ความรักสีหมึก
ช่วงเช้าของวันเสาร์ ท้องฟ้าสดใสเหมือนจะสะท้อนถึงความรักที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในใจของน้ำฝน นักเรียนมหาวิทยาลัยที่ฝันจะเป็นนักเขียน แต่ได้โอกาสในชีวิตมาทำงานที่ร้านหนังสือเล็ก ๆ ในย่านเก่าแก่ของกรุงเทพฯ ที่ซึ่งมีกลิ่นอายของความอบอุ่นจากหนังสือเก่าเมื่อวกเวียนไปทั่วร้าน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!น้ำฝนยิ้มกว้างเมื่อเห็นติณณ์ หนุ่มนักศึกษาเพื่อนร่วมชั้นที่อดีตเธอเคยทำให้เขาหลงรักมากมาย การที่เขามาที่ร้านหนังสือเป็นสัญญาณดี ๆ ว่าอาจจะมีโอกาสทำความรู้จักกันอีกเธอรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดภายในใจที่แม้ว่าจะถูกซุกซ่อนจากกองงานเรียน
“น้ำฝน กำลังอ่านอันไหนอยู่เหรอ?” ติณณ์กล่าวถาม พร้อมรอยยิ้มที่ทำให้น้ำฝนรู้สึกเหมือนหน้าเธอกำลังร้อนขึ้น
“อืม… อะไรนะ หัวใจที่หายไป เป็นนวนิยายเกี่ยวกับความรักและการค้นหาตัวเอง” น้ำฝนตอบอย่างเขิน ๆ
ระยะเวลาผ่านไป ความรักระหว่างน้ำฝนและติณณ์เริ่มผลิดอกออกผลในบรรยากาศอบอุ่นของร้านหนังสือ พวกเขานั่งคุยต่อไปในตอนกลางคืนเมื่อไฟภายในร้านลดระดับลงเพื่อเพิ่มความโรแมนติก ขณะนั้นเสียงรถยนต์และนักท่องเที่ยวก็ดังเข้ามาเป็นระยะ ๆ สร้างบรรยากาศชีวิตในใจกลางกรุงเทพฯ อย่างชัดเจน
แต่แล้ว วันดี ๆ นี้ก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงโทรศัพท์จากทางบ้านของน้ำฝน แม่ห่วงใยและคาดหวังให้เธอเรียนจบด้วยเกรดที่ดีเพื่อการชิงทุนในต่างประเทศ น้ำฝนรู้สึกหนักใจที่ต้องเลือกระหว่างความรักและความคาดหวังจากครอบครัว
“ทำไมเธอไม่มั่นใจในตัวเองสักนิด” ติณณ์กล่าวอย่างจริงจังเมื่อเห็นน้ำฝนโศกเศร้า “เธอมีศักยภาพมากกว่าที่เธอคิด”
น้ำฝนมองหน้าเขา สีหน้าเต็มไปด้วยอารมณ์นับไม่ถ้วน ที่เคลือบเอาไว้ด้วยสินค้าควรกว่าที่เขาจะยอมรับได้
ไม่ช้าไม่นาน เรื่องราวของน้ำฝนซับซ้อนขึ้น เมื่อพ่อของติณณ์แสดงความคิดเห็นที่ทำให้ติณณ์ต้องเลือกว่าจะยุติความรักกับน้ำฝนเพราะเขาต้องเตรียมตัวสืบทอดธุรกิจของครอบครัว
“ฉันไม่อยากเห็นเธอเจ็บปวด ฉันไม่ใช่คนที่เธอคิด” ติณณ์พูดอย่างน้ำเสียงอ่อนนุ่มแต่ปวดร้าว
น้ำฝนแทบจะหายใจไม่ออกเมื่อฟัง เขาไม่รู้หรือว่าความรักมีค่ามากกว่าทุกสิ่ง
ทั้งสองทนความกดดันและคำท้าทายจากทางบ้านกันไม่ไหว แต่พวกเขาก็ไม่อาจจะเลือกได้ระหว่างความรักกับความคาดหวัง
ขณะที่ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็อยู่บนเส้นทางที่ขรุขระ เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นถึงน้ำฝนกลางคืน ขณะที่เขาออกไปด้วยกับติณณ์ในไม่ช้า น้ำฝนได้ยินข่าวร้ายว่าพ่อของติณณ์ประสบอุบัติเหตุอย่างกระทันหัน ในเวลาเดียวกันน้ำฝนต้องเผชิญกับความจริงที่เธอแทบจะไม่คาดฝัน
ฉากบีบหัวใจถูกโอบล้อมด้วยภายในความมืดและเสียงกระหึ่มที่รอบตัว ความรู้สึกว่างเปล่ากระจายออกจากทั้งสองเมื่อความทรงจำจะทำให้พวกเขาต้องเลือกอีกครั้งระหว่างความรักและความรับผิดชอบ
น้ำฝนและติณณ์ต้องการอย่างยิ่งที่จะเดินแยกจากกัน แต่ก็เต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะเติมเต็มความฝันให้กับกันและกัน น้ำฝนเขียนเรื่องราวบนกระดาษเพื่อนำมาสื่อถึงความรักที่เธอมีต่อเขา ทั้ง ๆ ที่มันไม่ได้อยู่ใกล้เธออีกต่อไป
ในที่สุด น้ำฝนเล่าสิ่งที่เธอซื้อจากร้านที่ผ่านมา เธอและติณณ์ก็ต้องเผชิญหน้ากับความรักที่เกิดจากการเสียสละซึ่งกันและกัน อนาคตอยู่ในมือของพวกเขา
บทสุดท้ายของเรื่อง เปิดเผยให้เห็นถึงบทเรียนต่างๆ ที่ทั้งสองได้รับ ในขณะที่เส้นทางแห่งความรักที่เต็มไปด้วยความอับจนและความท้าทาย ได้ระเบิดผ่านหน้าต่างความหวัง พร้อมกันเมื่อทั้งสองยืนช่วยกันมองไปข้างหน้าในอนาคต
“เราจะค้นหาอนาคตด้วยกัน” ติณณ์กล่าวอย่างมั่นใจในขณะที่น้ำฝนมองเขาอย่างเต็มไปด้วยความรักและความหวัง
และนั่นคือความรักสีหมึกที่เขียนลงบนหน้ากระดาษด้วยความรักที่บริสุทธิ์ที่สุด