เกาะเงาสีคราม
เปลวแดดยามสายสาดลงแผ่วเบาบนกระจกตึกเรียน กลิ่นน้ำหอม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเหงื่อจางๆ คลุ้งในอากาศ ห้องเรียนวิชาปรัชญาศิลป์เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยกระซิบกระซาบ เหมือนต่างคนต่างแอบจับตาดูใครบางคน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!นันท์ หนุ่มผมสั้นเซอร์ใส่เสื้อโปโลเก่า รีบผลักประตูเข้ามาในห้อง หอบหายใจและสายตาอยู่นิ่งบนเก้าอี้ว่างหลังสุด ก่อนจะหยิบสมุดโน้ตขึ้นมาเขียนอะไรสั้น ๆ อย่างประหม่า
"เมื่อคืนใครโทรหามึงวะ?" วาฬ เพื่อนสนิทเอียงมาตอกราวกับล้อเล่น แต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย
นันท์หลบตา "ไม่ได้โทร… แค่มีเบอร์แปลกขึ้น ยังไม่ได้รับสาย"
อิ๋ว หญิงสาวผมเปีย ดวงตาเป็นประกายขี้เล่น เหลือบมองสมุดโน้ตนันท์อย่างอยากรู้ "ช่วงนี้เบอร์แปลกโทรหาหลายคนแล้วนะ"
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น แอน เพื่อนร่วมห้องอีกคน ก้มมองหน้าจอแล้วหน้าซีด สีข้างละสายตาไปนอกรั้วหน้าต่าง ห้องเรียนเหมือนเย็นชืดลงในชั่วขณะ
"เบอร์นี้ล่ะ… ใช่ไหม?" แอนยื่นโทรศัพท์ให้ดู หมายเลขไม่ปรากฏชื่อ
ก่อนใครจะพูดอะไรต่อ อรรถ เพื่อนร่างท้วมผิวคล้ำ เดินลุกพรวดขึ้นมา "พวกมึง…โอ็คหายไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว กูโทรเท่าไหร่ก็ไม่ติด"
วาฬหน้าตึง "เขาต้องแกล้งให้เราห่วงแน่ ๆ เดี๋ยวก็โผล่มา" แต่สายตาเริ่มกวาดมองเหลือบตามหาความผิดปกติ
เสียงเคาะประตูแผ่วเบาดังขึ้นจากทางเดิน ไม่มีใครกล้าลุกไปเปิด นันท์สบตากับวาฬ ต่างคนต่างนิ่งงัน สายลมเย็นวูบเข้ามาพร้อมเงาสีน้ำเงินลึกลับวาดผ่านบานกระจกไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนเหมือนกลั้นหายใจ
"กูว่ามันเริ่มพิลึกละ" อรรถพึมพำ พลางหยิบโทรศัพท์กดโทรหาโอ็คซ้ำ เสียงสัญญาณขาดหายเหมือนมีอะไรมืดทึบปิดกั้นอยู่
ยามเที่ยง นันท์ อิ๋ว อรรถ และวาฬ ลากกระเป๋าสะพายเดินออกมาที่ลานกว้างหน้าตึก คุยกันสับสนเคร่งเครียด—จะไปแจ้งอาจารย์หรือไม่ ถ้าโอ็คแค่หนีเที่ยว?
อิ๋วก้มหน้า "ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริง เรารอไม่ได้แล้วนะ"
วาฬกัดฟันแน่น มองนันท์ "ถ้าพวกเราคิดผิด มันก็แค่เรื่องขำ…แต่ถ้าคิดถูก?"
ทั้งสี่ตัดสินใจนั่งรถสองแถวไปคอนโดที่โอ็คพัก ระหว่างนั่ง นันท์มองฝ่าแสงแดดออกไปนอกหน้าต่าง พบว่าเงาสีครามเลื้อยคลานเป็นเงาวูบแปลกตาบนท้องถนนยามเคลื่อนรถ
หน้าลิฟต์ชั้นสิบ สี่เพื่อนยืนจับกลุ่ม ตาจ้องประตูเหล็กที่สะท้อนภาพออกมาเย็นยะเยือก อิ๋วมือสั่น กดกริ่งนานกว่าจะมีเสียงตอบรับจากด้านใน
"โอ็ค! โอ็คอยู่ไหม!" อรรถตะโกน ทว่ามีแต่ความเงียบ ห้องโอ็คแง้มประตูไว้อย่างที่ไม่มีใครกล้าเปิดกว้าง
ในห้องมีกลิ่นชื้นของน้ำทะเลปะทะกับกลิ่นควันบุหรี่ของโอ็คบนโต๊ะ ทุกอย่างในห้องเรียบร้อยเหมือนเจ้าของจะกลับมาได้ทุกเมื่อ โทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์วางอยู่บนเตียง ไม่มีร่องรอยต่อสู้
อิ๋วเดินไปหยิบสมุดวาดรูปเล่มหนึ่ง เห็นหน้าสุดท้ายวาดรูปเกาะลึกลับล้อมด้วยเงาสีคราม วาฬใจสั่น ค่อย ๆ พลิกดูรายละเอียด หัวใจเต้นแรงเมื่อเจอประโยคจดไว้ข้างรูป—
"ถ้าอยากรู้เรื่องจริง ไปหากันที่เกาะโน้น"
ทุกคนจ้องหน้ากันในความเงียบ เสียงคลื่นลมในจินตนาการแทรกเข้ามาอย่างฉับพลัน ขณะที่อรรถหันไปกระซิบ "เกาะไหนวะ พวกมึงรู้จักมั้ย?"
นันท์ขมวดคิ้ว "เคยได้ยินข่าวลือเรื่องเกาะสีครามนอกชายฝั่ง…แต่ไม่มีใครเคยไปจริง ๆ"
วาฬถอนหายใจลึก ราวกับตัดสินใจอะไรในใจ "งั้นเราต้องไปให้ได้…กูไม่ยอมให้โอ็คหายไปเปล่า ๆ"
ในค่ำคืนนั้น ทั้งสี่นั่งล้อมวงในห้องของวาฬ บ้านเช่าย่านริมคลอง เสียงแมลงกลางคืนคลอเคลีย ทุกคนเครียดจัดกับความเงียบที่สุมอยู่
"แล้วพรุ่งนี้? เราจะโกหกบ้านยังไงว่าไปไหน?" อรรถเอ่ยเสียงแผ่ว
"บอกไปดูงานศิลป์ ทำรายงานไง" วาฬยิ้มแห้งพยายามให้บรรยากาศเบาลง แต่ดวงตายังคงเต็มไปด้วยกังวล
นันท์เงียบอยู่นาน ก่อนจะพูดช้า ๆ "แล้ว…ถ้าเราไม่เจอโอ็ค…เราจะทำยังไงต่อ?"
อิ๋วอ้อมกอดตัวเอง "อย่าคิดมากเลย เจอแน่ ๆ โอ็คต้องรอเราอยู่"
รุ่งเช้า รถแท็กซี่วิ่งจากเมืองใหญ่สู่ชายฝั่งทะเลยามเงียบเชียบ เพื่อนทั้งสี่นั่งกอดกระเป๋า กระจกสะท้อนใบหน้าแต่ละคนที่อัดแน่นด้วยความกลัวและความคาใจ
เสียงคลื่นกระทบทรายดังชัดเจนเมื่อย่างเท้าลงชายหาด สายลมพัดพาเศษเปลือกหอยมากระทบข้อเท้า เรือหางยาวสีซีดรออยู่ริมท่า
"ไปเกาะสีครามใช่มั้ย?" คนเรือแก่หันมามอง ใบหน้ามีรอยแผลเป็นเก่า ๆ
วาฬลังเล "ครับ…รู้จักเกาะนั่นเหรอ"
คนเรือหลบสายตา "มีแต่คนบอกว่าไม่ควรไป แต่ถ้ายังจะไป ข้ามน้ำไปกันเช้านี้เถอะ เดี๋ยวคลื่นจะขึ้นเร็ว"
นั่งเรือกลางคลื่น เพื่อนทั้งสี่มองเงาสะท้อนน้ำ เงาสีครามไหลเคลื่อนใต้ท้องเรือ อิ๋วกำมือแน่น ก้มกระซิบกับนันท์ "ถ้าไม่มีโอ็คอยู่ที่นั่น…ฉันจะทำยังไงวะ"
นันท์จับมืออิ๋วเบา ๆ เงาสีครามโอบรอบนิ้วมือของทั้งสอง สั่นระริก
เมื่อลงเรือที่เกาะสีคราม ทุกอย่างเงียบงัน ต้นไม้สูงชะลูด ปกคลุมรอบชายหาดเหมือนม่านหนัก กลิ่นเกลือกับกลิ่นดินเปียกเข้าจู่โจมทันที
"โอ็ค!" เสียงอรรถตะโกนก้อง แต่ไม่มีเสียงตอบรับ นันท์หยิบสมุดของโอ็คขึ้นมาดูรายละเอียดภาพ เงาสีครามดูอยู่ที่ปลายเนิน ใกล้อ่าวเล็ก ๆ
ทุกคนเดินลึกเข้าป่า เสียงนกแปลกหู เสียงใบไม้ร่วง เมื่อไปถึงปลายเนินพบว่าอากาศเย็นลงมากผิดปกติ เงาสีครามรอบตัวพวกเขาเหมือนหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
วาฬเริ่มโวยวาย "นี่อะไรกันแน่ กูไม่โอเคกับเรื่องพิลึกแบบนี้แล้วนะ"
ทันใดนั้น เห็นเสื้อยืดลายที่โอ็คชอบวางบนโขดหินเปียก มีรอยเท้าเปล่าหายเข้าไปในแนวไม้พุ่มไปสู่ถ้ำเล็กริมผา
นันท์เดินนำ ขณะอีกสามคนลังเล สัมผัสถึงแรงกดดันไม่อาจอธิบาย ภายในถ้ำอบอุ่นกว่าด้านนอก เงาสีครามแน่นขนัด มีภาพวาดของโอ็คเต็มผนัง บางภาพเป็นเพื่อน ๆ ร้องไห้ บางภาพเหมือนสิ่งมีชีวิตรูปร่างประหลาด
อิ๋วสะอื้นพลางเดินลูบผนัง "โอ็ค…นายไปอยู่ตรงไหน"
เงาสีครามบนผนังเริ่มขยับตัวเอง วาฬถอยหลังไปชนอรรถ ต่างคนต่างนิ่งงัน ทุกอย่างเปลี่ยนไปในบัดดล ความกลัวกำลังกลืนกินเสียงหัวใจ
นันท์ยืนจ้องเงาบนผนัง เงาคล้ายรูปโอ็คยื่นมือออกมาเหมือนจะขอความช่วยเหลือ
"นายอยู่ไหนโอ็ค ตอบกูที" วาฬคำรามพลางต่อยกำปั้นลงกับพื้น
เสียงกระซิบค่อย ๆ ดังขึ้นจากในถ้ำ คล้ายเสียงโอ็คแต่ฟังดูว่างเปล่า "ช่วยด้วย…ออกไม่ได้…อยู่ตรงนี้…"
อิ๋วหน้าซีด ปากสั่น ไม่พูดอะไรสักคำ
อรรถเดินเข้าไปใกล้เงาสีคราม เอื้อมมือแตะผนังทันใดนั้น เงาสั่นไหวเหมือนมีชีวิต เงาม้วนตัวรัดข้อมืออรรถจนเจ้าตัวร้องลั่น
นันท์คว้าอิ๋วและวาฬถอยหลังขณะเสียงหัวใจเต้นระรัว อิ๋วร้อง "ช่วยอรรถ!"
วาฬพยายามดึงอรรถออก แต่เงาสีครามขยายใหญ่มากขึ้นทุกที นันท์รวบรวมความกล้าเด็ดขาด เดินก้าวเข้าหาเงาสีนั้นช้า ๆ
"มันต้องการอะไรจากพวกเรา?" นันท์ถามพลางยื่นมือไปแค่คืบ
เงาสีครามบนผนังเริ่มขยับกลืนแสงไฟฉายและภาพวาดทั้งหมดไว้ เหลือแต่เสียงครวญเบา ๆ ห้องทั้งห้องเย็นเยียบจนลมหายใจกลายเป็นไอ
วาฬตะโกน "โอ็ค! ถ้าฟังอยู่ เรามากันครบแล้ว กลับบ้านได้แล้วนะโว้ย!"
เงาสีครามขยับออกจากผนัง ก่อตัวเป็นรูปร่างมนุษย์พร่าเลือน ดวงตาเปล่าเปลี่ยวเต็มไปด้วยความเศร้า เสียงของโอ็คแทรกมากลางความมืด "มันอยากให้เผชิญหน้าตัวเอง อยากให้กล้ายอมรับความกลัว…ถึงจะปล่อยพวกเราไป"
นันท์หลับตาแน่น พลางพูดอย่างจริงจัง "โอเค…ถ้าต้องสารภาพ…กูเคยอิจฉาโอ็ค ไม่ชอบที่ตัวเองอ่อนแอกว่า…กลัวเพื่อนเกลียด กลัวถูกทิ้ง"
ทุกคนนิ่ง ลมหายใจสะดุด อิ๋วพูดเสียงสั่น "ฉัน…โกหกโอ็คหลายครั้ง…กลัวจะเหลือแค่ตัวเอง กลัวเสียเพื่อนไป"
อรรถวางมือบนอกตัวเอง "ไม่เคยกล้าขอโทษเรื่องนั้น…ทั้งที่ผิดมาตลอด"
วาฬหลับตาลง "กลัวไม่มีใครยอมรับ กลัวไม่มีตัวตน"
แสงในถ้ำเริ่มสว่างจาง เงาสีครามที่กอดแน่นแปรเปลี่ยนเป็นหมอกจาง ๆ เงาคล้ายโอ็คผละออกจากผนังทีละน้อย แต่ดวงตาสบตาเพื่อน ๆ ราวกับย้ำเตือนถึงสายใยที่มี
เสียงคลื่นสาดดังกลับมาอีกครั้ง เพื่อนทั้งสี่ค่อย ๆ ก้าวออกจากถ้ำ เงาสีครามไหลย้อนกลับเข้าสู่ผนัง เสียงของโอ็คแผ่วเบาราวกับล่องลอยมากับลม
"ขอบคุณ…ที่มากัน…"
ทุกคนเดินกลับลงเนิน ไม่มีใครเอ่ยคำพูดออกมา น้ำตาเอ่อขึ้นเปลือกตา ใจแดงเรืองรองด้วยความอุ่นที่ไม่เคยรู้สึกได้มาก่อน
เมื่อยืนอยู่บนชายหาด เงาสีครามสะท้อนแสงจันทร์คลื่นน้ำเป็นประกายแปลกตา นันท์หยิบสมุดวาดรูปของโอ็คขึ้นมา พลิกไปหน้าว่าง เขียนละเลงลงด้วยมือสั่น "ไม่ว่าเงาจะพาไปไหน เรายินดีที่จะตาม…ตราบใดที่เรายังเชื่อใจกัน"
อิ๋ว อรรถ วาฬ เดินมายืนข้าง ๆ กอดกันไว้แน่น เสียงลมบนเกาะเงาสีครามยังคงวูบไหว ไม่แน่ใจสิ่งใดจะกลับมาอีกครั้งในอนาคต แต่พวกเขารู้เพียงอย่างเดียว—สายสัมพันธ์ไม่เคยสูญหาย…แม้ต้องเผชิญเงามืดใดอีกซ้ำ ๆ