ลมหายใจที่ไร้เสียง
เช้าตรู่ของวันเสาร์ เสียงรองเท้าของนักฟุตบอลดังขึ้นบนพื้นสนามที่เปียกชื้นจากน้ำค้าง เมื่อนักเรียนหญิงในเครื่องแบบฟุตบอลสีฟ้าตัดสินใจที่จะทุ่มเททุกอย่างในรายการแข่งครั้งใหญ่ เธอชื่อว่า เอมมี่ มือกองในทีมฟุตบอลของโรงเรียนเอกชนชื่อดัง ทุกคนหวังว่าเธอจะมีความสามารถมากพอในการนำทีมไปสู่ชัยชนะ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!แต่วันนี้ เอมมี่กลับตั้งอยู่บนม้านั่งจอดที่เห็นเพื่อนร่วมทีมกำลังซ้อมทักษะการเตะกันอย่างกระตือรือร้น เสียงหัวเราะ แนวบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยความหวัง แต่แววตามันกลับแสดงถึงความวิตกกังวลลึกซึ้ง ในใจเธอกำลังต้องต่อสู้กับความรู้สึกต่อ “โบ” เพื่อนสนิทผู้มีรอยยิ้มสดใสดั่งแสงแดด
“ไม่ต้องมาเครียดนะ เอมมี่ ฝึกซ้อมให้มันดีอยู่แล้ว” โบหันมาพูด พร้อมกับยิ้มให้ เมื่อเขาเริ่มต้นการดวลลูกฟุตบอลกับเพื่อนคนอื่นในทีม
เอมมี่โมโหทั้งสุขสันต์ คล้ายกับซ่อนความรู้สึกที่ระเบิดได้ภายใน เธอมองร่างสูงใหญ่ของโบในอาทิตย์อ่อนนุ่ม ได้ยินหัวใจของตัวเองเต้นแรงขึ้นทุกครั้งที่คิดถึงการเปิดเผยความรู้สึกนี้
ความสัมพันธ์ที่สับสน ทั้งคู่เป็นทั้งคู่แข่งและเพื่อน ทุกครั้งที่เขาเล่นบอล เธอก็มักมีโอกาสได้อยู่ใกล้เขาและสัมผัสความอบอุ่นจากการมีเขาเคียงข้าง แต่ในความเป็นจริง ในน้ำเสียงของแต่ละคำที่ออกจากปากของโบ มันกลับน่าสับสนในใจเธอเหลือเกิน
วันนั้น โบกลับบ้านไม่ทันหลังจากซ้อม เอมมี่จึงได้รับโทรศัพท์จากเขาในเวลาห้าโมงเย็น “เกิดอะไรขึ้น โบ?” เอมมี่ถาม แต่เสียงของเขาฟังดูเครียด ทำให้เธอรู้สึกตกใจ “อ๋อ ไม่มีอะไร แค่รู้สึกไม่ดี” เขาตอบและเธอก็นึกสงสัยถึงความรู้สึกที่ต้องเก็บของเขา
หลายวันต่อมา ภายในโรงเรียน เอมมี่ได้รับข่าวดีว่าเธอถูกคัดเลือกให้เป็นตัวแทนเข้าแข่งในรายการประชันฟุตบอลระดับชาติ แต่เธอจะต้องเผชิญกับความกดดันทั้งจากในทีมและจากบ้านที่มี expectation สูงมาก พ่อแม่ต้องการให้เธอประสบความสำเร็จในด้านการศึกษาลูกสาวคนเดียวของครอบครัวที่รักกันอย่างแน่นแฟ้น
“เธอต้องไปแข่งนะ เอมมี่” โบพูดกับเธอขณะซ้อมอยู่ในสนาม “เธอทำได้” แต่คำว่า “ทำได้” ที่เขาพูดจากใจดันจุดที่เธอรู้สึกปลาบปลื้มแต่เรื่องราวกลับสลับซับซ้อนเมื่อโบเอาชนะความกดดันของตัวเองไม่ได้ เขาตัดสินใจจะไม่เข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้
“โบ ทำไมไม่เข้าร่วม?” เอมมี่ได้ถามเขา ระหว่างพาทุกคนไปกินที่ร้านอาหารตรงมุมถนน ช่วงเวลาแห่งเสียงหัวเราะนั้นเป็นอะไรที่เธอไม่ต้องการให้จบลง “ฉันแค่รู้สึก…” เขาหยุด เขาหลงทางในคำพูดของตัวเอง เผลอจ้องตาเธอโดยไม่รู้ตัว
การแข่งขันเริ่มขึ้น ความตึงเครียดกลับมา โบให้กำลังใจเอมมี่จากข้างสนาม แต่ความรักที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจทำให้เอมมี่ต้องหนักใจด้วยเช่นกัน หญิงสาวพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ทีมชนะ แต่เมื่อเกมกำลังจะจบลง กลับมีนักฟุตบอลฝ่ายตรงข้ามทำพลาดก่ออุบัติเหตุนักเตะคนหนึ่งจริงๆ เอมมี่จึงต้องการเอาชนะพร้อมกับได้ให้เขาออกไปข้างสนาม
“ทำให้พวกเขาเห็นว่าคุณทำได้ เอมมี่” เขาพูด แต่แล้วประโยคที่เปลี่ยนทุกอย่างกลับมา ถัดจากเสียงเชียร์ของผู้คนในสนาม เสียงแฟนบอลดังก้อง เริ่มบีบอัดหัวใจให้เธอตัดสินใจ “โบ…!” เขาโอบเธอไว้ในช่วงเวลาฮีโร่ ไม่ว่าเธอจะทำอย่างไรก็พลาดไม่ได้
วันที่สนามแข่งขันได้สิ้นสุดลง ความเหนื่อยล้าตกอยู่กับทุกคน ทุกคนเชียร์ตะโกนร้องแต่เสียงนั้นมันกลับถูกบดบังด้วยธรรมชาติเมื่อเข้าใกล้ เข้าใกล้มากพยายามเข้า อาจจะเป็นบาปของตัวเอมมี่ เพราะในขณะที่เธอพยายามปลดปล่อยความรู้สึกของโบไว้ แรงก็กดทับให้ทะลุออกไปได้
ถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจ ระหว่างความรักและความสำเร็จ เธอจะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง วิถีแห่งการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในณขณะนั้น ทำให้มีการเผชิญหน้าระหว่างเอมมี่และโบเกิดขึ้น
อยู่ในความมืดมิดของใจที่กำลังแออัด เขาเผยความลับ “เอมมี่ ฉัน…รักเธอ” คำว่า “รัก” ทำให้ช่วงเวลายิ่งสับสน เขาเสนอให้เธอตัดสินใจ“ไปกับฉัน หรือไปกับทีม”
“แต่ฉันต้อง…” อาการของเธอเอ่ยจากใจก่อนที่จะเบี่ยงเบนไปยังการเล่นบอลอย่างที่ไม่คาดคิด ต้องทำให้ใครซักคนเสียใจ
ความรักและความฝันมีน้ำหนักเพื่อให้การเดินทางได้ก้าวหน้า แต่เอมมี่ก็ไม่ยอมแพ้ เธอเลือกที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้เรียนรู้ แต่แก่นของเรื่องคือการตั้งคำถามให้ปะทะระหว่างความรักและการเสียสละ.
เช้าวันรุ่งขึ้นเสียงลมพัดที่หน้าต่างเรียกให้เธอเคลื่อนไหว เธอเรียบเรียงความคิดและเอาข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์ที่เธอแสวงหามาได้ ตามหาตัวตนและลงมือในสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่น
พวกเขามองหน้ากัน ในตอนที่ทุกอย่างดูแย่ลง ทุกคนในทีมและที่บ้านไม่เข้าใจเธอจากจุดนี้ ทว่าท้ายที่สุดที่ถูกทิ้งให้เจ็บปวดกลับมีความรักที่อยู่เคียงข้าง เช่นเดียวกับเสียงวอดวายเสียงที่ส่งสะท้อนในการกระทำ ทุกอย่างแสดงบทเรียนที่ให้ไว้ในระหว่างเดินทางที่ทดลองและเธอได้เจอกับความรักที่สวยงามที่สุดในตัวเอง.