หิมะสุดท้ายบนเกาะเทียน
เสียงใบไม้แห้งกรอบใต้ฝ่าเท้าอานิลดังขึ้นท่ามกลางความเงียบเย็นยะเยือกของเช้าวันนั้น หิมะขาวปกคลุมเกาะเทียนเหมือนทุกปี ตึกเก่าไม้สีน้ำตาลควันที่บ้านอานิล ล้อมด้วยเงาไม้ซีดและเสาไฟสุดทางถนน หิมะขาวคือส่วนหนึ่งของชีวิตเขา แต่มันไม่เคยเย็นหัวใจเท่าวันนี้—วันที่อานิลตื่นขึ้นมา พบว่าไอลา น้องสาววัยสิบเอ็ดปี หายตัวไป
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!อานิลวิ่งออกจากห้อง ดวงตาหวั่นพร่า แม่ของเขานั่งนิ่งอยู่ตรงบันได สายตามึนงง พ่อเบือนหน้าออกไปนอกหน้าต่างอย่างหลีกเลี่ยง อานิลสูดลมหายใจกลั้นน้ำตา “แม่ ไอลาหายไป…”
แม่เพียงพยักหน้า ริมฝีปากสั่น “เมื่อคืน แม่ฝันว่าไอลากำลังเดินลงไปใต้ต้นซีดใหญ่”
“แม่ ไอลาแค่เล่นซ่อนหา—“ พ่อพูดขัด รอยเย็นชาในน้ำเสียงจางๆ “เราเคยบอกให้ไอลาอย่าเล่นแถวนั้น”
“แต่พ่อ! หนูต้องหาน้อง” อานิลคว้าเสื้อคลุมหนาเงอะงะแล้ววิ่งออกไปนอกบ้าน หิมะเกาะขอบประตูเย็นเฉียบจนมือชา
เสียงฝีเท้าและลมหายใจหอบดังคลอต่อเนื่อง ต้นซีดใหญ่ตั้งตระหง่าน รากแผ่กว้างข้ามหิมะ หน้าดินแหว่งเป็นหลุมลึก อานิลก้มลงมองใต้ต้นไม้ “ไอลา! ไอลา!” เสียงสะท้อนที่สุดปลายเกาะ เสียงหัวเราะในความทรงจำฉายวาบในหัว
เงามืดโยกไหวหลังต้นไม้ ชายชราผมขาว—“คุณตาเฮียน”—ผู้ที่เด็กๆ ว่าเป๋นผีเดินเข้ามาเงียบ ๆ เขามองอานิลอย่างหนักแน่น “ตามหาใครหรือ”
“น้องสาวผมหายไปครับ…” อานิลพูดเสียงพร่า
ตาเฮียนพักสายตานิ่ง “หิมะคืนนี้มีรอยอะไรบางอย่าง ตามไปสิ เด็กชาย”
อานิลเหลือบเห็นรอยเท้าเล็ก ๆ มุ่งสู่เนินหิมะอีกฟาก ตัดใจเดินตาม เงาสะท้อนในใจระหว่างเดินเต้นพล่าน—เขากลัวการสูญเสียที่สุดในชีวิต ตั้งแต่ครั้งแม่เคยหายไปหนึ่งสัปดาห์แล้วกลับมาอย่างเงียบงันทิ้งบาดแผลไว้ในครอบครัว
หิมะเริ่มตกหนักระหว่างที่อานิลปีนข้ามยังเนินสูง ลมพัดจนเสียงทุกอย่างจางลง ทันใดนั้น เขาพบรอยเท้าอีกแบบ—ลึกกว่าของมนุษย์ และยาวประหลาด
อานิลย่อตัวสัมผัสรอย รู้สึกถึงความเยือกเย็นลึกลับที่แทรกเข้าใต้ผิวหนัง “มันเหมือน… รอยตีนภูต?” เขาพึมพำกับตัวเอง รอยเท้าหายไปในทิศทางป่าเก่า—ป่าที่ชาวเกาะสั่งห้ามเด็ก ๆ เดินเข้าไป
เสียงไม้ไผ่กระทบกันไกล ๆ และกลิ่นควันไฟจาง ๆ แทรกมา อานิลมุ่งไปทางนั้น ต้นไม้มืดเหมือนไร้เงามนุษย์ ก่อนพบกระท่อมหลังเล็กเหงา ๆ ที่เคยเห็นสมัยเด็กแต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ แสงไฟลอดหน้าต่าง ลาง ๆ เห็นร่างคนสองคนเดินวนจึงซุกตัวอยู่ข้างหน้าต่าง
เสียงกระซิบกันในกระท่อมเกิดขึ้นบางเบา
หญิงชราในกระท่อม—ยายเม้ย—เสียงสั่น “เจ้าหนูนั่นจะรอดกลับมาไหมเนี่ย”
เด็กหนุ่มหัวเราะเบา “ถ้าเขาเจอของที่หายไป… แต่ก็ต้องรู้ว่ามันคืออะไรด้วย” เขาพูดเสียงต่ำ
อานิลใจเต้นแรง เขาเดินถอยหนึ่งก้าว กระท่อมทั้งหลังส่องแสงสว่างสั่นเทาเหมือนฝัน และในวินาทีนั้น เงาบางอย่างปรากฏขึ้นตรงขอบแสง—ร่างเล็กขาวซีดเหมือนหิมะกึ่งโปร่งใส สะท้อนความหนาวถึงเส้นกระดูก
“ไอลา?” อานิลพร่าพูด เหมือนร่างนั้นหันมา สายตามืดเศร้า “ไอลา…”
อานิลวิ่งเข้าไปแต่ร่างโปร่งจางลงทันที ทิ้งให้เสียงหัวเราะผ่านหิมะกลับมากระทบใจหนึ่งที เสียงในความทรงจำและจริงผสมปนเป
ขณะเดินกลับบ้าน กลุ่มเพื่อนเล่นสมัยเด็กของเขา—บอล พุด ยายา—มาดักหน้าทาง “เฮ้ นายจะไปไหนในหิมะแบบนี้” บอลถามติดหัวเราะ แต่ในดวงตาแฝงกังวล
“น้องหาย พวกนายจำวันเล่นซ่อนหาปีที่แล้วได้ไหม”
พุดเงียบไปสักพัก “ได้สิ นายร้องเมื่อหาแม่ไม่เจอ ทุกคนเลยกลัวกันหมด”
ยายาเอื้อมจับไหล่อานิลแผ่ว “ถ้าภูตหิมะพาไอลาไปจริง…เราต้องไปสืบให้เจอ”
ทั้งสามคนเดินตามอานิลจมหิมะหนา รอยเท้าต่าง ๆ พาไปถึงริมลำห้วยแข็งตัว ม้านั่งไม้เก่าอยู่ตรงนั้น เศษผ้าสีเหลือง—ผ้าพันคอของไอลา—ติดอยู่ตรงรากไม้
“นี่ไง! ของไอลา!” ยายาร้อง
อานิลเงียบ รู้สึกถึงลมเย็นที่พันรอบตัว อีกฝั่งแม่น้ำ เงาเลือน ๆ โบกมือช้า ๆ รอยยิ้มเศร้า “เราไปกันเถอะ” เขาฝืนกลืนคำกลัว กอดผ้าพันคอไว้แน่น
เสียงกากบาทของนกตัวหนึ่งแทรกมาในความนิ่ง ก่อนพ่อจะปรากฏขึ้นด้านหลังอย่างเงียบงัน ตาของพ่อแดงเพราะร้องไห้แต่ปิดบังไว้
“อานิล…” พ่อเสียงแผ่ว “…หิมะมันเย็น แต่ความรักของเราต้องอุ่นกว่า อย่าเดินไปจมในความเย็นนั้นลำพัง”
อานิลน้ำตาคลอ “แต่…ผมกลัวการเสียไปอีก”
พ่อส่ายหน้า “ทุกคนกลัว แต่ที่เหลืออยู่ต้องเดินต่อ”
อานิลตัดสินใจกลับบ้านกับพ่อ เอาผ้าพันคอเล็กนั้นกลับบ้าน เป็นคืนแรกหลังจากเหตุการณ์หลายปีที่ทุกคนในครอบครัวนั่งล้อมกองไฟกลางห้องนั่งเล่น ไม่มีใครพูดเรื่องหิมะ ไม่มีใครพูดเรื่องไอลา แต่ทุกคนจับมือแน่น
ในเงาหรีดไฟ อานิลเหลือบเห็นเงาเลือนของไอลาปรากฏที่ขอบตา—พูดไม่ได้ ฟังไม่ได้—แต่การมีอยู่ของเธอทำให้ความกลัวค่อย ๆ สลายไปในใจของเขา
คืนถัดมา เขาตัดสินใจกลับไปที่ต้นซีดใหญ่ เพื่อน ๆ ตามมาสมทบ ทั้งหมดขุดหิมะบริเวณนั้น หาทางเข้าโพรงใต้รากซีด และที่นั่น พวกเขาพบรอยเท้าเล็ก ๆ กับตุ๊กตาผ้าขาด ๆ ของไอลา
ยายารับตุ๊กตาเงียบ ๆ ก่อนสบตาอานิล “ถ้าเราระลึกถึงไอลา เธอจะไม่มีวันหายไป”
เสียงแม่แทรกจากข้างหลัง “บางครั้ง คนที่รักจากไป เพื่อให้คนที่เหลือเรียนรู้จะใช้ชีวิตในหิมะให้ได้”
อานิลจ้องหน้าแม่ รู้สึกว่าสิ่งที่เก็บไว้ในใจกำลังหลอมละลายลง เขาหันไปรวมกลุ่มกอดกับแม่ เพื่อน ๆ และพ่อ พวกเขายืนในหิมะสุดท้ายของปีนั้น กลางเกาะเทียนที่เย็นจับขั้วหัวใจแต่ก็เป็นหิมะที่เริ่มอบอุ่นขึ้นเมื่อทุกคนอยู่เคียงข้างกัน
ขณะที่หิมะตกลงมาเบา ๆ เงาสีขาวโปร่งไสบนปลายเนินสูงโบกมือลา แล้วค่อย ๆ จางหาย กลายเป็นเพียงรอยเท้าบาง ๆ ที่หิมะละลายทิ้งไว้เบื้องหลัง นำพาความเศร้าและความรักไปพร้อม ๆ กัน