เสียงในทางลับ
ฝนตกหนักจนต้นไม้โค้งงอแทบติดพื้น ใบไม้สีเข้มเปียกน้ำส่งกลิ่นเปรี้ยวและเชื้อรา ดินรอบบ้านไม้เก่าแก่คล้ายจะยุบทุกครั้งที่เท้าใครเหยียบ เจนจิรา ยืนเกาะราวบันได เสียงฟ้าร้องสะท้อนลอดกระจกแตกร้าว แม่เธอยังไอแห้งอยู่ข้างบน บ้านหลังนี้เงียบ—เงียบจนได้ยินเสียงหยดน้ำตกลงถังเหล็กใต้ถุนเป็นจังหวะ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ประตูไม้หน้าบ้านอ้ากว้างจนราวกับเพิ่งมีใครเพิ่งเดินผ่าน เธอก้มลงเก็บกล่องยา เท้าเปล่าของเจนกดลงบนไม้ผุ รู้สึกได้ถึงความเย็นชื้นใต้พื้น เจนถอนใจ คิดว่าเป็นเพียงความเหนื่อยล้าที่กลับบ้านหลังจากห่างไปร่วมสิบห้าปี
เสียงกรอบแกรบคล้ายหนูไต่โผล่ขึ้นจากใต้พื้น เจนสะดุ้ง สายลมเย็นปะทะคอหลัง เธอปิดประตูหน้าดังปัง ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินบางอย่างเหมือนเสียงคนกระซิบจากห้องใต้บันได
มือของเจนสั่นอยู่กลางอากาศ เธอไม่กล้าก้าวเข้าใกล้ห้องใต้บันได เสียงกระซิบนั้นเงียบลงทันทีที่เธอขยับใกล้—แต่ความรู้สึกว่ามีใครบางคนซ่อนอยู่ยังไม่หายไป เจนขมวดคิ้ว นึกถึงวัยเด็กที่เคยกลัวมุมมืดในบ้านหลังนี้
“แม่…แม่ตื่นรึยัง?” เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยบนบันไดไม้เก่า มีเพียงเสียงไอแห้งๆ เป็นคำตอบ เจนสะกดจิตตัวเองให้กล้าก้าวขึ้นบันได เงามืดของราวบันไดทอดขวางฝ่าเท้าไปแทบสุดโถง
ในห้องนอนแม่ ม่านสีขาวขาดวิ่นพลิ้วตามลมที่ลอดช่องหน้าต่าง แม่สวมหน้ากากออกซิเจนนอนหลับตาสงบ ลมหายใจแผ่วเบา เจนวางกล่องยาไว้ข้างเตียง “แม่คะ กลับมาแล้วนะ” ไม่มีคำตอบ มีเพียงเสียงนกฮูกไกลแว่วเข้ามาตัดกับเสียงฝน
ขณะจัดข้าวของ เจนสังเกตเห็นภาพถ่ายครอบครัวบนหัวเตียง มีรอยขูดขนาดใหญ่อยู่มุมภาพ หน้าของเด็กหญิงในภาพถูกขีดจนเลือน เธอหยุดมอง—นั่นคือเธอเองในวัยแปดขวบ
กลางคืน เจนได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ บนพื้นบ้าน อีกเสียงหนึ่ง—เสียงดั้งเดิมจากใต้บันได—แผ่วมาไกล ๆ จนเธอขยับตัวไม่กล้าไปไหน เสียงซุบซิบภาษาแปลกประหลาด กระพริบหายไปพร้อมกับเงาที่สะท้อนจากปลายบันได
รุ่งเช้า เมฆตรึมยังเกาะแน่น เจนเดินไปหลังบ้าน ตรงบ่อน้ำเก่ามีรอยเท้าเปียกน้ำไม่ทราบของใคร เธอก้มลง มองน้ำสีขุ่นขลับ เงาอะไรบางอย่างพริบไหวในบ่อน้ำ คล้ายรูปหน้าคุ้นเคยแต่แวบหายไปทันทีที่เธอตั้งใจเพ่ง
“เจน มาช่วยแม่หน่อย…” เสียงแผ่ว ๆ จากในบ้าน แม้แม่จะไอหนัก แต่เสียงที่ได้ยินนี้ไม่ได้ชวนเชื่อสักนิด เจนลังเลอยู่นานก่อนจะกลับเข้าบ้าน เจนพบแม่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างทั้งที่ขาอ่อนแรง “ใครเดินอยู่หลังบ้านเมื่อคืน” แม่ถามเสียงแผ่ว ทว่าแววตานั้นเข้มข้นผิดปกติ
“ไม่มีใครค่ะ หนูเองก็กลัว” เจนตอบดวงตากระวนกระวาย แม่ถอนหายใจ นั่งลง มือกำขอบผ้าห่มแน่น
ในช่วงบ่าย เจนเจอขวดแก้วเก่าใต้ตู้ เม็ดลูกปัดลากเป็นเส้น แต่ละอันถูกทาด้วยหมึกดำ เธอจำได้เลือนราง พวกนี้ไม่ใช่ของเธอ—หรือใช่? จู่ ๆ เธอก็รู้สึกหนาวเฉียบขึ้นมา
เสียงกระซิบจากใต้บันไดดังขึ้นอีกครั้ง “อย่าลืม อย่าลืม อย่าลืม…” เจนรีบเดินเข้าไป หน้าต่างเล็ก ๆ ตรงปลายห้องสะท้อนเงาคนผอมสูงยืนหันหลัง เจนใจสั่น เธอกะพริบตา เงานั้นหายไป
กลางดึก เจนฝันสับสนถึงทางเดินใต้ดิน มีเสียงคนเชิญชวนให้เธอเดินเข้าไป เธอส่ายหน้าแต่ขาไม่หยุดเดิน ปากของหญิงสาวในฝันกระซิบข้างหู “ทางลับต้องถูกปิด” เมื่อตื่นร่างเธอเปียกเหงื่อ เหมือนเพิ่งผ่านเหตุการณ์จริง
ในห้องใต้บันได เจนสำรวจพบตะขอเหล็กหลุดจากพื้นไม้ เธอค่อย ๆ งัดขึ้นแผ่นไม้ เพียงเปิดออก กลิ่นเหม็นอับกับความมืดมิดปะทะใบหน้า เธอกลั้นหายใจส่องไฟฉายลงไป เห็นทางเดินแคบทอดยาวสู่ใต้ดิน
เข่าของเธอสั่นระริกใจ อยากถอยกลับไปหาแม่แต่ก็หยุดไม่ได้ เจนตัดสินใจค่อย ๆ ปีนลงไป เสียงลมหายใจเบาราวกับไม่ได้อยู่คนเดียว เงาขยับเคลื่อนไหวไกล ๆ ในทางเดิน แม้ไม่มีตัวตนให้เห็นชัด
ภายในทางเดิน แสงไฟฉายสว่างวาบเห็นรอยขีดข่วนบนผนังและเศษตุ๊กตาหัก ต่อจากนั้นเสียงกระซิบเจือเศร้าก็กลับมา “ทำไมถึงลืม…” เธอผงะกลัวแต่ขาเดินต่อเอง เสียงฝีเท้าเหลือบลับหลังกลายเป็นเสียงกระซิบใกล้ข้างหู
เจนพบห้องเล็กแห่งหนึ่ง มีโต๊ะไม้กลมตรงกลาง บนโต๊ะวางกล่องไม้และกระดาษขาด ๆ ภาพวาดเด็กหัวขาด เสียงแตกร้าวดังขึ้นจากห้องข้าง ๆ ตู้ไม้โยกเยกเหมือนมีอะไรอยู่ข้างใน เจนลังเลแต่ใจสั่งให้เปิด เธอเห็นเสื้อเด็กสีซีดม้วนขาดคามือ—กับปมเชือกพันคอ
เสียงแม่ดังมาไกลๆ “เจน อย่าเข้าไป!” ทว่าสายตาเธอจ้องอยู่ที่ช่องลับใต้ตู้ เจนมุดเข้าไปทันทีที่เสียงกระซิบพร้อมกันนับสิบก้องเต็มทางเดิน “พวกเขาจะลืม…”
ข้างใน เธอพบผนังปูนหยาบมีรอยขูดและคำสาปร่างด้วยรอยเลือดแห้ง ซีดจางจนอ่านแทบไม่ออก เจนกดไฟฉายแนบอก น้ำตาคลอเบ้า เสียงเด็กหัวเราะประหลาดแว่วในเงามืดคล้ายเสียงตัวเธอเองสมัยเด็ก
ระหว่างสำรวจ เงาสีเทา ๆ โผล่วูบจากมุมห้อง เจนทรุดลง เธอพยายามนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต สองมือขยำรูปภาพจนขาด เงาและเสียงเหล่านั้นโอบหัวใจไว้จนหายใจไม่ออก
เจนขึ้นมาจากทางเดินใต้ดิน เจอแม่กำลังขดตัวอยู่ข้างเตียง ในมือแม่มีภาพถ่ายเก่า “ลูกต้องไม่ลืมสิ่งที่เกิดขึ้น” น้ำเสียงแม่ลึกและเข้ม “แม่…มันเกิดอะไรขึ้น มันคืออะไรกันแน่” เจนขอคำตอบทั้งที่น้ำตาร่วง
แม่จ้องหน้าเธอ เสียงฝนกระทบกระจกดังเปาะ “ตอนเธอเล็ก เธอมีน้องสาว แต่หนู…ลืมทุกอย่าง” เสียงสะอื้นของแม่ตัดกับเสียงกระซิบของเด็ก เจนค่อย ๆ จำได้ถึงอุบัติเหตุ—น้องสาวหายไป ไม่มีใครพบอีกเลย ทางลับใต้บ้านคือที่ที่ทุกอย่างถูกซ่อนไว้
เจนไม่กล้ากลับลงไปอีก แต่เสียงกระซิบกับเสียงเด็กไม่เคยหยุด—มันก้องสะท้อนอยู่ในบ้าน ในใจเธอ ห้องใต้ดินกลายเป็นขุมนรกของความลับ เจนเฝ้ามองแม่ โรคของแม่เลวร้ายลง เงาและเสียงค่อย ๆ กลืนกินชีวิตทั้งสอง
คืนสุดท้าย ฝนตกไม่ขาด เจนตื่นขึ้นเพราะเสียงเรียก ชื่อของน้องสาวดังแว่วในทางเดิน เธอลุกขึ้นเดินฝ่าความมืดลงไปยังห้องใต้ดินอีกครั้ง เธอเจอน้องสาวในเงาสะท้อน กำลังยิ้มให้ “อย่าลืมฉัน…” เจนเอื้อมมือไปแตะ เงานั้นเลือนหาย เสียงร้องไห้ของตัวเองสะท้อนอยู่ในห้องว่างเปล่า
ท้ายที่สุด เจนตัดสินใจปิดทางลับนั้นตลอดกาล เธอเลื่อนฝาไม้กลับที่เดิม ไม่ยอมรับรู้อีกต่อไป เสียงกระซิบเงียบลงแต่คงอยู่ในบ้าน ในใจ และในทุกเงามืดที่เธอเดินผ่านไป
บ้านหลังนั้นกลืนกินเสียงหัวเราะของเด็ก ภาพครอบครัว และความทรงจำที่ควรถูกจดจำ—เหลือไว้เพียงความเงียบกับเสียงฝน…