คลัสเตอร์หอใหม่…ป่วนให้สุดแล้วหยุดไม่ได้
เสียงรองเท้าแตะลากไถพื้นกระเบื้องหน้าหอพัก สลับกับเสียงหอบหายใจหนักๆ “มึง! กูบอกแล้วว่าไม่ต้องเอาข้าวของมาจัดเต็มแบบนี้ก็ได้!” ธันวาโยนลังลูกเต๋าทำมือ DIY ให้พงษ์ เพื่อนร่วมชะตากรรมวิ่งตามแทบไม่ทัน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ก็ไอเดียมึงไง จัดปาร์ตี้เกมซื้อใจเพื่อนใหม่! แต่ละคนตัวโตกว่ากูอีก กูจะแบกลังนี้ไหวได้ไงวะ” พงษ์บ่นพลางปาดเหงื่อขณะลากลังตาม
“เชื่อเหอะ ทุกคนจะชอบ ค่ำนี้กูมีเซอร์ไพรส์!” ธันวายิ้มมั่นใจ พลางดันประตูหอกลับเข้าไป ด้านหลังมีเสียงรองเท้าของจิ๊บ น้องปี 1 ที่เงียบที่สุดในกลุ่ม เดินตามแบบกล้าๆ กลัวๆ
“เราเอาไอติม…มาแจกด้วยนะ” จิ๊บพูดเสียงเบา พงษ์กับธันวามองหน้ากัน เหมือนจะคุยกันว่า: ‘เอาวะ จะห้องเย็นมั้ยคืนนี้?’
ไม่ทันไร ประตูหอก็เปิดพรึ่บ โปเต้ หนุ่มรุ่นพี่สุดเนี้ยบ ผู้เป๊ะกับกฎระเบียบกว่าใคร โผล่หน้ามาพร้อม clipboard กับสายตาจับผิด
“ปีนี้ใครจัด? อย่าให้เสียงดังเหมือนปีที่แล้วล่ะ ผนังห้องมันบางนะน้อง”
ธันวารีบพยักหน้าอย่างมั่นอกมั่นใจ “ไม่ต้องห่วงครับพี่ ปีนี้ soft มาก เนิบๆ เหมือนฟังธรรมะ รับรองพอร์ตน้องพี่ไม่กระตุกละ”
โปเต้ตวัดตามองลังเกม DIY อย่างจับผิด “ธรรมะ? ลังนี้มันอุปกรณ์กำมือ หรือยกน้ำหนักกันเนี่ย…”
ทันทีที่โปเต้เดินจากไป ธันวาหันประกาศแผนกับเพื่อน “คืนนี้เราทำให้ปาร์ตี้เปิดหอปีหนึ่งเป็นตำนาน จำไว้ มึงแค่ช่วยกูดึงทุกคนให้ happy เดี๋ยวกูขอเปิดงานเอง!”
เมื่อความมั่นใจเกินเหตุเริ่มก่อตัว ทุกอย่างดำเนินต่อในความวุ่นวายที่ไม่มีใครยั้งไหว…
คืนนั้น ห้องโถงกลางคึกคัก ธันวาเริ่มแผนแรก ชวนทุกคนมาแนะนำตัวด้วยเกม ‘เลียนเสียงสัตว์ประจำตัว’ “เอ้า เริ่มที่แป๊ะ!”
แป๊ะ เพื่อนร่างใหญ่พูดเสียงเบา “เอ่อ…ผมเลือก กระต่ายครับ” แล้วกระโดดสองทีกระดึ๊บ ๆ แบบไม่สื่อความหมาย ความเงียบแผ่คลาย พงษ์รีบตบไหล่เพื่อนกลบเกลื่อน “อ่ะ…เอาแบบขำๆ พอ ๆ” ทุกคนหัวเราะกลั้วอาย
เกมสอง ธันวาจองตำแหน่งพิธีกร พร้อมลูกเต๋า DIY “ใครทอยได้หน้ายิ้ม…ต้องเต้นท่าไหนก็ได้ 10 วิ! โอเคไหม?” ทุกคนดูงงนิดหน่อยแต่ไม่มีใครกล้าแย้ง
ลูกเต๋าทอยไปออกหน้ายิ้มที่จิ๊บ น้องสายเนิร์ดตั้งใจกอดกล่องข้าวแน่น ค่อย ๆ เขย่งขา ‘เต้น’ แบบกลัวตกใจตัวเอง เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้น ตอนนั้นนั่งห่างมีแป๊ะกับจิ๊บสองคนรู้สึกเหมือนแข่งตึงเครียดกันเอง
จังหวะนั้น มีเสียงโวยวายจากชั้นบน “ใครเอาอะไรไปวางหน้าห้องกู! ไอศกรีมหกเต็มเลย!” ธันวาหันไปมองจิ๊บพร้อมกัน “…เราแค่หาที่เย็น ๆ วางไว้ ไม่คิดว่าจะละลายไวขนาดนี้…”
แผนปาร์ตี้เริ่มเอียง พงษ์โบกมือ “กูว่ารีบเก็บไอติมไปแช่เหอะ ยังดีกว่าดูดพื้น”
ทุกคนแยกย้ายกันหิ้วไอติมละลายอย่างเร่งรีบ พอวางเสร็จกลับมาก็พบกับโปเต้ ดักรออยู่ที่มุมห้องด้วยสีหน้าไม่สนุก
“มีอะไรน่าสนุกเหรอ น้องธันวา? หรือจะให้พี่โทรหาพี่ดูแลอาคาร?”
ธันวาฉีกยิ้ม “ไม่มีอะไรพี่! ปาร์ตี้เด็กดี…ชัวร์”
โปเต้พยักหน้าช้าๆ แล้วเดินจาก พร้อมบันทึกอะไรลง clipboard เพื่อนๆ ซุบซิบกันเงียบๆ พงษ์หันมากระซิบ “แต่ละครั้งที่เขาจดชื่อ กูนึกว่าคะแนนวินัยจะติดลบไปชาติหน้า”
เกมเลขาฯต่อมา ธันวาแบ่งกลุ่มให้ถ่ายรูปประจำหอ ใช้ชื่อธีม “หอใหม่ ครอบครัวเดียวกัน” พร้อมบังคับโพสท่าขำ ทุกคนเริ่มฮากันเองแต่…แป๊ะเกิดสับสนคิดว่าต้องแกล้งทำเป็นครอบครัวจริงๆ “เอ่อ…แล้วใครเป็นพ่อ ใครเป็นแม่อ่ะ?” จิ๊บรีบเสริมเสียงสูง “เรา…เป็นลูกหมาได้มั้ย?” ธันวาจ้อง “ธีมไม่ได้ให้แย่งบทบาทสัตว์เลี้ยง!”
ภาพถ่ายออกมาเหมือนสารคดี ‘มนุษย์ต่างดาวลงหอ’ มากกว่าครอบครัว
ผ่านไปซักพัก พงษ์แยกตัวไปเติมน้ำ โดนโปเต้เขม็งหน้า “ขวดส่วนตัวหรือขวดกลาง?” พงษ์ลังเล “ส่วนตัวครับพี่”
โปเต้ “ดีๆ พี่ไม่ชอบแชร์น้ำลาย” พงษ์หัวเราะแห้ง ๆ แต่ในใจกังวลจะถูกลงโทษแปลก ๆ
โกลาหลจริงจังเริ่มเมื่อแสงไฟกระพริบ ทุกคนปรับอารมณ์จากฮาเป็นประสาทกิน ธันวาคว้าโอกาสประกาศ “ถึงเวลาเกมล่าทรัพย์สมบัติ! ใครหาของได้ใน 5 นาที มีรางวัลเด็ด!”
จิ๊บยื่นธนบัตรยับ ๆ ให้ “เอาอันนี้ได้มั้ย…มันหายในกระเป๋ามาตั้งแต่ปีที่แล้ว”
ทุกคนพากันออกค้นของประหลาด ๆ ทั่วหอ แป๊ะเจอถุงเท้าขาดสองข้างถือมาภูมิใจ ธันวาหัวเราะก่อนสั่ง “เฮ้ย ของแปลก แต่ใส่คืนเดี๋ยวนี้!”
ขณะทุกคนกำลังสนุก สัญญาณไฟดับพรึ่บ!
“เอาแล้วไง…คืนเปิดหอปีไหนไม่ดับไฟบ้างวะ” พงษ์รับมุขสถานการณ์ทันที
จังหวะนี้เข้าใจผิดใหญ่ พงษ์กับธันวาสบตากันพร้อมหาคำอธิบายให้เพื่อน กลายเป็นว่ามีคนลือว่ารุ่นพี่ปล่อยข่าวขู่ว่าจะทดสอบความกล้าด้วยการขังเด็กใหม่ในห้องมืดทุกปี พวกเด็กเพิ่งเข้ากลุ่มพากันหลบมุมตัวสั่นเอง
แป๊ะกระซิบเสียงสั่น “…มันจริงเหรอวะ? กูยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลย” จิ๊บพลิกสถานการณ์ถาม “แล้วถ้าหาหัวใจตัวเองไม่เจอ จะต้องโดนอะไรมั้ย?” พงษ์พยายามขำแต่ก็รู้ตัวว่ากลัวกลาย ๆ
ธันวามองเหตุการณ์วุ่นวาย เกิดไอเดียประหลาด “งั้นเราจัดพิธีล่าหัวใจหอพัก! ใครหาไม่เจอ ต้องไปเต้นหน้าแอดมินกลุ่มหอตอนตีสาม!” ทุกคนเปลี่ยนสีหน้าทันที
ขณะที่เสียงหัวเราะและความกังวลปะปน โปเต้ เข้ามาส่องมือถือส่องหน้า “กำลังช่วยแก้ไฟ แต่ใครปล่อยข่าวขู่เด็กใหม่เนี่ยนะ? เดี๋ยวพี่ลงโทษตักน้ำล้างโถชั้น 1 เลย!”
พงษ์รีบส่ายหัว “เปล่าเลยพี่ พวกผมก็กลัวเหมือนกัน!”
ทันทีที่ไฟติด ทุกคนรีบหันไปปรบมือให้โปเต้ กลบเกลื่อนความวุ่นวาย ธันวาชิงนำ “ไหน…กลับมาเล่นเกม เดี๋ยวคืนนี้เราได้เป็นตำนานกันแน่!”
แต่แล้วอะไรก็ไม่เป็นไปตามคาด เมื่อกล่องเกมโดนใครบางคนโยกจนกล่องพัง ชิ้นส่วนกระจาย คนทั้งหอช่วยกันหาชิ้นเกมกันวุ่นวาย กลายเป็นงานชุมนุมมิตรภาพอย่างจริงจัง
ระหว่างหากล่องชิ้นสุดท้าย แป๊ะดันไปหยิบถุงปริศนาของโปเต้เข้า โปเต้รีบมาแย่ง “ของส่วนตัวพี่ครับ! ไม่ใช่อุปกรณ์เกม” พงษ์แหย่เบา ๆ “หรือซ่อนของกินไว้?” โปเต้ขึ้นเสียง “ของเล่นหมูออมสินของพี่! ของสะสม!” ทุกคนหัวเราะประสานเสียง
จังหวะนี้ จิ๊บเสนอ “เล่นเกมสันติสุขแทนได้มั้ย?” ธันวาขมวดคิ้ว “เกมไรอ่ะ?” จิ๊บยิ้มเขิน ๆ “ยืนเงียบ ๆ จนกว่าจะฟังเสียงหัวใจตัวเองได้” พงษ์ทำหน้าเหวอ “หอเราต้องเงียบขนาดนั้นเหรอ?”
ทุกคนหัวเราะพร้อม ๆ กัน กลายเป็นบรรยากาศครอบครัวอบอุ่นขึ้นมากกว่าวุ่นวาย
ธันวาเพิ่งสังเกตว่าความวุ่นวายและความเข้าใจผิดทั้งคืนจริง ๆ คือจุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่ทุกคนมีให้กัน “กูว่าปาร์ตี้นี้ไม่ต้องเกมเป๊ะ ทุกอย่างพังแต่อบอุ่นวะ” พงษ์พูดพลางยิ้ม
โปเต้เดินมานั่งกับกลุ่ม บ่นเบา ๆ “ปีนี้เสียงหัวเราะดังดีว่ะ ขอบคุณนะ” ทุกคนยิ้มรับกันโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ
ถึงแม้ปาร์ตี้แรกของหอใหม่จะวุ่นวายจนงานพังไปทั้งแผน แต่ความเป็นเพื่อนใหม่ในหอ มุกฮาพลิกล็อก และการเข้าใจผิดสุดวินาศ กลับกลายเป็นความทรงจำอบอุ่น และหัวเราะได้อีกยาว
สุดท้ายก่อนแยกย้าย ธันวาสรุป “เอาไว้งานหน้ากูไม่มั่นใจเท่านี้ละ!” ทุกคนร้องเป็นเสียงเดียว “ไม่เชื่อหรอก!”
หอใหม่ยังมีเรื่องราวให้ขำให้ซวยอีกเยอะ…แต่คืนนี้ ขอจบด้วยไอติมละลายและหัวเราะพร้อมกันท่ามกลางตึกที่ไม่เคยเงียบ