แสงสุดท้ายริมขอบทะเลหมอก
เสียงคลื่นกระแทกกับพื้นแพไม้ลอยน้ำดังเข้าหูรินอยู่เสมอ เธอพยายามกวาดสายตามองผ่านม่านหมอกหนา หว่านสายเบ็ดลงทะเลหมอกที่ไม่เคยเห็นพื้นใต้น้ำนั้นเลยมาตลอดชีวิตบนแพแห่งนี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เช้าวันนั้น หมอกหนาเจือกลิ่นเหล็ก รินทำงานตามลำพังเพราะเพื่อนบ้านของเธอทยอยจากไปทุกปี เสียงฝีเท้าเบาดังแทรกเข้ามาจากขอบแพ มีชายแปลกหน้าหอบเป้ขนาดใหญ่ ปากแหว่งรอยเลือดเก่า ใบหน้าหวาดระแวง
“ที่นี่มีที่พักไหม” เสียงของเขาสั่นเบาๆ ท่าทางเร่งรีบ รินกล่าวสั้นๆ “ลองถามป้าน้อยนู่น” ชี้ไปยังแพบ้านไม้สีซีด
ชายคนนั้นเดินไป รินสังเกตมืออีกฝ่ายยังกำอุปกรณ์บางอย่างแน่น แต่เขาไม่ทันได้พูดอะไรมากนัก เมื่อป้าน้อยเปิดประตูแพช้าๆ แล้วรับเขาเข้าไปเฉยๆ
รินรู้สึกอึดอัดทั้งที่ตัวเองมีสิทธิ์สงสัย เธอเดินกลับไปหาปลา หมอกเริ่มหนาขึ้น จุดไฟฉายสำรวจพื้นน้ำเบื้องล่าง เงาพริบไหวแวบหนึ่งเคลื่อนไปในหมอกด้านหลัง
วันต่อมา รินเดินผ่านกลุ่มคนลอยน้ำ เงียบเกินปกติ ห้วงสนทนาแปลกตาจากเดิม มองชายแปลกหน้าซึ่งตกปลาอยู่ริมแพ มีท่าทีเก้ๆ กังๆ เธอนั่งลงข้างๆ ทำทีวางเหยื่อปลามากกว่า “ชื่ออะไร” เธอถาม
“…จิน” เขาตอบ หายใจช้า รินพยักหน้าเล็กๆ “ตกปลาไม่เป็นหรือไง” จินแกะเหยื่อเหมือนมือสั่นๆ “สอนหน่อยได้ไหม”
เสียงหัวเราะเบาๆ หลุดมาจากริมฝีปากริน “ไม่ฟรีนะ” จินยิ้มตอบอย่างเก้อๆ “แค่ไม่ถูกขับไล่ก็ดีแล้ว”
ระหว่างสอน เธอสังเกตรอยแผลเป็นใต้ตา จนเธอถามว่า “ไปโดนอะไรมา” จินนิ่งไปนาน “อุบัติเหตุที่ห้องทดลอง” เขาสบตาครู่เดียวก่อนหลบ
กลางดึก คืนนั้นหมอกเคลื่อนตัวหนากว่าเดิม แสงวาบสีน้ำเงินลึกลับพาดทะลุทะเลหมอกมาทางแพริน เธอสะดุ้ง เงามัวแล่นผ่านนอกหน้าต่าง ก่อนจะได้ยินเสียงน้ำแตกพลั่กเหมือนบางสิ่งตกลงไปในหมอก เธอคว้าฉมวกออกไปพร้อมไฟฉาย
พอพ้นแพออกไปพบจินอยู่ตรงข้าม หอบหายใจ “ได้ยินเสียงอะไรไหม” รินถาม จินพยักหน้า ผิดปกติ เขาดูรู้ดีว่าคืออะไร แต่เลือกที่จะเงียบ
เสียงคนนอกแพร้องโหยหวนสั้นๆ ดังลอดหมอกมา ทั้งคู่เงียบงัน เฝ้าระวังจนน้ำใต้แพลื่นวูบ รินใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
วันต่อมาทั้งสองถูกป้าน้อยเรียกไปซักถามถึงแสงไฟเมื่อคืนนั้น จินหลบตาแทบตลอด รินต้องออกตัวแทนว่า “แค่ฝนฟ้าคะนองธรรมดามั้ง” เสียงป้าน้อยเครียด “ฉันอยู่ที่นี่มาสามสิบปี ฝนฟ้าไม่เคยวาบแบบนั้น”
จินกลืนน้ำลาย มือเผลอลูบแผลเป็นใต้ตา รินสังเกต “นาย หนีอะไรมากันแน่” จินไม่ตอบ เดินจากไปในความหนาว
บรรยากาศในชุมชนเครียดมากขึ้นเมื่อแพใกล้กันเริ่มเสียหายแปลกๆ ตอนกลางคืน ราวกับถูกอะไรมากัดแทะ รินคุยกับกลุ่มชาวลอยน้ำ “ใครคิดว่าเป็นสัตว์ประหลาด” เสียงเด็กคนหนึ่งตะโกน “งั้นจะเอาไง” เงียบกันหมด
คืนนั้นรินตามจินแอบออกไปริมขอบแพ เห็นเขากำลังติดตั้งอุปกรณ์บางอย่างลงน้ำ เสียงเบาๆ ของเขาดัง “มันตามมาจากเมืองสูง…ตัวทดลองที่หลุดออกมา…ฉันต้องหยุดมันก่อนจะไปต่อที่อื่น”
รินอึ้ง คำว่าสัตว์ทดลอง สะท้อนถึงอดีตของเธอเอง “ถ้าทำไม่สำเร็จล่ะ” จินนิ่งนาน “อย่างน้อยต้องพยายาม…ในเมื่อฉันเป็นคนปล่อยมันจากแล็บ ฉันควรรับผิดชอบ”
วันต่อมา แสงไฟฟ้าริบหรี่ในบ้านลอยน้ำ สายหมอกหนัก อุปกรณ์ของจินล้มเหลว สัตว์ทดลองเริ่มโจมตีแพข้างเคียง ก่อความปั่นป่วนจนชาวบ้านโกลาหล เสียงวิ่งหนีกระชั้น “หนีเรือเร็ว!” ใครคนหนึ่งตะโกน
รินและจินพยายามนำชาวบ้านขึ้นเรือสำรอง สายหมอกขุ่นมัว มองไม่เห็นกระทั่งปลายนิ้วของตนเอง รินจับมือเด็กสาวที่ร้องไห้ตลอดทาง จินควบคุมเรืออย่างหวาดหวั่น
แทนที่ทุกคนจะปลอดภัย เรือกลับติดขัดกะทันหัน น้ำวนแปลกตาซัดล้อมกลุ่มคนไว้ รินกระโจนลงน้ำพลางคว้าสายเชือกอุปกรณ์ไว้ ช่วยจินซ่อมมอเตอร์ท่ามกลางความกดดัน
ในวินาทีที่แสงสีน้ำเงินฉายวาบขึ้นจากใต้ทะเลหมอกปรากฎร่างสัตว์ประหลาดใต้น้ำลักษณะประหลาดตา มันกวัดแกว่งวงแขนใสพื้นแพ เสียงแตกดังสนั่น รินสั่ง “ปล่อยกับดัก!” จินลังเลก่อนตัดสินใจโยนอุปกรณ์เข้าหาศัตรู
เสียงระเบิดไฟฟ้าแล่นผ่านหมอก ร่างมหึมาพลิกท้องน้ำเกิดคลื่นสาด น้ำตาเด็กๆ หลั่งเมื่อพ่อแม่วิ่งหา ฝุ่นหมอกคละคลุ้งกลบร่างพวกเขา
เมื่อสิ่งมีชีวิตนั้นดิ่งหายไป น้ำเริ่มนิ่ง ความเงียบมาแทนที่ ทุกคนหอบหายใจ รินนอนหมดแรงข้างซากเรือ จินเข้ามานั่งข้างๆ “นายไม่ต้องหนีต่อแล้วนะ” รินว่าเสียงสั่น
จินหันไปสบตา รอยแผลเป็นใต้ตาเปียกน้ำหมอก “แต่ฉันยังต้องรับผิดชอบทุกอย่าง…แม้จะขอโทษใครไม่ได้แล้วก็ตาม”
รินหัวเราะทั้งน้ำตา “อย่างน้อย เราก็เลือกช่วยคนได้ ไม่ต้องเหมือนอดีต”
เสียงน้ำกระทบแพดังก้อง จินยื่นมือให้รินลุกขึ้น “เริ่มใหม่ไหม” รินพยักหน้า ฟ้าสางทะลุทะเลหมอก เมฆเริ่มจาง แสงแดดแรกหลังพายุทำให้ทุกคนเห็นหน้าเห็นตากันอีกครั้ง แม้มีเพียงร่องรอยซากเรือและฝุ่นหมอกหลงเหลือ
รินกับจินเดินกลับแพช้าๆ เด็กหญิงตัวน้อยวิ่งมากอดริน น้ำตาซึมทั้งคู่ ชุมชนเริ่มรวมกลุ่มกัน ซ่อมแซมเรือ ซ่อมแซมหัวใจ ท่ามกลางแสงสุริยาที่สาดส่อง ณ ขอบทะเลหมอกสุดสายตา