งานเลี้ยงความจริงของแก้วหมอก
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นกลางชั่วโมงเรียนพรมหาเศรษฐกิจของอาจารย์พัด ที่ทั้งห้องเงียบชะงักเพราะอาจารย์กำลังพูดเรื่องงบประมาณแบบตาตี่ แก้วหมอกหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋าออกมาอย่างลับ ๆ ทำเหมือนสไลด์จะมีประโยชน์ต่อบทเรียนแล้วกดรับอย่างรวดเร็ว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ฮัลโหล!” เสียงจากปลายสายดังมาพร้อมความตื่นเต้น “แก้ว! แก้วหมอกใช่ไหมคะ เราเป็นตัวแทนมูลนิธิปราบภัยฝุ่น เราได้ยินว่าชมรมจัดงานของมหาวิทยาลัยแก้วจะจัดงานระดมทุนช่วยปรับปรุงห้องสมุด เราสนใจอยากดูแผนของพวกคุณหน่อย”
แก้วหมอกกลืนน้ำลาย เขามองไปรอบ ๆ ห้อง เห็นอาจารย์ยังเว้าเรื่องงบประมาณสบายใจประหนึ่งไม่ใช่สนามรบ “เอ่อ… ครับ ครับ คือผม—”
โทษชะงักตัวเอง “ผมเป็นประธานชมรมจัดงานครับ เรากำลังทำแผนอยู่ เดี๋ยวผมส่งสไลด์ให้นะครับ” ปากพูดอย่างมั่นใจ แต่หัวใจเต้นรัวจนคิดว่าอีกนาทีกระดาษจะสั่น
หลังจากวางสาย แก้วหมอกนั่งนิ่ง หายใจยาว “โอ้โห… ชั้นบอกไปแล้วว่ะ” เขาพูดกับตัวเองอย่างกลุ้ม ๆ ในใจรู้ทั้งรู้ว่าตัวเองไม่ใช่ประธานชมรม ไหนจะต้องส่งแผน ไหนจะต้องหาเครื่องแสดงความสามารถมาอวดผู้บริจาค ไหนจะต้องดูแลแขกรับเชิญอีก
เพื่อนข้าง ๆ มองมา “ชั้นได้ยินไหมว่าคุยอะไรกับมูลนิธิ?” บ๊อบบี้ถามด้วยน้ำเสียงแบบเพื่อนที่ชอบจิ้มจมูกคนที่ทำเรื่องยุ่ง ๆ
“ไม่ได้บอก…ก็แค่…” แก้วหมอกอึก “ก็แค่บอกว่าเป็นประธานเฉย ๆ”
บ๊อบบี้ยิ้มแบบที่ใครเห็นแล้วรู้ว่าเขาไม่ค่อยเชื่อคน แต่ก็อยากเห็นความยุ่งของเพื่อน “โอ้โห ประธานเฉย ๆ เหรอ จะชนะเลือกตั้งได้มั้ยล่ะ?”
แก้วหมอกหัวเราะเบา ๆ “ไม่ใช่เลือกตั้ง มัน… คือมูลนิธิเขาอยากเจอคนที่รับผิดชอบจัดงานไง ชั้นคิดว่าน่าจะช่วยได้ถ้าใครสักคนมีชื่อ แต่เดี๋ยว… ชั้นจัดการเองได้”
บ๊อบบี้ตาโต “อย่าเลยแก้ว ชั้นยังไม่พร้อมเป็นพ่อบ้านใจกล้าให้แก”
คืนวันนั้นแก้วหมอกไปหาจอมทดลองแห่งชมรมจัดงาน—นักกิจกรรมจริงจังชื่อ “แหม่ม” เธอคือประธานที่แท้จริง แต่พอเห็นหน้าแก้วหมอก เธอทำหน้าแบบมองคนที่ทำการบ้านไม่ทัน
“แก้ว ทำไมถึงบอกมูลนิธิว่าเป็นประธาน?” แหม่มถามด้วยน้ำเสียงอ่อน แต่ตาเป็นประกายบอกว่าเธอจะไม่ปล่อยให้เรื่องง่าย ๆ ผ่านไป
แก้วหมอกขมวดคิ้ว “ผม…กลัวจะพลาดโอกาสไง มูลนิธิอยากช่วยห้องสมุด แล้วผมก็อยากให้ห้องสมุดได้ปรับปรุงจริง ๆ แต่ผมไม่อยากทำให้ใครผิดหวังด้วยการบอกว่าเรายังไม่พร้อม”
แหม่มหัวเราะแผ่ว ๆ “แก้ว นี่แกแปลกนะ โกหกเพราะไม่อยากให้คนอื่นเสียใจ แต่โกหกมันทำให้ตัวเองต้องวุ่นวายมากกว่า”
แก้วหมอกอมยิ้ม “รู้ แต่ชั้นคิดว่าฉันแก้ได้นะ”
แหม่มถอนหายใจ “ถ้าจริง ก็ต้องรับผิดชอบต่อการโกหกของตัวเองนะ”
สองสัปดาห์ถัดมา มูลนิธิส่งอีเมลยืนยันว่าจะมาดูการนำเสนอสด และพร้อมจะสนับสนุนหากแผนงานชัดเจน แก้วหมอกนอนคิดทั้งคืน เขารู้ตัวว่าเขาไม่มีประสบการณ์เป็นหัวหน้าทีม แต่เขามองเห็นโอกาสที่จะทำให้ห้องสมุดมีโต๊ะอ่านหนังสือใหม่ ๆ แม้ทางที่จะถึงนั้นจะมีหนามเต็มไปหมด
“เราต้องประกาศรับสมัครทีมจัดงานพรุ่งนี้ที่บอร์ดหน้าโถงนะ” แหม่มบอกในที่ประชุมชมรม “และต้องเป็นทีมที่ดูจริงจัง มีคอนเซ็ปต์ มีโครงงานชัดเจน”
แก้วหมอกยกมือพรวด “ขอฉันจัดคอนเซ็ปต์นะ ฉันมีไอเดียเป็นธีม ‘ห้องสมุดแห่งการผจญภัย’ เห็นไหมว่าฉันมีวิสัยทัศน์”
ทุกคนมองหน้าเขา บ๊อบบี้โผล่หน้าจากมุมห้อง “แก้ว พูดแบบนี้มันเหมือนเรื่องอ่านนิยายมากกว่าห้องสมุด”
แก้วหมอกยิ้มกว้าง “หนังสือคือตั๋วสำหรับการผจญภัยไงล่ะ”
คนในห้องประชุมหัวเราะ แต่แหม่มพยักหน้า “เอาเถอะ ลองดู แก้ว เอางบประมาณมานะ”
ปัญหาคือแก้วหมอกไม่มีงบ ไม่มีทีม และที่สำคัญคือเขาต้องทำให้ผู้บริจาคเชื่อว่าชมรมจัดงานของมหาวิทยาลัยมีแผนจริงจัง เขาจึงเริ่มชวนคนแปลก ๆ ให้เข้าร่วมเป็นคณะจัดงาน
คนแรกคือ “นิดา” เพื่อนร่วมห้องสมุด เธอเป็นคนฉลาด หลักแหลม และแซวแรง เสียงเธอมีคมเฉียบ “ทำไมฉันต้องมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดนิทรรศการของแก้ว?” เธอถาม
“เพราะแก้วยังจำได้ว่าตอนเด็กแก้เล่นสมมติเป็นผู้จัดนิทรรศการอยู่” แก้วหมอกตอบจริงใจอย่างสุดความพยายาม “และฉันรู้ว่าแกมีรสนิยมที่แปลก ฉันต้องการคนแบบนั้น”
นิดายักไหล่ “โอเค แต่ฉันขอค่าจ้างเป็นกาแฟและคำชม”
คนที่สองคือ “แบงค์” เด็กเนิร์ดโปรแกรมเมอร์ ใบหน้าจริงจังและมือสั้นจากการพิมพ์โค้ด เขามาถึงพร้อมหน้าจอแลปท็อป “ผมจะทำแอปสแกนหนังสือให้” เขาพูดเรียบ ๆ
บ๊อบบี้กวักมือเชียร์ “เดี๋ยวชั้นจะเป็นหน้าร้านอาหารและพิธีกร แก้ว แกลืมอะไรไม่ได้นะ ชั้นพูดเก่ง”
คนสุดท้ายที่แก้วหมอกคิดไม่ถึงคือ “ลุงบุญ” คนทำความสะอาดตึกเก่า ผู้เป็นแหล่งข่าวสารของมหาวิทยาลัยเพราะเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้น ถึงจะเหมือนคนแก่ที่ไม่สนโลก แต่ดวงตาลุงมีความอบอุ่นแบบที่ทำให้คนอยากเล่าความฝันให้ฟัง
แก้วหมอกไปหาลุงบุญในห้องเก็บอุปกรณ์ “ลุง บุญ พวกเรากำลังจะทำงานใหญ่… ช่วยพวกหนูได้มั้ย”
ลุงบุญมองเขา “จัดงานเหรอ หนุ่มน้อย ถ้าจัดจริงลุงอยากช่วย เพราะห้องสมุดก็เป็นเหมือนบ้านของลุง แต่ลุงไม่อยากพวกเด็กมาวุ่นวายจนห้องสมุดกลายเป็นสวนสนุก”
แก้วหมอกหัวเราะ “ไม่หรอกครับ เราจะมีมุมเงียบจริง ๆ ด้วย”
ทีมแปลกประหลาดประกอบด้วยคนที่ต่างความสามารถ ต่างแรงจูงใจ แต่มีเป้าหมายร่วมคืออยากเห็นห้องสมุดได้รับการดูแล ทั้งหมดผสมกันเหมือนเครื่องเทศในหม้อเดียวที่รอการปรุงให้กลมกล่อม
ความเข้าใจผิดเริ่มต้นเมื่อมูลนิธิส่งตัวแทนมาสำรวจ พวกเขาเชื่ออย่างสุดใจว่าแก้วหมอกคือผู้นำที่มีแผนชัดเจน แก้วหมอกจึงต้องพยายามทำงานให้เหมือนผู้นำจริง ๆ แต่ปัญหาคือเขาเป็นคนช่างวางแผน แต่ไม่ชอบความโกลาหล เขาต้องเรียนรู้การเป็นผู้นำจากสนามจริง
วันสุดท้ายก่อนการนำเสนอสด แก้วหมอกนั่งหน้ากลุ่มเพื่อน แต่ภายในใจกลับกำลังชนกำแพงแห่งความกลัว “เราทำได้ไม่เต็มที่หรอก นิดา แบงค์ บ๊อบบี้ ลุงบุญ…” เขาอธิบายเสียงสั่น “ผมกลัวว่าเรื่องจะล้มหมด แล้วจะเป็นเพราะผม”
นิดายกมือ “แก้ว ถ้ามึงไม่ทำ ใครจะทำ ถ้าแก็กลัวก็ร้องดัง ๆ เดี๋ยวพวกเราจะกระซิบจนดังแทน” เธอพูดแบบจิกกัดแต่จริงใจ
แบงค์มองหน้าจอแลปท็อป “แอปของชั้นทำงานได้แล้ว กล้องแอบวางไว้ สิงที่ต้องการคือสคริปต์นำเสนอ”
บ๊อบบี้มองไปยังลุงบุญ “ลุงล่ะครับ ลุงจะพูดอะไรบ้างไหม”
ลุงบุญยกยิ้ม “พูดเรื่องอดีตของห้องสมุด เด็ก ๆ ต้องรู้ว่าที่นี่มีเรื่องราว”
แก้วหมอกสูดลมหายใจลึก เขารู้ว่าการนำเสนอไม่ใช่แค่การโชว์ภาพสวย ๆ แต่เป็นการเล่าเรื่องที่ทำให้คนอยากมีส่วนร่วม ดังนั้นเขาจึงเขียนสคริปต์แบบเด็ก ๆ ให้ฟังถึงความอบอุ่นของห้องสมุด แต่เมื่อถึงเวลาจริง เขาพบว่าการบอกความจริงต่อหน้าผู้ใหญ่และมูลนิธิที่คาดหวังคือเรื่องที่ยากกว่าเขาคิด
มุมกล้องถูกจัดเต็ม ทั้งโปรเจคเตอร์และสไลด์ที่แบงค์ช่วยทำให้ดูทันสมัย นิดาจัดมุมหนังสือให้สวยงาม บ๊อบบี้ซ้อมมุกพิธีกรจนหัวทิ่ม แต่แก้วหมอกยังคงเผชิญความรู้สึกไม่มั่นคงอยู่
เมื่อถึงเวลาพรีเซนต์ แขกเต็มหอประชุม แก้วหมอกต้องก้าวออกไปบนเวที แสงไฟสาดเข้ามาเหมือนจะฉายความอึดอัดทุกเม็ดบนหน้าเขา เขาตั้งใจจะอธิบายแผนอย่างตรงไปตรงมา แต่ก่อนจะเริ่ม เสียงอู้อี้จากผู้ชมดังขึ้น
“นี่ประธานชมรมคนใหม่เหรอ?” เสียงหนึ่งถาม
แก้วหมอกยิ้มแห้ง เขาพูดก่อนจะปล่อยให้ความกลัวครอบงำ “ครับ… ฉัน—”
นิดาแอบกระซิบอยู่ข้างเวที “พูดตามที่เขียน เฮ้ย ชั้นหมายถึงพูดจากใจ”
แก้วหมอกสูดลึก เขาเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงที่พยายามไม่สั่น “ห้องสมุดของเรามีหนังสือเก่าหลายเล่มที่เด็ก ๆ ไม่ค่อยได้จับ แต่ความหมายของที่นี่มันไม่ใช่แค่หนังสือ มันคือที่ที่คนพบกัน”
สไลด์แสดงภาพเด็กน้อยอ่านหนังสือ, โต๊ะไม้เก่า และลุงบุญยืนยิ้มในมุมหนึ่ง ผู้ฟังค่อย ๆ สงบลง แก้วหมอกเริ่มบอกแผนอย่างคล่องขึ้น เพราะเรื่องเล่ามักทำให้ความกลัว
📖 อ่านเรื่องสั้น นิยาย และการ์ตูนฟรี
https://taleplotter.com
🌐 ติดตามผลงานและเว็บไซต์ในเครือ
📖 นิยายและการ์ตูน
https://taleplotter.com
🛒 ไอเดียสินค้าและรีวิว
https://theideaofproducts.com
🍳 สูตรอาหาร
https://dinnerstudio.net
📚 บทเรียนคณิตศาสตร์
https://infinitytutor.org
🎨 สินค้า POD และงานออกแบบ
🛍️ Redbubble
https://grafititee.redbubble.com
👕 TeePublic
https://tee.pub/lic/Grafititee
✨ ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานครับ
Tags: มหาวิทยาลัย, ตลกเข้าใจผิด, เพื่อนซี้, ความรับผิดชอบ, ฟีลกู๊ด