ตำนานแห่งฟูลาน่าและสิ่งมีชีวิต ‘อาซาร่า’
ม่านหมอกสีรุ้งเปล่งแสงระยิบระยับอยู่เหนือยอดไม้ในป่าคริสตัล ทุกต้นคริสตัลที่เหมือนต้นไม้แต่แท้จริงเป็นผลึกแก้วสดใส ส่งเสียงลั่นเป๊งพร่าเมื่อสายลมคลอเบา ผู้คนหมู่บ้านซาลิน่ากำลังมารวมตัวกัน ณ ลานกลางป่า ที่ซึ่งแสงแดดสะท้อนลูกแก้วระยิบราวล้านดวงดาว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ฟูลาน่า เด็กสาวร่างเล็ก ผมดำขลับยุ่งเหยิงและดวงตาสีอำพันเข้มดั่งน้ำผึ้ง ปรากฏตัวในฝูงชน สวมเสื้อผ้าป่านเก่า ๆ แววตาเจือประกายขี้สงสัยและดื้อรั้น เธอตั้งคำถามเสียงดัง “เมื่อไรเราจะได้เห็น ‘อาซาร่า’ จริง ๆ สักที?”
ผู้เฒ่าอิลไลม์ที่ผิวกร้านและเครายาวสีเงินเพียงแค่ยิ้มพราย “อาซาร่ามีตัวตนเมื่อใจใครบริสุทธิ์พอ ฟูลาน่า”
บรรดาชาวบ้านหัวเราะเบา ๆ หลายคนไม่เคยเชื่อว่าสัตว์วิเศษมีจริง เสียงหัวเราะกลบเสียงสายลมหวน
ฟูลาน่ายืนแยกตัวอยู่เงียบ ๆ ขณะสายลมหอบเอาเสียงดนตรีจากต้นคริสตัลมาเตือนใจถึงเพื่อนเก่าที่หายตัวไปในป่า เธอนึกถึงเอย์เล่ย์ เพื่อนสนิทที่เชื่อว่าคำสาปโบราณของหมู่บ้านเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปอย่างลึกลับ
เย็นนั้นดวงอาทิตย์สาดแสงส้มลับปลายยอดไม้ ฟูลาน่านั่งเหม่อริมลำธารคริสตัล สายน้ำสะท้อนเงาเธอเป็นพันเส้นสาย เธอยื่นมือวักน้ำ สัมผัสเย็นเฉียบเตือนให้รู้สึกว่าเธออยู่คนเดียวจริง ๆ
เสียงกรอบแกรบเบา ๆ ดังขึ้นหลังพุ่มไม้ ฟูลาน่าชะงัก กลั้นใจ “มีใครอยู่ที่นั่น?”
เงาเล็ก ๆ พรวดออกมารวดเร็ว—เด็กชายผิวเข้มตาโตชื่อทาร์ ซ่อนตัวด้วยใบไม้ป่า เขาเป็นเด็กใหม่ในหมู่บ้าน “เธอหาอาซาร่าเหมือนกันเหรอ?”
“เปล่า แค่…แค่คิดถึงใครบางคน” ฟูลาน่าพูดไม่เต็มเสียง ทาร์ยิ้มอาย ๆ เขาวางขวดน้ำสีฟ้าใสไว้ข้างตัว
“พรุ่งนี้ฉันจะเข้าป่าอีก” ทาร์พึมพำ “ถ้ามีจริง ฉันก็อยากช่วยหมู่บ้าน”
นิ่งงันท่ามกลางแสงดาวที่ผุดขึ้นเหนือยอดไม้ ฟูลาน่าหลับตา สูดกลิ่นหอมเฉพาะของเรซินผลึกคริสตัล มันทั้งหวาน ทั้งเศร้า แบบที่เธออธิบายไม่ได้
รุ่งสางวันถัดมา เธอตื่นโดยไม่มีแม้เสียงไก่ขัน เสียงลมหอบเอาความเงียบเข้ามาแทน เธอบรรจงเก็บข้าวของเล็ก ๆ ใส่กระเป๋าผ้า มุ่งหน้าเข้าป่าโดยบอกแต่กับลม
เมื่อเดินลึกเข้าเขตผลึกเรืองแสง พื้นดินกลายเป็นประกายเจือสีฟ้าและเขียว ทุกย่างก้าวสะท้อนเป็นแสงลูกแก้วบนใบหน้า ฟูลาน่าครุ่นคิดถึงตำนานเก่าแก่—ว่าคนแรกที่เปล่งเสียงหัวใจแท้จริงด้วยความกล้าจะได้ยินอาซาร่าขับขาน
เสียงขับร้องประหลาดกึกก้องเบา ๆ—ก้องไปรอบยอดไม้ คดเคี้ยวเหมือนเสียงระฆังแตกในหมอก ฟูลาน่าหันขวับ ทาร์ก้าวตามหลังเธอมาเงียบ ๆ
“อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว” ทาร์เอ่ยอย่างเขิน ทีแรกเธอเกือบไล่เด็กชายกลับหมู่บ้าน แต่เห็นแววตาหวาดกลัวของเขาพลันสงสาร
ทั้งคู่เดินลึกเข้าไปเรื่อย ยิ่งลึกยิ่งสวยงามแปลกตา มีพระจันทร์ผลึกแขวนลอยอยู่เหนือกิ่งแก้ว ใบสายไหมเป็นเส้นใยเรืองแสงแตะต้องได้
จู่ ๆ มีเสียงคล้ายคนร้องไห้แผ่วเบา ดังก้องจากกอไม้คริสตัล ฟูลาน่าเหลียวไปเห็นสิ่งมีชีวิตประหลาดตัวหนึ่ง สีเงินแกมฟ้า ขนม้วนเป็นริ้วแสงและมีปีกโปร่ง อาซาร่า—แม้เล็กแต่ดวงตาราวจักรวาลหมุนวน
ทาร์จ้องตาค้างพูดไม่ออก ฟูลาน่าก้าวช้า ๆ เข้าหาสิ่งมีชีวิตวิเศษ เธอหยุดหายใจขณะสัมผัสขนนุ่มเหมือนไอหมอก อาซาร่าส่งเสียงแหลมต่ำ ละไมเหมือนร้องขอ
แต่ขณะที่เธอพยายามยื่นมือ ไฟคริสตัลรอบด้านดับวูบ กิ่งผลึกเบ่งบานเป็นสีแดงฉาน เหมือนป่าโกรธ เกิดแรงลมหมุนตึงกลืนเงาสองเด็กไว้ทันที
ชั่วอึดใจทั้งคู่หลุดไปในดินแดนใหม่—ฟูลาน่าพบว่ารอบข้างมีต้นไม้เกลียวทองลอยในอากาศ ทะเลแก้วไร้พื้นดิน ใบหน้าคนโบราณปรากฏลาง ๆ ในผลึก แต่ไม่มีเสียง มีเพียงเงียบงันอย่างสมบูรณ์
ทาร์ตะโกน “เราหายไป… ใครก็ได้ช่วยที!” เสียงของเขาไม่มีใครได้ยิน แต่ภาพอาซาร่าตัวเก่าแก่ปรากฏในคริสตัลตรงหน้า มันเวียนวนในความทรงจำของป่า เสียงหัวใจของมันดังสะท้อนกลับมาเป็นจังหวะ
ฟูลาน่าหอบหายใจ เธอเริ่มกลัวจริง ๆ ดวงตาอำพันนั้นสะท้อนความหวั่นไหวปนโมโหกับอ่อนแอ เธอตะโกนกลับ “ขอร้อง ช่วยเพื่อนของฉัน!”
ผลึกไหวเหมือนสระน้ำลมแรง ดวงตาอาซาร่าจ้องตอบเธอ มันอ่านใจเธออย่างถ่องแท้ ทุกความคิดราวถูกเปิดเผย
ทันใดนั้นในห้วงผลึก ฟูลาน่าได้เห็นภาพเอย์เล่ย์—เพื่อนของเธอ หายเข้าไปในป่าคริสตัลโดยมีเงาอาซาร่าเดินข้าง ๆ …แล้วเงามืดกลืนตัวทั้งสอง
ฟูลาน่าทรุดลงด้วยน้ำหนักแห่งความกลัว เธอสารภาพกับตัวเองว่า เคยน้อยใจ เคยโกรธเพื่อน หลายครั้งที่แอบอยากให้ทุกอย่างง่ายกว่านี้ เธอเริ่มร้องไห้—ทุกหยดน้ำตาเปล่งแสงไหลลงผลึก
เสียงอาซาร่าแปรเป็นท่วงทำนองเศร้า ฟูลาน่ายื่นมือไปหาทาร์ จังหวะนั้นแสงคริสตัลส่องประกายช้า ๆ เหมือนในทำนองนั้นเธอ “ยอมรับความผิดพลาด” และ “ให้อภัยตัวเอง” ได้สำเร็จ
แสงผลึกเปลี่ยนเป็นสีทอง ใบไม้ในป่าเหมือนเต้นรำไปตามสายลม โลกเริ่มเปลี่ยนขณะที่อาซาร่าโบยบินรอบ ๆ แล้วส่งเสียงโหยหวนปานจะฉีกฟ้าฉีกป่าเป็นเสี่ยง ๆ
เสียงนั้นปลุกหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านออกจากฝันร้าย สายหมอกจางหาย ฟูลาน่าและทาร์กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในลานกลางป่า อาซาร่าตัวกะจิดริดลอยวนเหนือศีรษะ แต่ไม่มีใครนอกจากสองคนมองเห็นชัด
ผู้เฒ่าอิลไลม์เดินเข้ามาด้วยแววตาฉลาดลุ่มลึก “เจ้าทั้งสองพบอาซาร่าจริงหรือ?”
ฟูลาน่านิ่งค้าง หัวใจเต้นระรัว เธอไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี เพียงแต่พูดว่า “มัน… มันไม่ใช่แค่ของจริงหรือของปลอม”
ทาร์ยิ้มเจื่อน ๆ “อาซาร่าอภัยให้คนที่ให้อภัยตัวเองได้”
แสงอุ่นระยิบไหลลงมาทั่วหมู่บ้าน ทุกผู้คนในซาลิน่ารู้สึกถึงสิ่งเปลี่ยนแปลง—พวกเขาไม่กลัวคำสาปอันเก่าแก่อีกต่อไป เพราะในลมหายใจแต่ละคน ต่างได้รับแสงความหวังหนึ่งหยดติดหัวใจไว้แล้ว
คืนสุดท้ายในป่าคริสตัล ฟูลาน่านั่งมองดาวกระจายท่ามกลางกิ่งแก้ว เธอเข้าใจว่าอาซาร่าจะไม่ปรากฏตัวให้เห็นอีก เพราะมันเป็นสิ่งมีชีวิตระหว่างความผิดพลาดและการให้อภัย—เป็นเสียงของหัวใจที่แท้จริง เมื่อใดที่เธอก้าวข้ามความกลัว เมื่อนั้นมันก็จะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ
ฟูลาน่าเหลียวมองทาร์ เพื่อนใหม่ เด็กชายคนเดียวที่ได้เห็นปาฏิหาริย์เช่นเดียวกัน เธอยิ้มบาง ๆ ความว่างเปล่าภายในใจกลับเต็มเปี่ยมด้วยบางสิ่งที่ไม่มีใครพรากไปได้อีกต่อไป
อาซาร่าลอยสูงขึ้นในม่านหมอกหลากสี ก่อนจะหายไปราวกับลมหายใจแรกของรุ่งสาง และในทุกสายลมของป่าคริสตัล ตำนานเรื่องนั้นยังคงถูกกระซิบต่อไป… ว่าเสียงหัวใจใครที่กล้าพอ จะได้ยินเสียงอาซาร่าเสมอ