รักซ่อนไวในกรุงเทพมหานคร
เจนตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่งในกรุงเทพฯ เสียงรถยนต์ที่แล่นไปมาและเสียงผู้คนคลาคล่ำ กลิ่นของอาหารอีสานทอดกระทะลอยมาในอากาศ เธอรู้ดีว่าเธอต้องรีบออกจากบ้านให้ทันเวลาไปที่สถานีข่าวเพื่อส่งข่าวที่มีน้ำหนักใจของเธอในเรื่องอาชญากรรมที่เมืองนี้กำลังเผชิญอยู่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เมื่อถึงที่ทำงาน รูปภาพในบอร์ดข่าวเขียนรายงานเกี่ยวกับกลุ่มอาชญากรรมซึ่งควบคุมธุรกิจผิดกฎหมายในพื้นที่ เรียกความสนใจของเจนที่ตั้งใจทำข่าวนี้เป็นเวลาหลายเดือน ระหว่างการประชุม ทีมข่าวของเธอพูดถึงลักษณะอาชญากรและเครือข่ายที่มีอำนาจ
ขณะที่เจนกำลังเริ่มค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม เธอพบว่าพอร์ช ชายหนุ่มที่ทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์อยู่ในย่านที่เธอกำลังสืบสวน มีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับครอบครัวของเขาที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้
เจนแอบสังเกตพอร์ชขณะทำงานในบาร์ กลิ่นเบียร์และเสียงเพลงคลอกลิ่นหอมของสารเคมีที่อยู่ในอากาศทำให้เธอรู้สึกตื่นตาตื่นใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“เฮ้ เป็นไงบ้าง?็” พอร์ชถามขณะยิ้มน้อยๆ เธอรู้สึกว่าหัวใจของเธอเต้นเร็วกว่าปกติ แต่ก็พยายามทำเป็นเฉยๆ
“ดี! ฉันเพียงแค่ไม่ชินกับความวุ่นวายที่นี่” เจนกล่าวพลางเสียงสูงขึ้นเพราะกลัวว่าเสียงเพลงจะกลบเสียงของเธอ
ทั้งสองคนเริ่มคุยกันบ่อยขึ้น เจนรู้สึกดึงดูดต่อพอร์ช แม้ว่าเธอจะพยายามปิดบังความรู้สึกนี้ไว้
สองสัปดาห์ผ่านไป พวกเขาเริ่มมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น และเจนเริ่มมองเห็นว่าเขาเป็นคนที่มีน้ำใจและอ่อนโยน
“แต่มีอะไรที่คุณไม่บอกฉันหรือเปล่า?” เจนถามพอร์ชในคืนหนึ่งขณะที่พวกเขานั่งอยู่ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสงไฟระยิบระยับสะท้อนบนผืนน้ำ
พอร์ชเงียบ นัยน์ตาของเขาสะท้อนความกังวลที่เจนไม่เคยเห็นในตัวเขามาก่อน
“ฉันต้องการให้คุณเชื่อใจฉันเจน” เขาพูดเสียงต่ำก่อนจะหันไปมองท้องฟ้ายามค่ำคืน
ในวันรุ่งขึ้น เจนได้พบข้อมูลใหม่เกี่ยวกับพอร์ชที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมที่เธอกำลังสืบสวน โอกาสที่จะทำลายความลับนี้ท้าทายให้เจนต้องเลือกระหว่างการเปิดเผยความจริงหรือปกป้องคนที่เธอรัก
เมื่อเธอตัดสินใจพบพอร์ชเพื่อถามเรื่องนี้ พอร์ชก็ให้สัมปทานน่าแปลกใจว่าเขาหลีกเลี่ยงการเข้ามายุ่งเกี่ยวกับมันมานานพอสมควรและว่าเขามีส่วนในการเป็นสักขีพยานต่อภัยอันตรายที่เกิดขึ้น
“พวกเขาไม่ใช่คนที่คุณอยากจะยุ่งเกี่ยว ถ้าคุณยืนอยู่ข้างฉัน คุณอาจจะต้องตัดสินใจที่ยากลำบาก” เขาเตือน เธอรู้สึกถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้น
ความสัมพันธ์เริ่มแข็งแกร่งแต่ความขัดแย้งที่เธอพบที่มีอยู่ในข้อมูล ข่าวออกไปจนเจนรู้ดีว่าใครกำลังเจาะจงเป้าหมายในเวลานั้น และไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการเผชิญหน้ากับพวกเขา
ที่คืนหนึ่งเมื่อเจนเกือบถูกจับ แต่กลับได้พอร์ชที่เข้ามาช่วยเธอให้รอดพ้นจากอันตราย เสียงปืนดังขึ้น ส่งเสียงกึกก้องในคืนมืดที่ทั้งสองชีวิตมาพบกันเพื่อหาทางรอด
สุดท้ายเจนถูกซักถามเกี่ยวกับพอร์ชและความสัมพันธ์ตามข้อมูลที่เธอเก็บรวบรวมในกรณี
เธอต้องตัดสินใจว่าจะพูดความจริงหรือปกป้องเขา
ในช่วงที่เธอตัดสินใจ เจนรู้ว่าความรักและการทำงานไม่สามารถตัดขาดกันได้ ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เธอเสียผู้คนไปมากมาย
เมื่อเจนตัดสินใจเลือกความรัก พวกเขาต้องร่วมมือกันเพื่อเปิดโปงความจริงและพิสูจน์ว่าอาชญากรรมที่พวกเขาต้องเผชิญนั้นอันตรายมากแค่ไหน
การเปิดโปงอาจจะหมายถึงการล้มเหลวและสูญเสียอีกครั้งในเมื่อทั้งคู่ถูกกดดันจากคนที่ไม่ต้องการให้ความจริงถูกเปิดเผย
แต่การที่พวกเขาเลือกด้านที่ถูกต้องทำให้พวกเขารอดจากประตูอันตรายแห่งชีวิต ได้สร้างความสำเร็จที่สร้างสรรค์ให้กับสังคม
เจนและพอร์ชยืนอยู่ต่อหน้าผู้อำนวยการแจ้งผลเรื่องราวที่เกิดขึ้น พวกเขาตัดสินใจที่จะเดินต่อไป สร้างอนาคตใหม่และสร้างบ้านที่เป็นที่ปลอดภัย
จบด้วยการยืนอยู่บนสะพาน ขอบฟ้าของกรุงเทพฯ ในยามเช้าขณะคนยังไม่ตื่นและเมืองเริ่มสดใสไปพร้อมกัน