เกาะที่ซ่อนความรัก
เสียงคลื่นซัดสาดเข้าหาชายหาดสีขาวละเอียด ขณะที่ลมพัดผ่านใบไม้ส่งกลิ่นเค็มและสดชื่นของทะเลมายังเรเน่ หญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ ที่หนีออกจากเมืองหลวงเพื่อหลบหนีจากความวุ่นวาย และเริ่มต้นชีวิตใหม่บนเกาะร้างแห่งนี้…
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เรเน่เปิดบราวเซอร์ในโทรศัพท์เพื่อฟังเพลงแต่พบว่าคลื่นสัญญาณไร้ สถานีวิทยุที่เกาะนี้มีชีวิตอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ ของมันเอง บรรยากาศไร้ช่วงเวลาทำให้เธอรู้สึกเป็นอิสระ แต่กลับมีบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกเหงา…
วันแรกที่เธอเดินสำรวจชายหาด เธอพบกับเอดัน ชายหนุ่มที่กำลังง่วนอยู่กับการตกปลาที่โขดหินอันเงียบสงบ ความน่ารักของเขาทำให้เรเน่ลังเลเล็กน้อย แต่ความเข้มแข็งในท่าทางของเขาเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจ
“อ้าว! เห็นพวกคุณมารออยู่ที่นี่เหรอ” เอดันกล่าวตอนที่เห็นเรเน่เดินผ่านไป เขาไม่ค่อยพูดมากนัก แต่ดวงตาของเขารู้ว่าตนเองต้องการเข้าหาเธอ
“ต้องรอตกปลา ไม่รู้จะมีปลาหรือเปล่า” เขาจะพูดสร้างบรรยากาศสนุกสนาน โดยมีเสียงคลื่นเป็นพื้นหลัง
เรเน่ยิ้มและเริ่มถามเกี่ยวกับปลา เธอสอบถามเกี่ยวกับชีวิตของเขา และเราสัมผัสได้ถึงความเข้าใจซึ่งกันและกัน ทั้งๆ ที่เราไม่รู้จักกันมาก่อน
หลายวันผ่านไปทั้งคู่เริ่มคุ้นเคยกันมากขึ้น บางครั้งเรเน่ช่วยเอดันตกปลา บางครั้งก็นั่งเฉยๆ เพราะเพียงแค่การได้อยู่ใกล้เขา เธอเริ่มคิดถึงอนาคตที่สดใส
“นี่ยังไม่เคยมีใครตกปลาทั้งวันแบบนี้มาก่อน” เอดันเขย่าหัวเราะสีหน้าขำขัน “ว่าแต่คุณกลัวทะเลคืนหรือเปล่า”
เรเน่หยุดคิดไปสักพักเพื่อหาคำตอบ “ไม่ค่ะ… ไปเรื่อยๆ ฉันก็ชอบทะเลที่นี่” เสียงของเธอดูเชื่อมั่น
แต่แล้วเธอก็เห็นว่าที่นี่คือหยุดที่เธอไม่ทราบว่าเธอจะอาศัยอยู่ที่ไหน เอดันคอยเข้ามาช่วยราชการหรือแชร์ความเป็นเพื่อนกับตัวตนของเขา แต่ก็ไม่มีการหยุดตามแนวทางนึกคิดของเรือ
อาการเหนื่อยใจไม่เพียงนำมาให้เรเน่ แต่ยังมาจากความกลัวที่จะไม่สามารถกลับไปยังชีวิตจริง”
ยามค่ำคืน เสียงคลื่นที่ดังรบกวนความคิดของเธอที่ห่างจากบ้าน
“ที่นี่ไม่ไกลเกินกว่าที่คุณจะหลีกหนีไป” เอดันนั่งอยู่ใกล้เธอ มันทำให้เรารู้สึกอบอุ่นขึ้น
กันคืนทั้งคู่เริ่มรู้สึกค่อยๆ เข้าใจกันมากขึ้น พวกเขาใช้เวลาหลายวันตลอดไปถึงอาทิตย์ที่จะเติบโตขึ้นในมิตินี้ ในช่วงเวลาที่เกาะไม่มีศักยภาพในการทำงานจริง ทุกสถานการณ์เต็มไปด้วยความกดดันทั้งสองคนเริ่มถามตัวเองว่า “ที่นี่คือที่ที่ดีที่สุดหรือตรงกันข้าม ? “
พายุในวันถัดไปสร้างผลกระทบต่อชีวิตของทั้งคู่ วิธีการเอาตัวรอดในที่สุดเริ่มทำให้เดือดร้อนในความรัก เธอเริ่มเข้าใจว่าบนเกาะนี้ไม่ได้มีเพียงความรักแต่ยังมีความจริงให้ต้องเผชิญ
ความหวังของเรเน่มาถึงทางตันเมื่อเกิดพายุใหญ่ทำให้การติดต่อกับโลกภายนอกขาดหมด…
“เราคงจะต้องรอแล้ว” เอดันบอก แสดงให้เห็นว่าทั้งสองขึ้นสู่ความหวังของวันใหม่ มีความรักที่ทำให้พวกเขากลายเป็นนายชั่วคราว
ในไม่ช้าความรักของทั้งสองเริ่มแข็งแกร่งนี้ในที่สุดเราก็ค้นพบว่าการรักษาความเชื่อใจและความอดทนต่อกันอาจเป็นสิ่งที่ยากกว่าชีวิต นี่คือการก้าวข้ามพรมแดนที่มองไม่เห็นและมีอยู่แค่ในใจ
ความรักที่เริ่มต้นจากเกาะนี้กลับเหมือนคำนิยามที่มีความลับในตัว เพียงแค่ได้อยู่ด้วยกันสองคน หรือคนอื่นๆ แต่ต้องแน่ใจในความรักของตนเองที่นับว่าไม่ได้จบลงที่เกาะนี้
จนกระทั่งพายุผ่านพ้นไป เรเน่พบตัวเองมากขนน้องได้แค่ซ้ำแล้วทุกครั้ง ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระยะทางให้กับเรือ เล่นเกมกับเสียงคลื่น เมื่อทุกคนกลับไปหาชีวิตเหมือนเดิมแต่มีความรู้สึกที่เฉื่อยที่จะมีรัก…
ที่จะถามว่าความรักเกิดขึ้นได้ในที่ไหน?
เมื่อเราตอนนอนคืนของเราถูกนำกลับมาให้ค้นพบลงในสิ่งที่ขาดหายไม่สามารถจำตัวเองได้<|endoftext|>