ความฝันของไม่ฟ
ท้องฟ้าสีเทาแผ่มาบนเมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความเงียบเหงา เสียงกรนของรถยนต์และเสียงนกที่เรียกกันอย่างไม่ขาดสายให้บรรยากาศของบ้านเมืองนี้ดูมีชีวิตขึ้นมา ภายในบ้านเก่า ๆ ที่มีร่องรอยของอดีต ตัวละครหลักไหมฟ กำลังนั่งอยู่บนโต๊ะไม้สนที่เต็มไปด้วยรอยขีดเขียน เขาก้มลงมองสเก็ตช์การ์ตูนที่เขาวาดด้วยความเต็มใจ แม้เสียงจากทีวีจะดังอยู่ในห้องนั่งเล่น แต่มันไม่ดึงดูดความสนใจของเขาเลย
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ทำไมต้องเป็นหมอเท่านั้น!” เสียงของป๊าดังขึ้นในห้องเมื่อเขาเดินเข้ามาประกาศความคาดหวังที่มีต่อลูกชายของเขา ขวดน้ำแร่ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทะลุไปถึงใจของไหมฟ สีหน้าของเขาทำให้ป๊ารู้สึกระอา
“พ่อได้ทำงานหนักขนาดนี้เพื่ออะไร? เพื่อให้ลูกได้มีอนาคตที่ดี” ป๊ายืนยันหนักแน่น เสียงตวาดกลายเป็นแรงกดดันที่ควบคุมไหมฟไว้ให้อยู่ในกรอบความฝันของพ่อ ความฝันที่ไม่เคยเป็นของเขา
“แต่พ่อ… ฉันต้องการเป็นนักวาดการ์ตูน โอเคไหม?” สายตาของไหมฟไปจดจ้องที่ต้นไม้ต้นใหญ่ที่อยู่ข้างนอกหน้าต่าง ความหวังของเขาแต่ละเส้นเบา ๆ ราวกับว่ามันจะปลิวหายไปภายใต้แรงกดดันของผู้ที่รักเขาที่สุด
ไปต่อในวันถัดไปไหมฟเลือกที่จะวิ่งไปที่สวนสาธารณะ เขาจูงมือกับนิน ที่เป็นเพื่อนสนิทของเขาในตอนนั้น ทั้งคู่ยืนอยู่ท่ามกลางสีเขียวขจีของต้นไม้ ฟังเสียงนกและเสียงเด็กเล่น อย่างไร้กังวลด้วยความสุขของวัยรุ่น
“ได้เวลาที่เราจะทำตามฝันของเราแล้วไหม” นินเอ่ยออกมาเสียงเข้ม สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่ไหมฟกลับกลัวขึ้นมาในใจของเขา เขากลืนลงลึก และพูดไม่ได้
สัปดาห์ต่อมา ไหมฟเริ่มวาดภาพที่ส่งไปเข้าประกวดการ์ตูน แต่เขาต้องสะดุดขั้นตอนของการส่งผลงานของตัวเองลงไป หนังสือพิมพ์ที่เขาอ่านแสดงให้เห็นการทำงานของนักวาดการ์ตูนที่มีชื่อเสียง ท่าทางของพวกเขามีเสน่ห์ แต่แฝงไปด้วยความเหงา
“เอาล่ะ ควรทำอย่างไร?” เขาพึมพำกับตัวเองอย่างหงุดหงิด ความรู้สึกนี้กลายเป็นฐานของแรงผลักดันที่จะผลักดันเขาให้ทำต่อไป ในที่สุดเขาตัดสินใจส่งงานเข้าไป
เมื่อข่าวดีเดินทางมาถึง ไหมฟรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากบ่าซึ่งถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกหวังในอนาคต อย่างที่เขาหวังไว้ อาจมีวันหนึ่งที่เขาจะสามารถยืนอยู่บนเวทีนักวาดการ์ตูน
แต่แรงกดดันที่มาจากป๊ายังคงทำให้เขารู้สึกว่าต้องการพิสูจน์ความฝันให้ได้ จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเรื่องราวในบ้านและโลกภายนอกเริ่มต้องปะทะกันอย่างรุนแรง? ความฝันหรือความคาดหวังของครอบครัวจะเป็นผู้ชนะ?
ในคืนที่ข่าวการวาดการ์ตูนของเขาเผยแพร่ เปลวไฟแห่งความทะเยอทะยานบังเกิดขึ้นในใจของไหมฟ เขานั่งอยู่บนโต๊ะหวังว่าจะมีเพียงแสงจากคอมพิวเตอร์เป็นเพื่อนข้างกาย แสงนั้นเปล่งออกมาเป็นการยืนยันในบนตัวเขาในมุมที่ใกล้ชิด
หลายครั้งที่ป๊าจะเข้ามาห้ามปราม และมั่นใจว่าเขาจะไม่เหลือเวลาให้ไหมฟมาทำความฝันให้เป็นจริง แต่ไหมฟก็ไม่ยอมแพ้ เขาเรียนรู้ที่จะต่อสู้และถือข้อความที่เขาต้องการบอกไปสู่โลก
“การเป็นหมอไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จของชีวิต มีหลายวิธีที่จะประสบความสำเร็จ” ไหมฟพูดกับป๊าในค่ำคืนหนึ่ง เขาไม่หวังว่าจะได้รับการเข้าใจในคืนที่มืดมิดนี้ แสงดาวบนฟ้ายังคงสดใส แต่เขาต้องมองหาแสงสว่างในใจตัวเองด้วย
แต่การทะเลาะวิวาทในคืนนี้ทำให้ไม่น่าเบื่อขอให้เขาต่อสู้ แต่เสียงของแม่ที่พูดเพื่อเป็นการไกล่เกลี่ย เขากลัวว่าในที่สุดเขาจะต้องปล่อยให้ความรักในครอบครัวมีความสำคัญอยู่ในใจ
จนกระทั่งจุดพีคเกิดขึ้นเมื่อไหมฟตัดสินใจที่สุดในชีวิตด้วยการจัดแสดงผลงานของเขาในงานเปิดกิจกรรมการ์ตูนที่สำคัญที่สุดในเมือง แน่นอนว่าเขาทั้งกลัวและตื่นเต้น ในการ์ตูนที่เขาได้วาดนั้นมีเรื่องราวเกี่ยวกับการต่อสู้กับความฝันและความคาดหวังของคนรอบข้าง ในค่ำคืนนั้นเสียงดังของการตบมือกอบกู้ความมั่นใจของเขาทุกอย่าง
“ไม่ผิดหรอกนะ” ในขณะที่ป๊าเดินเข้าไปในงาน เขาได้หันหลังกลับและรับรู้อะไรบางอย่างในความฝันอันเต็มไปด้วยสีของไหมฟ เขาถึงรู้ว่าความฝันของลูกอาจมีคุณค่าที่มากกว่าที่ทุกคนเคยคิด
แสงจากเวทียังส่องสว่างให้ไหมฟรู้สึกถึงการยอมรับและทำให้ทุกความพยายามของเขากลายเป็นจริง ความกดดันและความคาดหวังที่เขารู้สึกก่อนกลับกลายเป็นการสนับสนุนให้เขาก้าวเดินต่อไปในโลกที่เต็มไปด้วยสีสันจากลายเส้นและความรักผ่านการ์ตูนแล้ว
โดยเฉพาะกับความรักของครอบครัวที่อาจไม่มีใครอาจจะรู้สึกความมีชีวิตอยู่ในใจอย่างนี้ในเส้นทางไปสู่ความสำเร็จของไหมฟ ผ่านสีสันของการ์ตูนที่พวกเขาสร้างขึ้นและนั้นเองที่ทำให้เขาได้ค้นพบความหมายอันแท้จริงของการใช้ชีวิตอยู่ทำตามความฝันที่สุดในโลกนี้