คนเฝ้าศาล
เสียงลมเย็นเฉียบปะทะใบหน้าขณะรถตู้คันเก่าแล่นฝ่าถนนลูกรังเข้าสู่หมู่บ้านหนองหล่ม กลิ่นดินหลังฝนตกชวนให้บรรยากาศคล้ายกำลังจมหายไปในอดีต ทุกคนในรถต่างนิ่งเงียบ มีเพียงเสียงกระซิบเบา ๆ ของใบตองที่นั่งกอดขาตัวเองอยู่ริมหน้าต่าง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เธอแน่ใจเหรอจะกลับบ้านครั้งนี้? ยังจำได้ใช่ไหม ว่าตรงนั้น…” พลอยถามขณะมือกำกล้องแน่น บรรยากาศอึดอัดจนจันทร์เพื่อนร่วมกองต้องหัวเราะกลบเกลื่อน
“ก็ถ้าไม่กลับ ใครจะถ่ายสารคดีศาลเจ้าให้ล่ะ พวกแกเคยเห็นศาลเจ้าแบบนี้ไหม? ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ด้วยซ้ำ” ใบตองตอบเสียงแผ่ว
รถหยุดตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน เงาต้นไม้คลุมทับทางเดินแคบ ๆ สู่ศาลเจ้าเก่า ทุกคนลงมาแบกอุปกรณ์โดยมีชาวบ้านแก่ ๆ ยืนจ้องอยู่ห่าง ๆ สายตานั้นทั้งตักเตือนและหวาดกลัว
“อย่าไปแหย่ของเขา เดี๋ยวก็ได้เรื่อง…” เสียงลุงทวนดังขึ้น แต่ไม่มีใครตอบ ต่างพากันเดินตามใบตองไปยังบ้านเก่า
คืนแรก ทุกคนนอนรวมกันในบ้านหลังเล็ก กลางดึกเสียงฝนซาแล้ว ทว่ามีเสียงบางอย่างคล้ายไม้กระทบกับหินดังแว่วมา พลอยลุกขึ้นนั่งฟังอย่างตื่นตกใจ
จันทร์กระซิบ “เสียงอะไรน่ะ?” หยาดเหงื่อซึมตามไรผมของเธอ
“น่าจะเสียงหมา…” โอมพูดขณะมองออกไปนอกหน้าต่าง ทว่าในเงามืด กลับไม่มีอะไรเลย มีเพียงความว่างเปล่าและเสียงลมหายใจหนัก ๆ จากใครบางคนข้างฝา
เช้ารุ่งขึ้น ใบตองพาทุกคนไปยังศาลเจ้า ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้มากนัก ศาลหลังเล็กนั้นทรุดโทรม ปกคลุมด้วยเถาวัลย์เก่า ใต้ชายคามีเศษผ้าสีแดงขาดวิ่นห้อยอยู่ ทุกคนหยุดยืนมอง พลอยยกกล้องขึ้นเตรียมถ่ายแต่ลังเล
“มัน…เหมือนมีคนอยู่ข้างใน” เธอพึมพำ
“ไม่มีใครอยู่หรอก” ใบตองตอบ แต่สายตาของเธอกลับไม่กล้าสบตาเพื่อน
ขณะบันทึกภาพ เสียงขลุกขลักแผ่วเบาดังขึ้นในศาล คล้ายเด็กเล็ก ๆ กำลังหัวเราะ ใบตองหน้าซีด มือเธอสั่นขณะถือไมค์
“ได้ยินไหม?” โอมถามเสียงสั่น
“อย่าถามแบบนี้สิ เดี๋ยวมัน…” จันทร์พูดไม่จบขณะแสงเงาทาบผ่านทางเดินเป็นรูปประหลาด
ตกเย็น ใบตองนั่งเหม่อริมระเบียง แม่ของเธอเดินเข้ามาแตะไหล่ “ลูก มันไม่ควรกลับไปที่นั่น… ศาลนั่น… ตั้งแต่พ่อแก…” เธอหยุดชั่วขณะ น้ำตาซึม
ใบตองหลบตา “มันก็ผ่านมาแล้ว”
กลางดึกจันทร์ฝันเห็นคนเฝ้าศาล สวมผ้าสีแดง เดินวนรอบศาลอย่างช้า ๆ แต่เมื่อเธอลืมตา กลับเห็นเงาอะไรบางอย่างอยู่ริมระเบียงบ้านแทน กลิ่นไหม้จาง ๆ ลอยมากับลม
รุ่งเช้ากล้องมีรอยขีดข่วนลึกเหมือนถูกเล็บขูด พลอยใจคอไม่ดี ค่อย ๆ เล่าให้ทุกคนฟัง ทุกคนเริ่มระแวงกันเอง
โอมพูดเสียงแข็ง “อย่าเล่นอะไรบ้า ๆ นะ ใครทำรึเปล่า?” ไม่มีใครรับ
ใบตองเดินหายไปหลังบ้าน พลอยกับจันทร์ตามไป พบเธอยืนจ้องศาลเจ้าผ่านรั้วไม้ ใบหน้าว่างเปล่าเหมือนไม่มีวิญญาณ
“แกจำอะไรได้ไหม?” จันทร์ถามแผ่วเบา
ใบตองไม่ตอบ เพียงแต่น้ำตาไหลช้า ๆ มือกำผ้าสีแดงในกระเป๋าแน่น
ค่ำคืนนั้นเสียงกระซิบดังขึ้นรอบบ้าน ทุกคนตื่นมานั่งรวมกันในห้องกลาง เงาสีแดงอ่อนสะท้อนบนผนัง ทุกคนต่างจ้องหน้ากันด้วยความหวาดกลัว
“พลอย แก…ตอนเด็ก ๆ เคยมาด้วยกันใช่ไหม” จันทร์พูดเสียงเครือ
พลอยส่ายหน้า “ฉันจำอะไรไม่ได้เลย…”
ขณะนั้นประตูบ้านเปิดเอง หญิงแก่ยืนอยู่ในเงา มือเธอสั่น “อย่าไปยุ่งกับศาล อย่า… คนเฝ้าศาลยังอยู่” ก่อนจะหายไปเหมือนไม่เคยมา
รุ่งเช้าทุกคนตัดสินใจไปศาลเจ้าอีกครั้ง ในแสงแดดอ่อน ๆ ศาลดูเล็กและไม่น่ากลัวเหมือนเมื่อคืน แต่กลิ่นเถาวัลย์และ ความเงียบวังเวงกลับหนักอึ้งกว่าเดิม
โอมเดินไปแตะเสาศาล มือเย็นเฉียบ รอยช้ำแดงปรากฏขึ้นช้า ๆ “พวกแก…ดูนี่สิ”
จันทร์หยิบผ้าสีแดงขึ้นมา ใบตองสะดุ้ง ก่อนจะสารภาพ “ฉันทำหายตอนเด็ก ๆ ฉัน มาที่นี่…วันนั้นเอง”
“วันไหน?” พลอยถาม
“วันที่…พ่อฉันตาย” ใบตองเสียงสั่น
ทุกคนเงียบงัน ขณะเสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนรอบ ๆ ศาล “อย่า…ลืม…”
โอมถอยกรูด สีหน้าเปลี่ยน “มันพูดชื่อพวกเรา…”
จันทร์ร้องไห้ “เราไปจากที่นี่เถอะ ใบตองพอได้แล้ว”
แต่ใบตองส่ายหน้า “ฉันต้องรู้ให้ได้…ว่าพ่อฉันตายยังไง”
คืนต่อมา เมื่อทุกคนหลับ เสียงเดินวนรอบบ้านเหมือนคนลากไม้ ไฟในบ้านดับวูบ ใบตองลุกขึ้น เดินไปนอกบ้านโดยไม่รู้ตัว
พลอยตามไป เห็นใบตองยืนอยู่หน้าศาล น้ำตาอาบแก้ม เธอพูดกับความว่างเปล่า “ปล่อยฉันไปสักที…”
เงาสีแดงขยับในศาล เหมือนกำลังรอคอย มือบาง ๆ ยกผ้าสีแดงขึ้น ผ้าที่เปียกน้ำตาเริ่มขยับเองเหมือนมีชีวิต
พลอยรีบวิ่งไปหาใบตอง ดึงแขนเพื่อน “กลับบ้านเถอะ!”
เสียงกระซิบหนักขึ้น “อยู่…กับ…เรา…” อากาศเย็นเฉียบขึ้นทุกวินาที
ใบตองสะบัดแขนออก น้ำตาไหล “ฉันต้องรู้!”
พลอยร้องไห้ “พอเถอะ! เราทุกคนกลัว!”
ใบตองทรุดลงกับพื้น ศาสตราวุธในความทรงจำหลั่งไหลกลับมา ชายแก่คนเฝ้าศาลในอดีต — พ่อเธอ — สวมผ้าสีแดง เดินวนศาลทุกคืน เพื่อปกป้องหมู่บ้านจากคำสาป แต่วันหนึ่ง เขาหายไปในความเงียบ ไม่มีใครพบศพ มีเพียงผ้าสีแดงทิ้งไว้ในศาล
พลอยกับจันทร์ตระหนัก “เขาไม่ได้หายไป… เขาอยู่ที่นี่”
ทันใดนั้น เสียงไม้ขูดหินดังลั่น ศาลเจ้าสั่นสะเทือน เงาสีแดงลอยวนรอบศาล ใบตองยื่นผ้าสีแดงคืนเข้าไปในศาล น้ำตานองหน้า เงาสีแดงโอบล้อมเธออย่างแผ่วเบา ก่อนจะสลายไปในอากาศ
อากาศสงบลง เสียงกระซิบเงียบหาย ทุกคนยืนอึ้งอยู่หน้าศาล
พลอยค่อย ๆ พูด “เราควรกลับกันไหม”
ใบตองหันมาสบตาเพื่อน น้ำตาแห้งบนแก้ม “ขอบคุณ…”
พวกเขาเดินกลับบ้าน ภาพศาลเจ้าเงียบงันอยู่ในเงาป่า เหมือนทุกอย่างจบลง แต่เมื่อหันกลับไปอีกครั้ง เงาสีแดงบาง ๆ ยังยืนอยู่หน้าศาล ยิ้มเงียบ ๆ ในความมืด