ในวันที่ไม่มีเธอ
เสียงดนตรีสดจากห้องซ้อมในมหาวิทยาลัยดังขึ้น เด็กหนุ่มผู้มีชื่อว่าโฟน นั่งอยู่ในมุมห้อง ข้อมือของเขายังคงสวมกำไลที่ทำจากผ้าสีแดงสดซึ่งลูกสาวของอาจารย์ใหญ่ได้มอบให้เขาเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ แต่วันนี้ไม่มีสีสันสดใส เพราะคาเบรียเป็นแค่เงาที่หลุดไปจากชีวิตเขา เมื่อไม่นานมานี้ โฟนและคาเบรียเพิ่งมีช่วงเวลาที่สวยงามร่วมกัน ลอยอยู่ในโลกแห่งความฝันที่พวกเขาสร้างขึ้น แต่ทุกอย่างกลายเป็นอดีตเมื่อคาเบรียประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ในคืนที่ดาวเต็มฟ้าของเดือนพฤษภาคม
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“โฟน!” เสียงเรียกพร้อมเสียงตบมือลงมาบนหน้าผากของเขา โฟนมองขึ้นไปเห็นว่านาทา เพื่อนซี้ของเขายืนอยู่ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม “ไปไหนกันที่ห้องเรียนเนี่ย สายแล้วนะ” โฟนยิ้มเล็กน้อยแล้วตอบ “ไปไหนก็ไปให้พ้นที่นี่” เขาไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขารู้สึกยังไงในขณะนี้ นาทาทำหน้าเข้าใจ บางทีเขาอาจจะคิดว่าโฟนแค่เบื่อหน่ายกับการเรียน
เวลาผ่านไปสองเดือน โฟนยังคงอยู่ในสภาวะซึมเศร้า ข้ามวันไปมาโดยไม่มีเป้าหมายในหัวใจ มีเพียงเสียงกีตาร์ของคาเบรียที่ก้องกังวานอยู่ในความทรงจำธุลีของเขา วันหนึ่งขณะที่นั่งอยู่ในห้องเรียน เขาได้พบกับชุดดนตรีเล็กๆ บนโต๊ะของเพื่อนร่วมชั้น ชื่อของคาเบรียปรากฏขึ้นบนดนตรีนั้น และปฏิกิริยาที่หลั่งไหลมาตามร่างกายของเขา คือความรู้สึกโศกเศร้าที่ฝังแน่นในอยู่ลึกในใจ
การกลับมาของเดือนพฤษภาคมเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง เขาตัดสินใจเข้าร่วมการประกวดดนตรีในงานเทศกาลมหาวิทยาลัย ซึ่งจะมีนักเรียนจากหลายภาคส่วนมาแข่งขันกัน โฟนรู้ว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับความกลัวและความทรงจำที่ปวดร้าว แต่การกระทำนี้คือการต้องยืนหยัดอีกครั้งเพื่อคาเบรีย และเพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่าเขาไม่ได้สูญเสียความรักไปโดยเปล่าประโยชน์
วันการประกวดดนตรีมาถึง ความตึงเครียดในอากาศสามารถสัมผัสได้ทั่วบริเวณเวที โฟนยืนอยู่หลังเวที หลายสัปดาห์ผ่านไปกับการซ้อมซ้ำ ๆ และเขาก็ยังต้องสู้กับความกลัวที่มันหวนกลับมาอยู่เสมอ ขณะที่เสียงประกาศชื่อของเขาดังขึ้นในลำโพง เขาทำใจให้สงบ ฉุดจิตใจของตัวเองมาตั้งแล้วตัดสินใจขึ้นไปบนเวที
เขาเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม ความรู้สึกเริ่มหลั่งไหลกลับมา ความมั่นใจเกิดขึ้นเหมือนการคลายความตึงเครียดที่คอยขัดขวางมาเป็นเวลานาน เสียงกีตาร์ของเขาพาให้ผู้ชมจมอยู่ในอารมณ์ที่เขาสื่อสารออกมา การหลับตาแน่นบอกว่าเขายังคงคิดถึงคาเบรียอยู่
แต่เพียงแค่ภายในไม่กี่นาที ความทรงจำที่ชาติข้ามผ่านเข้ามาอย่างซับซ้อน ทำให้เขาต้องหยุดร้องเพลง แผนการสูญหายไปเมื่อเขาพยายามต่อสู้กับการต่อสู้ภายใน ความกลัว ความเศร้า ความดัน นาทาที่อยู่ในกลุ่มผู้ชมมองเห็นความสับสนในตัวเขาและส่งสัญญาณให้เขาเพิ่มไฟในใจด้วยเสียงปรบมือที่มีชีวิตชีวา
ในช่วงกลางของการแสดง เขาตัดสินใจว่าจะให้เผยแพร่ความรู้สึกของเขาให้โลกรู้ “เพลงนี้เป็นเพลงที่เขียนเพื่อบุคคลที่ไม่มีวันลืม” เสียงของเขาร้องออกไปเต็มเวทีและน้ำตาเริ่มไหลออกอย่างควบคุมไม่ได้ เขาดีใจที่ในที่สุดก็ได้สื่อสารสูตรที่คาเบรียมีอยู่ในหัวใจของเขา
เมื่อเพลงถึงจุดไคลแมกซ์ ตัวเบา ๆ ที่บีบให้มีชีวิตชีวา กลิ่นน้ำหอมของดอกไม้ที่หอมหวานจางๆ ประนมมือจนกระทั่งจบ ทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ใช่แค่การแสดง แต่กำลังมีการเดินทางภายใน
สุดท้ายเสียงปรบมือที่ปราดเปรียวจากผู้ชมดังขึ้นจนทำให้เขาแทบทนไม่ไหว โฟนจบการแสดง ด้วยใจที่ไม่เคยมีความตั้งใจว่าจะสูญเสียใครไปอีก แต่เขารู้สึกดีใจที่สามารถปิดฉากความทรงจำผ่านเสียงดนตรีที่ยังคงมีอยู่ ณ วันนี้
หลังจากวันนั้น โฟนกลับมาเรียนต่อเมื่อคืนที่มหาวิทยาลัย เขายังคงมองหาความฝันในการสร้างดนตรี แต่ครั้งนี้เขาได้พบความแตกต่างในใจ ที่ไม่มีวันที่จะหายไป แต่เขาสามารถเปลี่ยนแปลงมันให้เป็นแรงผลักดันในทางที่ดีงาม เดินต่อไปด้วยความรักและชีวิตเพื่อคาเบรีย แม้ว่าความเสียใจจะมีอยู่ แต่การแสดงเพลงนี้คือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเขาและการเติบโตของหัวใจที่ไม่เคยหยุดนิ่ง