แสงสุดท้ายเหนือคมภูผา
สายหมอกสีขาวขุ่นเคลื่อนตัวกลางอากาศอย่างเชื่องช้า ขณะที่หอคอยแก้วใสเปล่งแสงเรืองรองบนสวรรค์ลอยฟ้าแห่งโวลน์ครา เจนเหม่อมองเบื้องล่าง เมฆขาวหนาทึบซ่อนเมืองเดิมไว้ใต้เท้า—โดยไม่รู้เลยว่าชะตากรรมครอบครัวเขากำลังจะพลิกเปลี่ยนไปตลอดกาล
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงประตูอิเล็กทรอนิกส์เลื่อนเปิดออกช้า ๆ ซินดี้ ลูกสาววัยยี่สิบต้น ๆ ของเจนเดินเข้ามา เธอสวมชุดนักศึกษาวิศวะสีเงิน ดวงตาแข็งกร้าวแต่แฝงร่องรอยของความอ่อนแอที่ยังไม่กล้ายอมรับ
“พ่อ… ด็อกเตอร์ไลน์คอลบอกว่าเราต้องตัดสินใจเรื่องแม่แล้วนะ” ซินดี้เอ่ยเสียงเบา พลางมองสายตาของเจนที่ยังหลบเลี่ยงความจริง
เจนสูดหายใจลึก “พ่อรู้… แต่พ่อไม่พร้อม—” เขาชะงัก เสียงในลำคอติดขัดจากความกลัวที่จะสูญเสียมากกว่านี้อีก
ทันใดนั้น เสียงข้อเท้ากลโลหะกึกก้องใต้ฝ่าเท้าทั้งสอง หุ่นยนต์ผู้ช่วยเดินเข้ามาแจ้งข่าวฉุกเฉิน “มีความเสียหายในระบบพยุงลอยฟ้า เขต D-12 เสี่ยงต่อการทรุดตัว ขอให้ทุกครอบครัวอยู่ในที่พัก”
แววตาซินดี้เปลี่ยนไปทันที “พ่อ ระบบสำรองพนักงานดับเครื่องยนต์ตั้งแต่เมื่อวาน ยังแก้ไม่หายอีกเหรอ”
เจนขมวดคิ้ว “เขต D-12… นั่นมันจุดรับอากาศสำหรับตัวหลัก ถ้าเสียจริงทั้งเมืองจะ… ไม่…”
เสียงของแม่ในห้องข้าง ๆ ไอค่อกแค่ก ร่างกายซูบผอม เจนรีบเข้าไปหาทันที ซินดี้เดินตาม หัวใจทั้งสองเต้นไม่เป็นจังหวะ คลื่นอากาศที่กดทับด้วยแรงดันต่ำส่งกลิ่นหม่นเศร้าอบอวล
แม่ค่อย ๆ เปิดเปลือกตา “แม่ไม่เป็นไร… ไปช่วยกันเถอะลูก” มือเย็นเฉียบของเธอแตะมือเจน
เจนสบตามองซินดี้ สีหน้าเริ่มแน่วแน่ขึ้น แต่แฝงแววสับสนและหวาดหวั่น “เราต้องหาวิธีซ่อมระบบให้ทันก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป”
ซินดี้พยักหน้า ดวงตาแพรวพราวปนกลัว “ถ้าเรายังมัวแต่ลังเล แม่… แล้วก็ทุกคนที่นี่จะ…”
เจนลูบเส้นผมลูกสาว “ครั้งนี้เราต้องทำด้วยกัน พ่ออาจไม่รู้ทุกอย่าง แต่เราไม่มีทางเลือก”
สายลมเย็นปะทะบานหน้าต่าง หยาดหมอกปลิวส่าย เสียงสัญญาณภัยดังแผ่วในระยะไกล ความเงียบคั่นระหว่างสายตาพ่อกับลูก—ต่างรับรู้ภาระอันหนักอึ้งที่กำลังจะเริ่มต้น
ซินดี้ไล่ดูแผนผังระบบไฟฟ้าในแท็บเล็ต ภาพเส้นทางสายไฟวิ่งซ้อนทับไปมา “ถ้าเดินตามทางหลักอาจติดกับ ตรงนี้…”
เจนมือสั่นเล็กน้อย “เสี่ยงมาก ถ้าพ่อขึ้นไปซ่อมแล้ว…เธอจะอยู่กับแม่ได้ไหม”
“ก็ถ้าแม่… ไม่—ฉันไม่ทิ้งพ่อหรอก” ซินดี้แย้งเสียงแข็ง กลั้นน้ำตาอย่างทรมาน
แม่กระซิบเบา ๆ “ทั้งสองเป็นโลกของแม่… จะไปไหนแม่ก็อยากอยู่ด้วย”
ความเงียบชั่วครู่ หนักอึ้ง “เราต้องไปด้วยกัน” เจนตัดสินใจ
ห้องพักค่อย ๆ เปิดสู่ทางเดินแก้วใส เจนดึงร่างแม่ขี่วีลแชร์เคลื่อนตามซินดี้ ลมเย็นไหลวนในโถงซึ่งสามารถเห็นเบื้องล่างคือผาหมอกไร้ก้น
เสียงเครื่องกลรอบข้างประกอบกับเสียงเตือนภัย “ระบบจะหยุดใน 30 นาที โปรดเตรียมพร้อมอพยพ เขต D-12”
ซินดี้กัดริมฝีปาก “พ่อ… ถ้าไม่รีบสุดท้ายเราจะ—”
เจนฝืนเดินต่อ ดวงตาฉายความหวาดกลัว “พ่อ… พลาดมาแล้วครั้งหนึ่ง พ่อเคยทิ้งเราไว้…”
“แต่ตอนนี้คุณอยู่ตรงนี้” แม่จับมือซินดี้ มุมปากขยับเป็นรอยยิ้มบางๆ
สายลมกรรโชกผ่าน ฉากภูเขาเมฆเคลื่อนในพื้นกระจก เจนกับซินดี้ผลัดกันดูแผนที่แต่ละทางแยก ทุกการตัดสินใจมีเดิมพันชีวิต
เมื่อเดินถึงประตูกันไฟ หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยขวางทาง “กรุณายืนยันรหัสเจ้าหน้าที่”
เจนประสานเสียงกับลูก “เข้ารหัส 19-ZA-45-R” ประตูไม่ตอบสนอง เสียงเครื่องกลขัดข้องดังถี่
ซินดี้ถอนใจ “รหัสผิด หรือระบบมันตั้งใจ…”
เจนสบตากับลูก ลำพังเสียงหัวใจเต้น ตัดสินใจแน่วแน่ “ต้องใช้ทางลับของระบบบำรุง เดินจากตรงนี้ เราอาจพอทัน”
แม่ดึงมือเจน “อย่าพาฉันไปเสี่ยงนะลูก”
เจนโน้มตัวต่ำ “ถ้าไม่ลอง ทุกอย่างที่เรารักจะหายไปพร้อมกับเมืองนี้”
ซินดี้จ้องที่พ่อ น้ำเสียงเย็น “ที่พ่อเสี่ยงเพราะกลัวเสียใจ หรือกลัวเสียคนในบ้านไปอีก?”
เจนนิ่งไปชั่วขณะ ความเจ็บปวดจากอดีตฉายวาบ “พ่อ… ไม่อยากเห็นทุกอย่างซ้ำรอย”
แม่จ้องตาทั้งสองคน “ตอนนี้ยังมีโอกาส ช่วยกันให้สุดเถอะ… หากมันเป็นคืนสุดท้ายของเรา”
เสียงกลไกในโถงดังต่อเนื่อง ขณะที่เงาหมอกสุมตัวเข้ามา ทุกคนรู้แก่ใจว่าทุกวินาทีเดิมพันชีวิตพวกเขาเองและเมืองโวลน์คราทั้งเมือง
ซินดี้หยิบชุดเครื่องมือโยนให้พ่อ “ถ้าไม่มีฉัน พ่ออาจซ่อมระบบนี้ไม่ได้หรอก จำได้ไหม ฉันเป็นคนสอนพ่อใช้จักรกลแบบนี้ด้วยซ้ำ”
เจนแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา “งั้นก็อย่าให้พลาดล่ะ ทุกอย่างอยู่ที่เราแล้ว”
แม่ยิ้มจาง “ขอแค่อยู่ด้วยกัน ทุกอย่างแม่รับได้”
ทั้งสามเดินเบียดเข้าซอกมุมระบบพยุงเมือง ก้าวผ่านท่อเหล็กกัดกร่อน เสียงหัวใจแต่ละคนดังระรัว—ต่างเต็มไปด้วยใจหวังและความกลัวในดวงตา
ซินดี้เดินนำ “ทางนี้ ฉันจำทางสำรองจากแผนเรียนได้” เธอมุดเข้าช่องแคบ เจนยื่นวีลแชร์แม่ต่อแถวคลานเข้าไป
เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า “อีก 20 นาที” เจนหอบหายใจ ถาม “ถ้าระบบล่ม เราจะหนีทันไหม?”
ซินดี้นิ่งไปสักพัก “ไม่รู้… แต่ถ้าไม่ซ่อม ทุกคนบนเมืองนี้ก็ไม่รอดอยู่ดี”
แม่จ้องมองสองพ่อลูก “จำไว้นะ เหมือนตอนพ่อหนีออกจากเมืองเก่าครั้งนั้น ไม่มีอะไรง่าย แต่เราผ่านมาได้”
“แม่…ครั้งนั้นฉันยังเด็ก” ซินดี้พึมพำ น้ำเสียงเคร่งขรึม เจนหลบสายตาด้วยความรู้สึกผิด
เสียงแก๊ก… ท่อปลดล็อกเปิดทางผ่าน ทั้งสามมุดลอดเข้าไปยังห้องควบคุมชั้นรอง ชั้นวางเครื่องมือกระจัดกระจาย
แสงไฟฟลูออเรสเซนต์กระพริบ เจนรีบหากล่องอุปกรณ์จ่ายไฟ “จุดนี้มีปัญหาไม่เคยถูกตรวจสอบ …ซินดี้ ช่วยต่อลวดสีเขียวเข้าระบบหลัก”
ซินดี้มือไม้สั่นแต่กัดฟันทำงาน ฉับพลัน เสียงแต๊ป! แรงดันไฟฟ้าไหลกระชาก ทั้งเมืองสั่นไหว พื้นสั่นสะเทือน—แม่ส่งเสียงร้องเบา ๆ ร่างกายเธอกระตุก
เจนกระโจนเข้าหาแม่ “แม่! ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
แม่พยักหน้า “แม่ไหว แม่อยากอยู่กับลูก…พวกเราต้องรอด”
ซินดี้กรีดร้อง “อีกแค่ 15 นาที เร็วเข้า!”
เสียงลั่นออกจากท่อ ระบบพยุงเริ่มเปล่งเสียงดัง มีการรั่วไหลออกมาตามท่อหลัก เจนควานหาสายสำรอง “นี่ไง! ช่วยถือให้พ่อ!”
ซินดี้ยื่นมือให้ทั้งที่กลัว “ถ้าพ่อไม่กล้าก็โยนมา ฉันจะซ่อมเอง!”
เจนลูกมือสั่น ไขน็อตเบี้ยวไปหนึ่งรอบ
“อย่าให้กลัวมาทำพลาดนะ!” ซินดี้เสียงสั่นเครือ
เจนนิ่ง “ขอโทษ…ทุกทีที่กลัวฉันมักทำผิด แล้วยังพาลไปโทษคนรอบข้าง—ครั้งนี้จะไม่”
สายไฟสุดท้ายเชื่อมต่อสำเร็จ เสียงฟู่ดังขึ้น ระบบไฟเริ่มกระพริบ ทว่า สัญญาณเตือนยังดังต่อเนื่อง “ระบบสำรองไม่ทำงาน กรุณาสำรวจสถานะด้วยตนเอง”
แม่สายตาสั่นไหว “ต้องมีบางอย่างกำลังปิดกั้น…หรือใครสักคนไม่อยากให้ซ่อม”
เจนชะงัก จ้องหน้าซินดี้
ซินดี้ถอนใจหนัก “พ่อ…หนูเห็นช่างคนหนึ่งมีอุปกรณ์แปลกๆ ที่ทางเข้า—หรือมันมีใครจงใจทำลาย?”
เสียงโถงใต้ดินก้องกังวาน กลิ่นน้ำมันไหม้จาง ๆ เฉียดเข้าจมูก “มีคนอยู่แถวนี้” แม่กระซิบ
ทันใดนั้น เงาโลหะสีดำเคลื่อนวูบที่ข้างประตู เบรย์ หัวหน้าทีมบำรุงรุ่นเก่าเพื่อนเก่าสมัยเรียนของเจน ก้าวเข้ามา สายตาเคร่งเครียดปนเศร้า
“เจน… นายไม่ควรยุ่ง นี่มันเกินมือมนุษย์ เราต้องให้ระบบรีเซ็ตเอง—”
ซินดี้ขู่ “ถ้านายทำอย่างที่คิด ทุกคนบนเมืองนี้จะตายหมด!”
เบรย์สบตาเจน “ฉันเองก็อยากช่วย แต่ถ้าระบบล่ม เมืองที่ลอยอยู่ตอนนี้ ไม่ยุติธรรมต่อพวกเราข้างล่าง… ฉันเสียพ่อแม่ไปเพราะพวกเขาไม่ผ่านการคัดกรองขึ้นมาบนฟ้าเหมือนนาย”
เจนครุ่นคิดนิ่ง เสียงข้างในสั่นไหว “ฉันขอโทษ…แต่ไม่ใช่กรรมใครควรต้องจ่ายด้วยชีวิตทั้งหมด”
เบรย์น้ำตาคลอเบ้า “ไม่มีใครคิดถึงข้างล่างเลย ขนาดนายขึ้นมาบนนี้ได้ กลับลืมแล้วเหรอ?”
ซินดี้พูดแข็ง “นั่นไม่ใช่ข้ออ้างฆ่าทุกคน เบรย์ โลกต้องดีกว่านี้ได้ นายรู้ดี”
เสียงสัญญาณแจ้ง “เหลือ 7 นาที” ความเงียบก่อตัว เจนฝืนใจเข้าหาเบรย์ “ขอแค่ปล่อยให้เราช่วย ทุกคนสมควรมีโอกาสรอด”
น้ำตาเบรย์ไหล “ถ้า… ถ้านายทำได้ ฉันจะไม่ขัดขวาง—แต่ขอให้สัญญา ว่าหลังจากนี้ นายจะลงไปช่วยข้างล่างด้วย ไม่ใช่แค่เกาะบนฟ้า”
เจนพยักหน้า “ฉันสัญญา”
ซินดี้ซ่อมระบบ วินาทีสุดท้าย เบรย์สอดมือช่วยขันน็อต เสียงเครื่องยนต์ฟื้นคืน ช็อกคลื่นลมสะเทือนทั่วเมือง เมืองลอยฟ้าสว่างชั่วขณะ—ก่อนกลับมาเงียบสงบ
แม่ทรุดตัวลงในวีลแชร์คล้ายหมดแรง “…ขอบคุณที่ไม่ทิ้งกัน” เงาอ่อนของแสงดวงสุดท้ายทางตะวันตกไล้กรอบหน้าต่าง
เบรย์ก้าวออกก่อนจาก น้ำเสียงปนเศร้า “ฉันไม่มีที่อยู่เหนือเมฆ…แต่นายมีสองโลกในมือ ลองอย่าให้ใครต้องเลือกอีก”
เจนหันไปหาครอบครัว สีหน้าผ่อนคลายครั้งแรกในรอบปี ซินดี้ก้มลงโอบแม่โดยไม่พูดคำใด
เงาแสงสุดท้ายลับหาย เจนเดินไปเปิดหน้าต่างหมอกลอย เมืองใต้ก้อนเมฆส่องแสงจาง ๆ ราวกับโอกาสใหม่ในความมืด—สายหมอกค่อย ๆ โอบล้อมทุกคนไว้ในความเงียบสงบแห่งคืนวันสุดท้าย นำสู่รุ่งอรุณที่เต็มไปด้วยความหวังและความแน่วแน่จะเริ่มต้นใหม่ร่วมกันอีกครั้ง