อยู่ในใจ พวกเขาเข้าใจว่าแม้ว่าจะมีอุปสรรคอยู่เสมอ แต่ความรักที่พวกเขามีนั้นจะช่วยให้พวกเขาเติบโตขึ้นไปด้วยกันและยืนหยัดเพื่อมุมมองของตัวเอง
เมื่อเวลาผ่านไป เพื่อน ๆ มักมาและไป แต่ความรักที่บัตเตอร์และเฟรมมีอยู่นั้นยังคงอยู่ พวกเขามองไปข้างหน้าแล้วรู้ว่าความรักคือการเติบโตไม่ว่าจะมีอุปสรรคเท่าไรพวกเขาก็จะต้องเดินหน้าเพื่ออนาคตที่สดใส
ทั้งสองยิ้มให้กัน โดยไม่รู้ว่าความรักแท้จริงจะนำพาพวกเขาไปสู่ความสำเร็จมากมายในชีวิตต่อไป”