เกาะกลางฝัน: ปริศนาแห่งคืนร้าง
เสียงฟ้าร้องคำรามสั่นสะท้านทั่วฟ้า คลื่นกระแทกฝั่งด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว พิมพ์ กายหยาบบางคนหนึ่งนั่งระทมอยู่ปลายท่าเรือไม้เก่า จุดบุหรี่สูบอย่างใจลอย เธอมองออกไปที่ทะเลดำสนิท เหน็บหนาวและเปียกปอนไปทั้งตัว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!แสงแฟลชจากโทรศัพท์ส่องหน้าวัยรุ่นชายชื่อทีป์ เขาสวมเสื้อฮู้ดสีหม่น เดินหลบฝนมาหยุดข้างพิมพ์ “พี่ทำอะไรอยู่คนเดียวในพายุแบบนี้”
พิมพ์ถอนหายใจ สะบัดขี้บุหรี่ออกปลายนิ้ว “รออะไรบางอย่าง” เธอกระตุกยิ้มน้อย ก่อนมองหน้าเด็กหนุ่ม “แล้วเธอล่ะ มาทำไมที่นี่”
ทีป์นิ่ง ไม่ตอบทันที ฝนกระหน่ำแรงขึ้นอีก ทั้งสองจึงรีบไปหลบใต้อาคารเล็ก ๆ ริมท่าเรือ ที่นั่น ชายชราชื่อปู่สงวน กำลังจุดตะเกียงด้วยมือไม้สั่น
“คืนนี้จะไม่ดีแน่” เสียงปู่สงวนสั่นเมื่อไฟติด “คนแปลกหน้าทุกคนบนเกาะต้องอยู่ในกระท่อมคืนนี้”
พิมพ์มองทีป์และปู่สงวนอย่างระแวง ก่อนเสียงฝีเท้าของหญิงสาวชื่อขวัญจะดังขึ้นในความมืด เธอหอบสัมภาระเข้ามาอย่างหมดแรง อากาศเยือกเย็นทำให้คิ้วเธอย่นเข้าหากัน
“นายคนนั้นบอกให้ฉันมาหลบในนี้หรือเปล่า” ขวัญถาม น้ำเสียงกึ่งประชด
ทีป์เงียบ เหลือบมองตะเกียง ปู่สงวนถอนหายใจ “อยู่ก่อน เดี๋ยวคุยกันทีหลัง”
ภายในกระท่อมไม้ ไฟตะเกียงสว่างไสวย้อมเงาดำลงผนัง ทุกคนต่างระแวดระวัง บรรยากาศตึงกับเสียงลม เสียงฝนที่ยังโหมกระหน่ำ
พิมพ์แอบสำรวจรอบห้อง เธอหยุดมองภาพถ่ายเก่าบนผนัง เป็นครอบครัวที่เธอไม่รู้จัก แต่ดวงตาในรูปเหมือนจ้องตอบ
ทีป์จิ้มโทรศัพท์เงียบ ๆ เขาดูเหมือนค้นหาทางหนี แต่สัญญาณขาดหาย “ไม่มีอินเทอร์เน็ตเลยเหรอ…” เขาบ่นเบา ๆ
ขวัญเอนหลังบนเก้าอี้ไม้ ถอนใจ “ทุกคนหนีอะไรมาบนเกาะนี้กันแน่”
ปู่สงวนตบโต๊ะเสียงแข็ง “ไม่ใช่ทุกอย่างต้องการคำตอบในทันที!”
เงียบนั้นเหนียวแน่น ทุกคนสัมผัสได้ถึงความกดดันที่แทรกซึมจากมุมห้อง ทันใด แสงในกระท่อมดับวูบ ทุกอย่างเข้าสู่ความมืดสนิท
เสียงคลื่น เสียงฝน เสียงลมหายใจ — พิมพ์ลุกจากที่นั่ง มือเธอสั่นเล็กน้อย “เราต้องหาทางจุดไฟอีก” เธอเอื้อมหาไฟฉาย กระท่อนกระแท่นไปที่กล่องอุปกรณ์
ทีป์ช่วยส่องไฟจากมือถือ “ระวัง… มีอะไรอยู่ตรงมุมไหมน่ะ” เขากระซิบ ปู่สงวนกวาดมือในอากาศ “ไม่มีของแบบนั้นที่นี่”
แต่ขวัญหยุดนิ่ง ดวงตาเบิกกว้าง เธอชี้ไปยังเงาดำใต้โต๊ะ “เมื่อกี้ฉันเห็น… เด็กผู้หญิง… หรือเปล่า”
ทุกสายตาหันตาม ขวัญมองจ้องอย่างประหลาดใจ ใต้โต๊ะว่างเปล่า มีเพียงรองเท้าแตะข้างเดียวทิ้งไว้
ปู่สงวนเดินเชื่องช้าไปหยิบตะเกียงสำรอง จุดไฟอีกครั้ง เงานั้นกลับมองเงียบ ๆ จากผนัง พิมพ์หยิบรองเท้าขึ้นมาดู สีหน้าเธอเปลี่ยนไปคล้ายคุ้นเคยกับของชิ้นนี้
เสียงฟ้าร้องดังก้องออีกครั้ง ขวัญยืนนิ่ง น้ำตาคลอเบ้า เธอกอดแขนตัวเอง “ฉัน… อ่านเจอเกี่ยวกับเกาะนี้ เกาะที่มีวิญญาณเด็กติดอยู่…”
ปู่สงวนถอนใจลึกสะท้อนในอก เขาเพียงครางเบาๆ “ความกลัวจะกลืนทุกอย่างถ้าเราให้โอกาสมัน”
ความเงียบผันผ่าน ทุกคนรับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่มองไม่เห็นในห้องนี้